thansettakij
thansettakij
4กลุ่มสินค้าผวา‘มะกัน’แบน สั่งสมาชิกรับมือก.ม.TFTEA

4กลุ่มสินค้าผวา‘มะกัน’แบน สั่งสมาชิกรับมือก.ม.TFTEA

20 ก.ย. 59 | 06:15 น.
ส่งออกไทยผวา! หนังตัวอย่าง มะกัน สั่งแบนสินค้าจีน งัดก.ม. TFTEA คุมเข้มแรงงานเด็ก “การ์เมนต์ กุ้ง ทูน่า อาหารสำเร็จรูป” สั่งตั้งการ์ดรับมือสหรัฐฯระบุโทษรุนแรงห้ามนำเข้าทันที หากต้องสงสัยหรือมีมูล ใครโดนเรื่องยาวแน่ ด้านสมาคมเครื่องนุ่งห่มฯติวเข้มสมาชิกต้องรู้เท่าทัน ขณะที่สภาอุตฯชี้กฎหมายยังไม่ชัดเจนในหลายเรื่องต้องเร่งเคลียร์
จากที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกาได้ลงนามในกฎหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015 (TFTEA) (H.R.644) สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว ได้เพิ่มอำนาจให้กับหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ หรือ CBP ในกรณีพบมีเหตุอันควรเชื่อหรือสงสัยว่าสินค้าที่นำเข้าสหรัฐฯจากต่างประเทศ มาจากโรงงานที่ใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานบังคับจะสามารถระงับการนำเข้าสินค้าได้ชั่วคราวระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 นั้น

[caption id="attachment_99336" align="aligncenter" width="700"] สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยไปตลาดสหรัฐอเมริกา สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยไปตลาดสหรัฐอเมริกา[/caption]

นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับผิดชอบงานด้านแรงงาน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า แม้ถึง ณ เวลานี้ ยังไม่มีบริษัท/โรงงานส่งออกของผู้ประกอบการของไทยรายใดที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายในสหรัฐฯถูกลงโทษจากกฎหมายดังกล่าว แต่ถือเป็นกฎหมายที่สร้างความกังวลให้กับผู้ส่งออกไทยมากระดับหนึ่ง เพราะมีโทษที่รุนแรง ขณะที่ในขั้นตอนการแจ้งเรื่องสามารถเป็นใครก็ได้ ทั้งเป็นบุคคลทั่วไป หรือเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ) แจ้งเรื่องเข้าไปไม่ว่าจะในช่องทางใด หากทางการสหรัฐฯมีการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯในไทยแล้วพบว่ามีมูล หรือมีเหตุผลเชื่อได้ว่าเป็นสินค้าที่ผลิตจากแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานนักโทษ หรือแรงงานขัดหนี้ สินค้านั้นจะถูกระงับนำเข้าและถูกยึดไว้ทันทีเพื่อรอการพิสูจน์

"หลังจากสินค้าถูกระงับนำเข้าเขาจะแจ้งเรื่องให้ผู้นำเข้า และเจ้าของสินค้าทราบ ซึ่งมีสิทธ์โต้แย้งได้ภายใน 90 วัน หากสิ้นสุดแล้วผลการพิจารณาคงเดิมคือสินค้ายังคงถูกยึดหรือถูกริบก็สามารถอุทธรณ์เรื่องต่อศาลสหรัฐฯด้านการค้าระหว่างประเทศได้อีก"

อย่างไรก็ดีกฎหมายในเรื่องนี้ของสหรัฐฯยังมีความไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง เช่น หากสินค้าล็อตแรกที่ส่งให้ลูกค้า A ถูกระงับนำเข้า ล็อตต่อไปที่จะส่งให้ลูกค้า B จะโดนด้วยหรือไม่ หรือหากพิสูจน์ความจริงแล้วปรากฏบริษัทหรือโรงงานผู้ผลิต(กฎหมายนี้ใช้กับบริษัท/โรงงานผลิตเฉพาะราย ไม่เกี่ยวกับภาพรวมของอุตสาหกรรม)ผิดจริง ใครจะเป็นผู้ถูกดำเนินคดี หรือมีโทษอย่างไร และสินค้านั้นจะยังถูกยึดไว้ หรือทำลาย หรือจะส่งกลับประเทศต้นทางได้หรือไม่ ขณะที่หากผู้ถูกกล่าวหาสามารถแก้ต่างได้ และไม่มีความผิดทางการสหรัฐฯจะชดเชย หรือเยียวความเสียหายอย่างไร และคนที่แจ้งเรื่องเข้าไปจะรับผิดชอบอย่างไร เป็นต้น ในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ทาง ส.อ.ท.จะได้ตรวจสอบในรายละเอียดกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย

นายสุชาติ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัทโกลด์ไมน์ การ์เม้นท์ จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นของไทย เช่นเครื่องนุ่งห่ม(เครื่องนุ่งห่มของไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ในปี 2558 สัดส่วน 35% ของการส่งออกในภาพรวม) รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลา รวมถึงน้ำตาล ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ถูกเพ่งเล็ง ซึ่งในส่วนของโรงงานหรือผู้ประกอบการรายใหญ่ และมีเครดิตน่าเชื่อถือในต่างประเทศคงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่ปฏิบัติได้ตามกฎหมายและตามมาตรฐานแรงงานอยู่ แล้ว แต่ห่วงผู้ประกอบการขนาดกลางอาจตกเป็นเยื่อ

ด้านนายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยเผยว่า เพื่อสร้างความตื่นตัวให้สมาชิกสมาคมรับมือกับกฎหมายดังกล่าว ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ จะจัดสัมมนาให้ความรู้กับสมาชิก เรื่อง "ผู้ส่งออกควรเตรียมความพร้อมรับมืออย่างไรกับกฎหมาย TFTEA ของ U.S.A" โดยเชิญนายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ และนายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธาน ส.อ.ท. เป็นวิทยากร

ทั้งนี้ข้อมูลที่อยากให้สมาชิกได้รับทราบมี 4 เรื่องสำคัญคือ 1.กฎหมาย TFTEA คืออะไร เกี่ยวข้องกับผู้ส่งสินค้าและผู้นำเข้าสินค้าไปตลาดสหรัฐฯอย่างไร 2.สินค้าที่ถูกกัก และห้ามนำเข้าสหรัฐฯจะผ่านขบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายนี้อย่างไร 3. เมื่อศุลกากรสหรัฐฯกักสินค้า ผู้นำเข้าจะทำอย่างไร และผู้ผลิตสินค้าต้องทำอย่างไร และ 4.การเตรียมความพร้อมของโรงงานผู้ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ซึ่งมีสินค้ากุ้งเป็นสินค้าส่งออกหลักไปตลาดสหรัฐฯ(ปี 2558 สหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกสินค้ากุ้งของไทยสัดส่วน 45%) กล่าวว่า ได้กำชับให้สมาชิกสมาคมมีความเข้มงวดในการใช้แรงงานที่ต้องได้มาตรฐานทั้งในโรงงานผลิต และในโรงงานแปรรูปกุ้งเบื้องต้น(ล้ง) ไม่น่ามีปัญหา

เช่นเดียวกับดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย ที่กล่าวว่า สินค้าปลาทูน่ากระป๋องและผลิตภัณฑ์ทูน่าอื่นๆ ของไทยมีตลาดหลักที่สหรัฐฯสัดส่วนประมาณ 20% ของการส่งออกในภาพรวม ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ จากการตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบมีโรงงานปลาทูน่าของสมาชิกมีปัญหาการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯจากกฎหมายดังกล่าว ซึ่งได้กำชับทำให้ถูกต้องในเรื่องการใช้แรงงาน

"เท่าที่ทราบเวลานี้มีสินค้าที่สหรัฐฯนำเข้าจากจีนถูกแบนจากกฎหมาย TFTEA แล้วในสินค้าเคมีภัณฑ์จากผลิตโดยใช้แรงงานนักโทษ ดังนั้นเรายังต้องเฝ้าระวัง"

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า จากที่ภาครัฐและเอกชนของไทยได้ผนึกกำลังกันในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ทำให้สหรัฐฯปรับสถานะไทยดีขึ้นตามรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 จากบัญชี Tier 3 ขึ้นมาอยู่บัญชี Tier 2 Watch List รวมถึงกรณีที่สหภาพยุโรป(อียู) ให้ไทยเร่งแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู ฟิชชิ่ง) ส่งผลให้ปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับได้รับแก้ไขไปมาก มองว่าทั้ง 2 เรื่องสามารถช่วยลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่บังคับใช้กฎหมาย TFTEA ไปได้มาก แต่ผู้ประกอบการก็ไม่ควรนิ่งนอนใจและต้องเฝ้าระวังกฎระเบียบใหม่ๆ จากประเทศคู่ค้าเพื่อปรับตัวเองในการรับสถานการณ์ตลอดเวลา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,193 วันที่ 18 - 21 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline