
ดึง4ฝ่ายเคลียร์ปัญหาฮันจิน สินค้าไทยอลหม่านช่วยตัวเอง/แนะแนวทางแก้เฉพาะหน้า
ฮันจินล้มละลายส่งออกไทยยังวุ่น สินค้าตกค้าง รอเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งที่ท่าเรือต้นทางและปลายเพียบ สภาผู้ส่งออกออกโรง ขอกระทรวงพาณิชย์จัดประชุมร่วม4 ฝ่ายเร่งด่วน ผนึกกำลังทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหา พร้อมถอดบทเรียนหาทางป้องกันแก้ไขหากเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกในอนาคต ด้านสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปแนะ ,7 ช่องทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
จากกรณีที่บริษัทฮันจินชิปปิ้งฯ สายเดินเรือใหญ่อันดับ 1 ของเกาหลีใต้ และอันดับ 7 ของโลกได้ประสบกับภาวะล้มละลายและทางคณะกรรมการบริการของบริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาเพื่อขอการพิทักษ์ทรัพย์จากภาวะล้มละลาย หลังจากที่ธนาคารเจ้าหนี้ได้ตัดสินใจยุติการปล่อยเงินกู้ ส่งผลให้ท่าเรือทั่วโลกต่างปฏิเสธที่จะให้เรือสินค้าของฮันจินเข้าเทียบท่า เนื่องจากวิตกว่าจะไม่ได้รับเงินค่าเทียบเรือ ค่าขนถ่ายสินค้า และค่าภาระหน้าท่าอื่นๆ ที่บริษัทต้องรับผิดชอบ ซึ่ง "ฐานเศรษฐกิจ"ได้รายงานผลกระทบของเรื่องดังกล่าวต่อสินค้าส่งออกของไทยไปแล้วในเบื้องต้นนั้น
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดทางสภาฯได้ส่งหนังสือถึงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้ช่วยแจ้งทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ ช่วยดูแลและประสานการอำนวยความสะดวก หรือเป็นศูนย์กลางในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับสินค้าไทยที่ใช้บริการเรือของฮันจิน หากมีปัญหา ณ ท่าเรือของประเทศปลายทาง
ขณะเดียวกันได้ร้องขอไปยังกรมส่งเสริมการค้าฯ ให้จัดประชุมร่วม 4 ฝ่ายเร่งด่วน ประกอบด้วย ผู้บริหารของกรมของกรม ผู้ส่งออกที่ได้รับความเดือดร้อน ตัวแทนจากสายเดินเรือฮันจิน และตัวแทนจากบริษัทประกันภัย ทั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าของเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมถึงความร่วมมือของแต่ละฝ่ายว่าจะช่วยการแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งได้รับการยืนยันจะจัดประชุมในวันที่ 12 กันยายนนี้
"การล้มละลายของฮันจิน มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกและผู้นำเข้ทั่วโลกที่ใช้บริการเรือขนส่งของบริษัท รวมถึงผู้ส่งออกของเกาหลีใต้เองด้วย ล่าสุดรัฐบาลเกาหลีได้ประกาศจะเข้ามาช่วยดูแลและสนับสนุนด้านการเงิน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดว่าจะช่วยอย่างไร เรื่องนี้เราได้ติดต่อสอบถามไปยังสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือของเกาหลีใต้เขาก็ยังไม่ตอบมา"
ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่าสินค้าของสมาชิกในกลุ่มผักผลไม้ และอาหารทะเลบางส่วนที่ใช้บริการเรือของฮันจินฯ ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางสมาคมได้รวบรวมข้อมูลแนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้นแก่สมาชิกใน 6 ช่องทาง ประกอบด้วย 1 กรณีที่เรือยังไม่ออก ผู้ส่งออกต้องไปทำการเคลียร์สินค้าออกมาจากท่าเรือเพื่อทำการบุ๊กกิ้ง หรือจองเรือสายเรืออื่นต่อไป 2.กรณีเรือออกไปแล้วแต่ยังไม่ถึงท่า ต้องติดตามสถานการณ์กับสายเดินเรืออย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อตู้สินค้าถึงท่าที่จะทำการถ่ายลำ หรือถึงท่าปลายทางแล้วจึงจะสมารถบอกได้ว่าต้องทำอย่างไร
3.กรณี Tran-ship ต้องทำการเปลี่ยนสายเรือ (กรณีสินค้าติดอยู่ที่ท่าเรือถ่ายลำ) สามารถขอถ่ายสินค้าไปยังสายเรืออื่นได้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการถ่ายตู้สินค้าและต้องดำเนินการเปลี่ยน เมืองท่าปลายทางเป็นท่าที่การถ่ายลำ และทำการส่งออกจากจากท่าเรือนั้นอีกครั้ง โดยทั้งหมดสามารถขอให้ตัวแทนผู้รับขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) ที่ใช้บริการช่วยเหลือได้
4.เมื่อเรือถึงท่าปลายทางแล้วและทางท่ายอมให้ยกตู้สินค้าลง ผู้นำเข้าสามารถติดต่อขอชำระค่าภาระแทนฮันจิน ที่ท่าปลายทางเพื่อนำตู้สินค้าออกได้
5.ใน 4 กรณีข้างต้น ตู้สินค้านั้นเป็นของเราคนเดียว ส่วนกรณีสินค้าไม่เต็มตู้(LCL) จะมีตัวแทนที่เป็นเจ้าของตู้สินค้าคอยจัดการให้ ซึ่งผู้ส่งออกต้องคอยสอบถามและประสานงาน เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
6.จากที่ฮันจินอยู่ในกระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ดังนั้นจึงไม่สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ ทางผู้นำเข้า-ส่งออกต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองไปก่อน และคอยติดตามเคลมคืนกับทางฮันจิน หลังจากประกาศแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
จากกรณีที่บริษัทฮันจินชิปปิ้งฯ สายเดินเรือใหญ่อันดับ 1 ของเกาหลีใต้ และอันดับ 7 ของโลกได้ประสบกับภาวะล้มละลายและทางคณะกรรมการบริการของบริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาเพื่อขอการพิทักษ์ทรัพย์จากภาวะล้มละลาย หลังจากที่ธนาคารเจ้าหนี้ได้ตัดสินใจยุติการปล่อยเงินกู้ ส่งผลให้ท่าเรือทั่วโลกต่างปฏิเสธที่จะให้เรือสินค้าของฮันจินเข้าเทียบท่า เนื่องจากวิตกว่าจะไม่ได้รับเงินค่าเทียบเรือ ค่าขนถ่ายสินค้า และค่าภาระหน้าท่าอื่นๆ ที่บริษัทต้องรับผิดชอบ ซึ่ง "ฐานเศรษฐกิจ"ได้รายงานผลกระทบของเรื่องดังกล่าวต่อสินค้าส่งออกของไทยไปแล้วในเบื้องต้นนั้น
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดทางสภาฯได้ส่งหนังสือถึงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้ช่วยแจ้งทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ ช่วยดูแลและประสานการอำนวยความสะดวก หรือเป็นศูนย์กลางในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับสินค้าไทยที่ใช้บริการเรือของฮันจิน หากมีปัญหา ณ ท่าเรือของประเทศปลายทาง
ขณะเดียวกันได้ร้องขอไปยังกรมส่งเสริมการค้าฯ ให้จัดประชุมร่วม 4 ฝ่ายเร่งด่วน ประกอบด้วย ผู้บริหารของกรมของกรม ผู้ส่งออกที่ได้รับความเดือดร้อน ตัวแทนจากสายเดินเรือฮันจิน และตัวแทนจากบริษัทประกันภัย ทั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าของเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมถึงความร่วมมือของแต่ละฝ่ายว่าจะช่วยการแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งได้รับการยืนยันจะจัดประชุมในวันที่ 12 กันยายนนี้
"การล้มละลายของฮันจิน มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกและผู้นำเข้ทั่วโลกที่ใช้บริการเรือขนส่งของบริษัท รวมถึงผู้ส่งออกของเกาหลีใต้เองด้วย ล่าสุดรัฐบาลเกาหลีได้ประกาศจะเข้ามาช่วยดูแลและสนับสนุนด้านการเงิน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดว่าจะช่วยอย่างไร เรื่องนี้เราได้ติดต่อสอบถามไปยังสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือของเกาหลีใต้เขาก็ยังไม่ตอบมา"
ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่าสินค้าของสมาชิกในกลุ่มผักผลไม้ และอาหารทะเลบางส่วนที่ใช้บริการเรือของฮันจินฯ ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางสมาคมได้รวบรวมข้อมูลแนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้นแก่สมาชิกใน 6 ช่องทาง ประกอบด้วย 1 กรณีที่เรือยังไม่ออก ผู้ส่งออกต้องไปทำการเคลียร์สินค้าออกมาจากท่าเรือเพื่อทำการบุ๊กกิ้ง หรือจองเรือสายเรืออื่นต่อไป 2.กรณีเรือออกไปแล้วแต่ยังไม่ถึงท่า ต้องติดตามสถานการณ์กับสายเดินเรืออย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อตู้สินค้าถึงท่าที่จะทำการถ่ายลำ หรือถึงท่าปลายทางแล้วจึงจะสมารถบอกได้ว่าต้องทำอย่างไร
3.กรณี Tran-ship ต้องทำการเปลี่ยนสายเรือ (กรณีสินค้าติดอยู่ที่ท่าเรือถ่ายลำ) สามารถขอถ่ายสินค้าไปยังสายเรืออื่นได้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการถ่ายตู้สินค้าและต้องดำเนินการเปลี่ยน เมืองท่าปลายทางเป็นท่าที่การถ่ายลำ และทำการส่งออกจากจากท่าเรือนั้นอีกครั้ง โดยทั้งหมดสามารถขอให้ตัวแทนผู้รับขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) ที่ใช้บริการช่วยเหลือได้
4.เมื่อเรือถึงท่าปลายทางแล้วและทางท่ายอมให้ยกตู้สินค้าลง ผู้นำเข้าสามารถติดต่อขอชำระค่าภาระแทนฮันจิน ที่ท่าปลายทางเพื่อนำตู้สินค้าออกได้
5.ใน 4 กรณีข้างต้น ตู้สินค้านั้นเป็นของเราคนเดียว ส่วนกรณีสินค้าไม่เต็มตู้(LCL) จะมีตัวแทนที่เป็นเจ้าของตู้สินค้าคอยจัดการให้ ซึ่งผู้ส่งออกต้องคอยสอบถามและประสานงาน เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
6.จากที่ฮันจินอยู่ในกระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ดังนั้นจึงไม่สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ ทางผู้นำเข้า-ส่งออกต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองไปก่อน และคอยติดตามเคลมคืนกับทางฮันจิน หลังจากประกาศแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559






