
ก.ล.ต.เชือด‘ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ’โทษแบน 2 ปี
ก.ล.ต. ลงโทษหนักมาร์เก็ตติ้งหุ้นมือทอง “ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” บิ๊กบล.แอพเพิล เวลธ์ฯ สั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน 2 ปีพร้อมเสนอคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ พบบกพร่อง ละเลยตรวจสอบ อนุมัติเปิดบัญชี เพิ่มวงเงินเล่นหุ้นให้ลูกค้าหลายรายทั้งที่เอกสารทางการเงินไม่ครบ
[caption id="attachment_97880" align="aligncenter" width="335"]
ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ
บิ๊กบล.แอพเพิล เวลธ์ฯ[/caption]
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ลงโทษนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากละเลยการตรวจสอบดูแลระบบงานในการทำความรู้จักลูกค้า ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้า ซึ่งเป็นระบบงานหลักที่สำคัญและมีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวม โดยพักการให้ความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน 2 ปี นอกจากนี้ จะเสนอต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบความผิดนายประสิทธิ์ต่อไป
ทั้งนี้ก.ล.ต.พบการกระทำผิดดังกล่าวจากการเข้าตรวจสอบบล.แอพเพิล เวลธ์ ตามแผนงานตรวจสอบตามปกติ (routine inspection) โดยพบความบกพร่องในระบบงานการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer / Customer Due Diligence : KYC/CDD) และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้าที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะระบุตัวตนหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า รวมถึงยังไม่สามารถป้องกันการกระทำที่อาจไม่เหมาะสมของลูกค้าได้ และหากลูกค้าดังกล่าว
มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย บริษัทอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาได้ว่ามีส่วนสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าวของลูกค้า
นายประสิทธิ์ มีส่วนในการกระทำผิดของบริษัทและละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควร (fail to supervise) โดยเป็นผู้อนุมัติการเปิดบัญชีและเพิ่มวงเงินให้กับลูกค้าหลายราย ทั้งที่ลูกค้าดังกล่าวมีเอกสารทางการเงินไม่ครบถ้วนข้อมูลไม่สอดคล้องกับมูลค่าธุรกรรมของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ และไม่เพียงพอที่จะรู้ข้อเท็จจริงของลูกค้า
นอกจากนี้นายประสิทธิ์ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงินของบริษัท มิได้สั่งการให้มีการกระทำการใดเพิ่มเติม เมื่อพบว่าลูกค้ามีการทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินอย่างมีสาระสำคัญหรือพบลูกค้าทำรายการที่โดยปกติแล้วต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกกับลูกค้า แต่บริษัทภายใต้การดูแลของนายประสิทธ์ ไม่ได้มีการสั่งการให้ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกดังกล่าว รวมถึงมีรายการของลูกค้าที่มีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับระบบงาน KYC/CDDซึ่งเป็นระบบงานหลักที่สำคัญ และมีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวมโดยได้สื่อสารกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย หน่วยงานคอมพลายแอนซ์ และบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง สำหรับบล. แอพเพิล เวลธ์ ก.ล.ต. เคยพบความผิดในลักษณะนี้และได้ดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งสั่งการให้บริษัทระมัดระวังและแก้ไขให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบปี 2557 มาแล้ว
การที่บริษัทกระทำผิดดังกล่าว เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 113 ตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยนายประสิทธิ์ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท มีส่วนในการกระทำผิดของบริษัทและละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควรจึงมีความผิดตามมาตรา 283แห่ง พ.ร.บ. เดียวกัน ก.ล.ต. จะเสนอการกระทำผิดต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบความผิด ซึ่งหากนายประสิทธิ์ไม่ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบ จะดำเนินการกล่าวโทษต่อไป
ด้านนายประสิทธิ์ เปิดใจถึงกรณีที่มีคำสั่งลงโทษของก.ล.ต. ว่าได้รับทราบถึงคำสั่งดังกล่าวแล้ว และจะขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 เพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อไป และพร้อมที่จะต่อสู้ทุกชั้นศาลเพื่อเรียกสิทธิความเป็นธรรมกลับมา
"บล.แอพเพิลเวลธ์ฯ ยังคงดำเนินการต่อไปโดยแต่งตั้งคุณเดชา แปงคำ รักษาการซีอีโอ พร้อมทีม ผู้บริหารคุณภาพ ที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี มาร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป" นายประสิทธิ์ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_97880" align="aligncenter" width="335"]
บิ๊กบล.แอพเพิล เวลธ์ฯ[/caption]
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ลงโทษนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากละเลยการตรวจสอบดูแลระบบงานในการทำความรู้จักลูกค้า ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้า ซึ่งเป็นระบบงานหลักที่สำคัญและมีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวม โดยพักการให้ความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน 2 ปี นอกจากนี้ จะเสนอต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบความผิดนายประสิทธิ์ต่อไป
ทั้งนี้ก.ล.ต.พบการกระทำผิดดังกล่าวจากการเข้าตรวจสอบบล.แอพเพิล เวลธ์ ตามแผนงานตรวจสอบตามปกติ (routine inspection) โดยพบความบกพร่องในระบบงานการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer / Customer Due Diligence : KYC/CDD) และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้าที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะระบุตัวตนหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า รวมถึงยังไม่สามารถป้องกันการกระทำที่อาจไม่เหมาะสมของลูกค้าได้ และหากลูกค้าดังกล่าว
มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย บริษัทอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาได้ว่ามีส่วนสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าวของลูกค้า
นายประสิทธิ์ มีส่วนในการกระทำผิดของบริษัทและละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควร (fail to supervise) โดยเป็นผู้อนุมัติการเปิดบัญชีและเพิ่มวงเงินให้กับลูกค้าหลายราย ทั้งที่ลูกค้าดังกล่าวมีเอกสารทางการเงินไม่ครบถ้วนข้อมูลไม่สอดคล้องกับมูลค่าธุรกรรมของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ และไม่เพียงพอที่จะรู้ข้อเท็จจริงของลูกค้า
นอกจากนี้นายประสิทธิ์ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงินของบริษัท มิได้สั่งการให้มีการกระทำการใดเพิ่มเติม เมื่อพบว่าลูกค้ามีการทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินอย่างมีสาระสำคัญหรือพบลูกค้าทำรายการที่โดยปกติแล้วต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกกับลูกค้า แต่บริษัทภายใต้การดูแลของนายประสิทธ์ ไม่ได้มีการสั่งการให้ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกดังกล่าว รวมถึงมีรายการของลูกค้าที่มีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับระบบงาน KYC/CDDซึ่งเป็นระบบงานหลักที่สำคัญ และมีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวมโดยได้สื่อสารกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย หน่วยงานคอมพลายแอนซ์ และบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง สำหรับบล. แอพเพิล เวลธ์ ก.ล.ต. เคยพบความผิดในลักษณะนี้และได้ดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งสั่งการให้บริษัทระมัดระวังและแก้ไขให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบปี 2557 มาแล้ว
การที่บริษัทกระทำผิดดังกล่าว เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 113 ตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยนายประสิทธิ์ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท มีส่วนในการกระทำผิดของบริษัทและละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควรจึงมีความผิดตามมาตรา 283แห่ง พ.ร.บ. เดียวกัน ก.ล.ต. จะเสนอการกระทำผิดต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบความผิด ซึ่งหากนายประสิทธิ์ไม่ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบ จะดำเนินการกล่าวโทษต่อไป
ด้านนายประสิทธิ์ เปิดใจถึงกรณีที่มีคำสั่งลงโทษของก.ล.ต. ว่าได้รับทราบถึงคำสั่งดังกล่าวแล้ว และจะขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 เพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อไป และพร้อมที่จะต่อสู้ทุกชั้นศาลเพื่อเรียกสิทธิความเป็นธรรมกลับมา
"บล.แอพเพิลเวลธ์ฯ ยังคงดำเนินการต่อไปโดยแต่งตั้งคุณเดชา แปงคำ รักษาการซีอีโอ พร้อมทีม ผู้บริหารคุณภาพ ที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี มาร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป" นายประสิทธิ์ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559






