thansettakij
thansettakij
สั่งกฟผ.ปลุกผีโรงไฟฟ้าเกาะกง หวังขยายความร่วมมือกับกัมพูชา

สั่งกฟผ.ปลุกผีโรงไฟฟ้าเกาะกง หวังขยายความร่วมมือกับกัมพูชา

15 ก.ย. 59 | 10:00 น.
กระทรวงพลังงานเดินหน้าขยายกรอบรับซื้อไฟฟ้าประเทศเพื่อนบ้าน สั่ง กฟผ. เจรจากัมพูชารับซื้อไฟโครงการเกาะกง 2 พันเมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเขื่อนสตึงนัม 93 เมกะวัตต์ ล่าสุดเอ็มโอยูขยายกรอบรับซื้อไฟฟ้า สปป.ลาว เพิ่มเป็น 9 พันเมกะวัตต์ พร้อมเจรจาอาเซียนพาวเวอร์กริดสร้างความมั่นคงไฟฟ้า

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ไปเจรจารับซื้อไฟฟ้าจากประเทศกัมพูชา 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เกาะกง ขนาดกำลัง 1,700-2,000 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำสตึงนัม ขนาดกำลังผิต 93 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการกลับมาทบทวนแผนการรับซื้อไฟฟ้าอีกครั้ง หลังจากโครงการดังกล่าวมีความล่าช้ามานานมากแล้ว

โดยที่ผ่านมากรอบความร่วมมือด้านไฟฟ้าระหว่างไทย-กัมพูชา ยังไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนว่าไทยจะรับซื้อในปริมาณเท่าไร ในขณะที่กัมพูชามีหลายโครงการที่เสนอขายไฟฟ้ามายังประเทศไทย แต่การพิจารณาจะต้องคำนึงถึงราคารับซื้อไฟฟ้าจะต้องไม่แพงกว่าราคาที่ผลิตในประเทศ รวมทั้งจะต้องเข้ามาในช่วงที่ไทยจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า ที่อาจจะเข้ามาในช่วงปี 2565-2566 เนื่องจากปัจจุบันไทยยังมีปริมาณสำรองไฟฟ้าค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงไม่รีบร้อนที่จะตัดสินใจรับซื้อไฟฟ้าโครงการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีข้อสรุปได้ภายในต้นปี 2560

ขณะเดียวกันการจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเกาะกงมาไทย จากเดิมที่จะเข้ามาเชื่อมต่อสายส่งทางภาคตะวันออก อาจให้ผู้ผลิตไฟฟ้าของกัมพูชาเดินสายส่ง เปลี่ยนมาเป็นเชื่อมต่อทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างแทน เนื่องจากพบว่าภาคตะวันออกมีปริมาณสำรองไฟฟ้ามากพอแล้ว

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไทยยังเดินหน้าขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามีการเจรจาเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากหลายประเทศ ล่าสุดจะมีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ในวันที่ 19-22 กันยายนนี้ ซึ่งจะมีการหารือกรอบความร่วมมือด้านพลังงานเพิ่มขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นกรอบความร่วมมือด้านไฟฟ้า โครงการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในอาเซียน(อาเซียนพาวเวอร์กริด) ที่ต้องดำเนินการร่วมกันระหว่างประเทศด้วย โดยแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ(พีดีพี2015) กำหนดสัดส่วนรับซื้อไฟฟ้าแต่ละประเทศไม่เกิน 13% หรือไม่เกิน 25% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2579

นอกจากนี้ ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้ลงนามข้อตกลง(เอ็มโอยู) ด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28-29 ณ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 6-8 กันยายน ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าว ประกอบด้วยการขยายกรอบการซื้อไฟฟ้าเป็น 9,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 7,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตของไทย การตั้งคณะทำงานร่วมด้านน้ำ และการต่อยอดอาเซียนพาวเวอร์กริดเพื่อพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาคต่อไป

ส่วนกรณีความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 800 เมกะวัตต์ในไทยนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลา 8 เดือน นับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยยังยืนยันว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ยังเดินหน้าไปตามแผนแม้ว่าจะล่าช้ากว่าแผนก็ตาม ส่วนกรณีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกนั้น เป็นเรื่องที่ภาคประชาชนเสนอเข้ามา ทางกระทรวงพลังงานก็พร้อมรับฟัง

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี เสนอความพร้อมที่จะลงทุนเฟส 2 กำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์นั้น ซึ่งในส่วนนี้เป็นของภาคเอกชน คงต้องกลับมาพิจารณาเรื่องความต้องการใช้ไฟฟ้า ตามแผนต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline