thansettakij
thansettakij
ขายตรงจ้องดูดลูกค้าเจนวาย เพิ่มช่องทางแอพพลิเคชัน-ออนไลน์ดันยอด

ขายตรงจ้องดูดลูกค้าเจนวาย เพิ่มช่องทางแอพพลิเคชัน-ออนไลน์ดันยอด

16 ก.ย. 59 | 06:00 น.
ธุรกิจขายตรง จ้องตาเป็นมันดูฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ เร่งเพิ่มช่องทางออนไลน์ทำตลาด "แฮปปี้เอ็มพีเอ็ม" เพิ่มสินค้าสกินแคร์จากเกาหลีขยายฐาน พร้อมช่องทางขายออนไลน์ หวังเพิ่มสัดส่วนยอดขาย 30% จากปัจจุบันมีฐานคนรุ่นใหม่ 5% ขณะที่กิฟฟารีนเตรียมเปิด "กิฟฟารีน เอ็กซ์เพิร์ท" เพิ่มฐานสมาชิก 1.2 แสนราย

นายสุกิจ สัตย์เพริศพราย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฮปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบรนด์แฮปปี้ เอ็มพีเอ็ม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มเจนวาย ถือเป็นฐานลูกค้าสำคัญที่บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญ และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าไปขยาย เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ส่วนใหญ่ไม่ต้องการทำงานประจำ และต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง ทำให้บริษัทขายตรงส่วนใหญ่วางแผนเข้าไปทำตลาดกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ดังกล่าว

"ที่ผ่านมาการทำธุรกิจขายตรงจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันเป็นยุคของคนเจนวาย ที่มีพลังและเป็นกลุ่มที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งจากการสำรวจพบว่านักศึกษาที่จบปริญญาตรีกว่า 70% ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง และยังต้องการทำธุรกิจออนไลน์ ทำให้บริษัทมองหาแนวทางการทำตลาด เพื่อจะขยายเข้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงได้เปิดตัวสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ ที่เป็นสินค้าจากประเทศเกาหลี เพราะได้รับการยอมรับในคุณภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์"

โดยได้เปิดตัวแบรนด์เลอาร์ (LE'A) ที่นำเข้าสินค้ามาจำหน่าย 2 รายการ ได้แก่ คือ 1. โลชั่นบำรุงสำหรับผิว เลอาร์ ไวท์เทนนิ่ง บอดี้โลชั่น (LE'A Whitening body lotion ) และ 2. ครีมทาผิวหน้า เลอาร์ ดีดีครีม ( LE'A DD Cream) พร้อมกับการเปิดตัวแอพพลิเคชัน "Happy MPM" สำหรับใช้เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าและดำเนินธุรกิจของสมาชิกด้วย ขณะที่ภายในไตรมาสที่ 3 นี้จะเปิดตัวสินค้าเสริมอาหารแบรนด์เลอาร์อีก 1 รายการด้วย

นายสุกิจ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทพยายามจะขยายตลาดไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะยังไม่มีสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และช่องทางการจำหน่ายยังเป็นในรูปแบบขายตรงหลายชั้นแบบดั้งเดิม ทำให้ฐานสมาชิกส่วนใหญ่ของบริษัทจึงยังเป็นกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมีฐานกลุ่มคนเจนวายไม่ถึง 5% อย่างไรก็ตาม จากการเปิดตัวสินค้าเครื่องสำอางดังกล่าว และการเพิ่มช่องทางการดำเนินธุรกิจผ่านออนไลน์ได้นั้น จะช่วยผลักดันให้ฐานสมาชิกของบริษัทเป็นคนรุ่นให่ถึง 30%

โดยผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะปิดยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งยอดขายหลักยังเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสัดส่วน 65% กลุ่มเกษตรและน้ำมันเครื่องอีก 5% และเป็นสินค้าภายใต้แบรนด์เลอาร์อีก 30% เนื่องได้รับคำสั่งซื้อล่วงหน้ากว่า 10 ล้านบาท ก่อนการเปิดตัวสินค้า รวมถึงสมาชิกที่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ยังได้ให้ความสนใจนำสินค้าดังกล่าวไปทำตลาด ปัจจุบันบริษัทฐานสมาชิกกว่า 4 แสนคน แต่เป็นกลุ่มสมาชิกที่แอกทีฟ 4-5 หมื่นคน

สำหรับความเคลื่อนไหวในธุรกิจขายตรง จะพบว่าบริษัทขายตรงขายใหญ่ ต่างมุ่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นและธุรกิจออนไลน์เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มคนรุ่นใหม่ อาทิ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ที่ขณะนี้ได้เตรียมพัฒนาแอพพลิเคชั่นออกมาช่วยเสริมการทำงานของสมาชิก รวมถึงขยายตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นกัน นอกเหนือจากการจัดงานเอ็กซ์โปทั่วทุกภาคของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าค่าเฉลี่ยของคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายนั้นมีอายุน้อยลง โดยมีอายุต่ำกว่า 35 ปี คิดสัดส่วนเป็น 40% ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการสื่อสารและทำธุรกิจมากขึ้น จึงเตรียมตัวเปิดแอพพลิเคชั่น "กิฟฟารีน เอ็กซ์เพิร์ท"

ขณะเดียวกันกิฟฟารีนยังเตรียมจัดทำกิจกรรมทางการตลาด ที่มุ่งเน้นรุกสื่อออนไลน์ ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม กิฟฟารีน ชาแนล ผ่านยูทูบ โดยแบ่งสัดส่วนการทำตลาดผ่านออนไลน์ 40% และทางออฟไลน์ 60% โดยคาดว่าในปีนี้จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 1.2 แสนคน พร้อมวางงบประมาณทางการตลาดครึ่งปีหลังไว้ที่ 100-150 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3-5% จากปีก่อนที่ปิดยอดขายไปได้กว่า 5,000 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline