thansettakij
thansettakij
การจราจร 4.0 (3)

การจราจร 4.0 (3)

16 ก.ย. 59 | 12:00 น.
"น่ายินดีครับ"

ที่ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา ออกมาแสดงความกล้าหาญของ "ผู้นำ" จะมาแก้ปัญหา "จราจรจลาจล" ปลดแอก "ทาสการจราจร"

หลังจากว่างเว้น "ผู้นำ" รัฐบาลยุคต่อๆมาหลัง "ผู้นำ" พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร (ที่กล้าหาญอาสา) ไม่มีใครกล้า ส่วนใหญ่ "เพิกเฉย" "ละเลย" "เป็นใบ้" ไม่ได้แสดงสติปัญญาหรือการเอาใจใส่

กลัวไม่กล้าแตะกับปัญหา ที่คนท้อแท้มักเชื่อว่า "แม้เทวาดาก็ยังแก้ไม่ได้"

เมื่อ "ผู้นำ" คสช. ขยับ ตัวละครอื่นๆก็เต้นตาม แต่ก็เหมือนละครไทย ที่มีทั้ง พระเอก หนุมานอาสา ทหารเอก ทหารเลว ตลกจำอวด ฯลฯ

มาตรการแรกที่น่าชมเชย คือ การเปิดเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม ให้ประชาชนมีทาง สัญจรทางน้ำ จากหัวลำโพงมาท่าเทเวศร์

การเดินทางทางน้ำช่วยได้มาก ที่ผ่านมาเส้นทางการเดินเรือคลองแสนเสบของ กทม. ได้ช่วยการเดินทางของผู้คนในกรุงเป็นจำนวนมาก เรือด่วนเจ้าพระยา เป็นอีกทางเลือกที่หลีกเลี่ยงรถติดได้อย่างดี น่าเสียดายที่การสัญจรทางน้ำไม่ได้มีการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสะดวกสบายในการเดินทางเหมือนกับในประเทศพัฒนา ทั้งที่เราพยายามขายการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมอันดับ 1 ของประเทศ และขายเมืองไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

เรือที่ใช้ในคลองแสนแสบ ไม่ได้มีการกั้นน้ำคลองสกปรกมีกลิ่นเหม็นกระเด็นใส่ผู้โดยสาร เมื่อลงไปแล้วจะขึ้นจากเรือต้องโหนกราบเรือขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ควันท่อไอเสียตีกลับให้สูดดมทำลายปอด สภาพเครื่องเรือเก่ามา (จนเกิดระเบิดเมื่อเร็วๆนี้) ฯลฯ

เราจะขายประเทศไทยให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้อย่างไร ในเมื่อประชาชนเจ้าของประเทศยังเดินทางลำบากทุลักทุเกทุกวัน เดินทางแบบยถากรรมไปตามดวง

นอกจากระบบ "สาธารณูปโภค" ที่จะต้องสร้างตอบรับสภาพจราจร "ปัญหาใหม่" ที่ต้องรับการแก้ไขอย่าง "ด่วน ด่วนมาก ด่วนมากที่สุด" "คือปัญหาตำรวจจราจร" ทุกวันนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่ "ก่อให้เกิดคำถามว่า มีประสิทธิภาพแค่ไหน" บางจุดเข้าไปช่วยระบายหรือแก้ให้มันติดหนักมากขึ้น"

ก็คงต้องดูทั้ง "ระบบ"

เอาตั้งแต่การแต่งตั้งตำแหน่ง "ผู้บังคับการตำรวจจราจร" ที่ผ่านมาในอดีต มักเป็นตำแหน่งที่ ผบ.ตร. ตอบแทนให้เพื่อนร่วมรุ่นขึ้นมาเป็น เพื่อให้ได้ยศพลตำรวจตรี ส่วนจะได้เงินเข้ารุ่นเหมือนหน่วยงานเหล่าอื่นที่ทำกันเป็นประเพณีหรือไม่ ผมไม่ยืนยัน ขอยกประโยชน์ให้จำเลย (ฮา)

เมื่อผู้บังคับบัญชาที่ขึ้นมาเป็นใหญ่ โดยไม่มีความสามารถพื้นฐาน ไม่มีความรู้ด้านวิศกรรมจราจร ไม่มีประสบการณ์ มารับผิดชอบ ไพร่พลจราจรตามโรงพักใหญ่น้อยต่างๆ หาได้เชื่อฟังให้ความร่วมมือไม่ เมื่อประชาชนเดือร้อน สื่อมวลชนทนไม่ไหว ออกมาด่า(เหมือนที่ผ่านๆมา)

ตัว "ละคร" ก็ออกมาเต้นตามจังหวะสักพัก จากนั้นก็หลบไปหลังม่าน "คนไทยลืมง่าย"

ส่วนใหญ่ "เจ้าหน้าที่" ไม่ได้หลบไปพักผ่อน หากหลบไป "ตั้งด่าน" เวลาพักผ่อนปกติก็เป็นเวลาที่อยู่ใน "ป้อมแอร์" เปิดไฟอัตโนมัติ ทำตัวสบายๆ ตามสูตรที่ตั้งไว้ ช่วงเช้าเปิดไฟเขียวฝั่ง "ขาเข้า" นานๆ ช่วงเย็นถึงค่ำเปิดไฟเขียว "ขาออก" ปลอดโปร่ง

ไม่ต้องออกจากป้อมเย็น Safe House ออกมาดูสภาพจราจรของจริงในขณะนั้น

ผมเคยติดไฟเพื่อเลี้ยวจะขวาสวนกระแส "สูตร" ติดอย่างน้อย 2 จังหวะไฟ นานจังหวะละ 15 นาที รวมครึ่งชั่วโมง ทั้งที่ฝั่งขาออก กทม.ช่วงเย็นวันนั้น รถไม่ได้ติดมาก แต่ไม่เห็นศีรษะจราจร ไม่เห็นหัวเห็นหาง ก็ต้องขอขอบคุณ "ผู้นำ"พลเอกประยุทธ์ที่ออกมาเต้น ตำรวจใหญ่ ผบ.ตร. ผบช.น. ผู้การจราจรจึงออกมาเต้น (บ้าง)

เลยมีคำสั่ง "กำชับ" (ฮา) ให้ตำรวจจราจรต้องออกมาจาก "ป้อมส่วนตัว" ออกมาดูสภาพจราจร แวะเปิดไฟ manual ตามสภาพการจราจรจริง

แต่ "คำสั่ง" หรือ "มาตรการ" ต่างๆของตำรวจยังคงความไม่ศักดิ์สิทธิ์และไม่มี Consistency

วันนี้ คุณเห็นตำรวจจราจรออกมาจาก "ป้อม" ไหมครับ ยิ่งถ้าฝนตก ยิ่งน่าสงสาร เพราะส่วนใหญ่ ตำรวจจราจร(ไทย) เป็นโรคกลัวน้ำ

"ทาสจราจร 4.0" บั่นทอนสุขภาพกายใจผู้คนและเผาผลาญทรัพยากรพลังานมหาศาลเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทในแต่ละปี

เมืองที่เป็น "อัมพฤกษ์" "อัมพาต" จะหวังสร้าง ประเทศไทย 4.0 ได้หรือ

หรือ "ซื้อเวลา" หลอกประชาชนตาดำๆไปวันๆ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline