
เจาะ6เทรนด์คุณแม่ยุค‘ไทยมิลเลนเนียลมัม’
รักลูกกรุ๊ป เผย 6 เทรนด์แม่ยุค "ไทยมิลเลนเนียลมัม" มีความเป็นตัวของตัวเองไม่ต่างจากก่อนมีลูก ขณะที่ปู่ย่าตายายยังเป็นที่บุคคลที่ไว้ใจที่สุดให้ช่วยเลี้ยงเด็ก ส่วนสังคมอินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ ทำให้กลุ่มแม่เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เลี้ยงลูกแม้ไม่รู้จักกันมาก่อน
นางชนิดา อินทรวิสูตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด ในกลุ่มบริษัท อาร์แอลจี เปิดเผยว่า จากผลการวิจัยแม่ GEN M หรือ Millennial MOM ที่มีอายุระหว่าง 21-35 ปี จำนวน 2,000 คน พบมีเทรนด์การเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันด้วยกัน 6 เทรนด์ ได้แก่ 1. WOMAN Phenomenon จะเป็นผู้หญิง หรือ เป็นแม่ ฉันก็ยังคงเป็นตัวของตัวเอง 2. 7 to 7 GRAN(nan) NY Hours เรื่องเลี้ยงลูกไว้ใจ ปู่ย่าตายายที่สุด 3. No Rule is New Rule. แม่ไม่ได้แหกกฎ แค่เปลี่ยนบริบทของคำว่า "ดีที่สุด" 4. TAKE IT EASY theory แม่สายชิลล์ สบาย...สบาย เพราะได้ตัวช่วยเพียบ 5.INTERNET OF "mother" THINGS แม่ 4G เอาอยู่ทุกสถานการณ์ และ 6. TRANS-PARENT Culture สังคมแม่ยุคใหม่ไร้พรมแดน
โดยปัจจุบันถือว่าเป็นยุคที่ผู้หญิงผสมผสานความเป็นแม่และการเป็นตัวของตัวเองไว้ด้วยกัน โดยไม่ต้องแยกกันเหมือนเป็นคนละคน จึงเห็นแม่ยุคใหม่ที่ไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ที่ยังใช้ชีวิตและมีความคิดเหมือนสมัยก่อนที่จะมีลูก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารออร์แกนิก การท่องเที่ยว ขณะที่แม่ในปัจจุบันเป็นผู้หญิงวัยทำงาน ที่จะเลี้ยงลูกด้วยตนเองก่อนเข้าทำงานและหลังจากกลับจากที่ทำงาน พร้อมกับฝากให้ปูย่าตายาย เป็นผู้ที่เลี้ยงดูลูก เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไว้ใจมากที่สุด รองลงมาเป็นญาติหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก
"แม่ในยุคเจน เอ็มเป็นคนที่มองโลกอย่างเข้าใจ และยอมรับความเป็นไปของโลก เข้าใจถึงความแตกต่างของคนแต่ละคน ทำให้แม่เข้าใจว่าการเป็นแม่ไมได้หมายถึงความสมบูรณ์แบบเสมอไป ซึ่งโลกปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับในสิ่งที่แม่ทำและแม่เป็น โดยผลการสำรวจได้ถามถึงทัศนคติที่แม่มีต่อเรื่องการเลี้ยงลูก ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ การเปิดกว้าง ยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆมากขึ้น อาทิ มีความรู้สึกเฉยๆไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกเมื่อเห็นเด็กผู้ชายเล่นตุ๊กตา และเด็กผู้หญิงเล่นหุ่นยนต์ หรือหากลูกต้องเรียนร่วมกับเด็กพิเศษ แม่ สัดส่วน 71.80% จะอธิบายให้ลูกเข้าใจเรื่องความแตกต่าง รองลงมา 69.52% ตอบว่าสนับสนุนให้ลุกช่วยเหลือเพื่อนเท่าที่ทำได้"
สำหรับแม่กลุ่มนี้เติบโตมาในยุคที่มีวิวัฒนาการของอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย และลดปัญหาต่างๆ ในชีวิตลงจากแม่รุ่นก่อนนี้มาก อาทิ การเบิกถอนเงินผ่าน ATM ไม่ต้องไปแบงก์ เดินทางด้วยรถไฟฟ้าไม่ต้องโหนรถเมล์ ใช้คอมพิวเตอร์แทนพิมพ์ดีดมานานแล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยให้แม่ยุคนี้มีความสบายในการใช้ชีวิตมากกว่าคนรุ่นแม่อย่างเห็นได้ชัด เรื่องความสบายเหล่านี้ หมายความรวมไปถึงการเลี้ยงดูลูกด้วย จนมีคนบัญญัติศัพท์ว่าพวกเธอนั้นเลี้ยงลูกแบบ Third Child Style คือเลี้ยงลูกสบายๆ เหมือนมีลูกมาแล้วหลายคน
นางชนิตา กล่าวอีกว่า จากที่ยุคปัจจุบันเป็นยุคของอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ มีสมองกล สามารถเชื่อมโยงเข้าหากันและพูดจาคุยกันเองรู้เรื่องได้ จนของทุกอย่างในบ้านต้องมีคำว่าสมาร์ท ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ ที่ได้กลายร่างเป็น SMART MOM เช่นกัน โดยสามารถใช้อุปกรณ์และเครือข่ายอัจฉริยะในมือ ดูแลจัดการชีวิต ครอบครัว ไปจนถึงลูกน้อย ด้วยความสะดวกง่ายดาย ช่วยลดปัญหาในการเลี้ยงดู เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ มีแอพพลิเคชั่นคอยเตือนทุกวันของอายุครรภ์ ว่าวันนี้ควรทำอะไร ไลน์ถามคุณหมอทันทีเมื่อมีปัญหาสุขภาพ การจับสัญญาณจีพีเอสจากนาฬิกาของลูกรักว่ารถโรงเรียนไปส่งหรือยัง เป็นต้น
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังเป็นสังคมแม่ยุคใหม่ไร้พรมแดน ซึ่งกำแพงระหว่าง ‘คนรู้จัก’ และ ‘คนไม่รู้จัก’ ของคุณแม่เจน เอ็มได้หายไป เรื่องนอกบ้านและในบ้านนั้นห่างกันเพียงแค่นิ้วคลิก ผู้เป็นแม่ยินดีรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ในยุคนี้ไปแล้ว
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559
นางชนิดา อินทรวิสูตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด ในกลุ่มบริษัท อาร์แอลจี เปิดเผยว่า จากผลการวิจัยแม่ GEN M หรือ Millennial MOM ที่มีอายุระหว่าง 21-35 ปี จำนวน 2,000 คน พบมีเทรนด์การเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันด้วยกัน 6 เทรนด์ ได้แก่ 1. WOMAN Phenomenon จะเป็นผู้หญิง หรือ เป็นแม่ ฉันก็ยังคงเป็นตัวของตัวเอง 2. 7 to 7 GRAN(nan) NY Hours เรื่องเลี้ยงลูกไว้ใจ ปู่ย่าตายายที่สุด 3. No Rule is New Rule. แม่ไม่ได้แหกกฎ แค่เปลี่ยนบริบทของคำว่า "ดีที่สุด" 4. TAKE IT EASY theory แม่สายชิลล์ สบาย...สบาย เพราะได้ตัวช่วยเพียบ 5.INTERNET OF "mother" THINGS แม่ 4G เอาอยู่ทุกสถานการณ์ และ 6. TRANS-PARENT Culture สังคมแม่ยุคใหม่ไร้พรมแดน
โดยปัจจุบันถือว่าเป็นยุคที่ผู้หญิงผสมผสานความเป็นแม่และการเป็นตัวของตัวเองไว้ด้วยกัน โดยไม่ต้องแยกกันเหมือนเป็นคนละคน จึงเห็นแม่ยุคใหม่ที่ไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ที่ยังใช้ชีวิตและมีความคิดเหมือนสมัยก่อนที่จะมีลูก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารออร์แกนิก การท่องเที่ยว ขณะที่แม่ในปัจจุบันเป็นผู้หญิงวัยทำงาน ที่จะเลี้ยงลูกด้วยตนเองก่อนเข้าทำงานและหลังจากกลับจากที่ทำงาน พร้อมกับฝากให้ปูย่าตายาย เป็นผู้ที่เลี้ยงดูลูก เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไว้ใจมากที่สุด รองลงมาเป็นญาติหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก
"แม่ในยุคเจน เอ็มเป็นคนที่มองโลกอย่างเข้าใจ และยอมรับความเป็นไปของโลก เข้าใจถึงความแตกต่างของคนแต่ละคน ทำให้แม่เข้าใจว่าการเป็นแม่ไมได้หมายถึงความสมบูรณ์แบบเสมอไป ซึ่งโลกปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับในสิ่งที่แม่ทำและแม่เป็น โดยผลการสำรวจได้ถามถึงทัศนคติที่แม่มีต่อเรื่องการเลี้ยงลูก ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ การเปิดกว้าง ยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆมากขึ้น อาทิ มีความรู้สึกเฉยๆไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกเมื่อเห็นเด็กผู้ชายเล่นตุ๊กตา และเด็กผู้หญิงเล่นหุ่นยนต์ หรือหากลูกต้องเรียนร่วมกับเด็กพิเศษ แม่ สัดส่วน 71.80% จะอธิบายให้ลูกเข้าใจเรื่องความแตกต่าง รองลงมา 69.52% ตอบว่าสนับสนุนให้ลุกช่วยเหลือเพื่อนเท่าที่ทำได้"
สำหรับแม่กลุ่มนี้เติบโตมาในยุคที่มีวิวัฒนาการของอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย และลดปัญหาต่างๆ ในชีวิตลงจากแม่รุ่นก่อนนี้มาก อาทิ การเบิกถอนเงินผ่าน ATM ไม่ต้องไปแบงก์ เดินทางด้วยรถไฟฟ้าไม่ต้องโหนรถเมล์ ใช้คอมพิวเตอร์แทนพิมพ์ดีดมานานแล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยให้แม่ยุคนี้มีความสบายในการใช้ชีวิตมากกว่าคนรุ่นแม่อย่างเห็นได้ชัด เรื่องความสบายเหล่านี้ หมายความรวมไปถึงการเลี้ยงดูลูกด้วย จนมีคนบัญญัติศัพท์ว่าพวกเธอนั้นเลี้ยงลูกแบบ Third Child Style คือเลี้ยงลูกสบายๆ เหมือนมีลูกมาแล้วหลายคน
นางชนิตา กล่าวอีกว่า จากที่ยุคปัจจุบันเป็นยุคของอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ มีสมองกล สามารถเชื่อมโยงเข้าหากันและพูดจาคุยกันเองรู้เรื่องได้ จนของทุกอย่างในบ้านต้องมีคำว่าสมาร์ท ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ ที่ได้กลายร่างเป็น SMART MOM เช่นกัน โดยสามารถใช้อุปกรณ์และเครือข่ายอัจฉริยะในมือ ดูแลจัดการชีวิต ครอบครัว ไปจนถึงลูกน้อย ด้วยความสะดวกง่ายดาย ช่วยลดปัญหาในการเลี้ยงดู เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ มีแอพพลิเคชั่นคอยเตือนทุกวันของอายุครรภ์ ว่าวันนี้ควรทำอะไร ไลน์ถามคุณหมอทันทีเมื่อมีปัญหาสุขภาพ การจับสัญญาณจีพีเอสจากนาฬิกาของลูกรักว่ารถโรงเรียนไปส่งหรือยัง เป็นต้น
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังเป็นสังคมแม่ยุคใหม่ไร้พรมแดน ซึ่งกำแพงระหว่าง ‘คนรู้จัก’ และ ‘คนไม่รู้จัก’ ของคุณแม่เจน เอ็มได้หายไป เรื่องนอกบ้านและในบ้านนั้นห่างกันเพียงแค่นิ้วคลิก ผู้เป็นแม่ยินดีรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ในยุคนี้ไปแล้ว
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559






