
นิคมอุตฯส่งสัญญาณบวกปี60 โครงสร้างพื้นฐานนํ้า ไฟ ทางด่วน ตัวเร่งปักฐานเร็วขึ้น
ตรวจพื้นที่นิคม-สวนอุตสาหกรรมออกแรงดึงลูกค้าชูโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า-น้ำและมาตรการรัฐ ตัวเร่งลงทุนเร็วขึ้น บางค่ายรอดูภาพรวมไตรมาส 4 ก่อน เผยไม่คาดหวังผลพลอยได้จากมาตรการรัฐ ที่โฟกัสเฉพาะด้าน ส่วนใหญ่ต่างคาดหวังภาพรวมเศรษฐกิจปี 60 น่าจะดีขึ้น
[caption id="attachment_97211" align="aligncenter" width="336"]
อัญชลี ชวนิชย์
นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรเปิดเผย[/caption]
นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ถึงภาพรวมการเติบโตการใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการ ซึ่งมีสมาชิกจากนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการรวมกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ในพื้นที่ราว 2 แสนไร่ จากการพัฒนาของผู้ประกอบการจำนวน 26 รายว่า ยังอยู่ในระดับทรงตัวโดยรวมจะขายพื้นที่ได้ใกล้เคียงปีที่ผ่านมาคือประมาณ 3,000 ไร่ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี แต่ประเทศไทยยังโชคดีตรงที่นโยบายรัฐมีความชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมแต่ละประเภทมากขึ้น ก็น่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในปี 2560 โดยจะเป็นตัวเร่งให้ตัดสินใจลงทุนได้เร็วขึ้น ขณะที่ผู้พัฒนานิคมฯและนักลงทุนจะได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายของตัวเองได้ถูก อีกทั้งผู้พัฒนานิคมฯหรือเขตประกอบการบางรายก็มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำ ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนได้รับความสะดวกเป็นอีกตัวเร่งที่ทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
สอดคล้องกับที่นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาสวนอุตสาหกรรมนวนครที่จ.ปทุมธานีและจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2559 นี้บริษัทมีความชัดเจนในการลงทุนด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นทั้งระบบน้ำ และระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะ โรงผลิตไฟฟ้านวนคร กำลังผลิตไฟฟ้า 125 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 30 ตัน/ชั่วโมงที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้
สำหรับแหล่งน้ำดิบมีรองรับด้วยขนาดกำลังผลิต 80,000 คิวต่อวัน โดยคิดค่าน้ำในราคาถูกตั้งแต่ 18-20 บาทต่อคิว ซึ่งต่ำกว่าค่าน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคที่มีราคาตั้งแต่ 24-26 บาทต่อคิว เหล่านี้ถือเป็นจุดขายที่สำคัญที่เป็นตัวเร่งให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวได้มากขึ้นด้วย ทำให้ปีนี้ ดูจากที่มีนักลงทุนเข้ามาติดต่อและตัดสินใจลงทุนคึกคักขึ้น ทั้งกลุ่มทุนรายใหม่และกลุ่มทุนรายเก่ามาขยายพื้นที่ ขยายกำลังการผลิต และมองว่าจะเป็นแรงส่งสำคัญในปี 2560 อีกด้วย
“ปีหน้าเราจะมีลูกค้าเข้ามาหารือและตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังมีพื้นที่อุตสาหกรรมอีกจำนวน200 ไร่ และพื้นที่ใหม่ที่ซื้อเพิ่มอีก 90ไร่ อีกทั้งยังมีพื้นที่รอพัฒนาเชิงพาณิชย์อีกราว100ไร่ จากที่สวนอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานีมีพื้นที่อุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น6,600 ไร่ ส่วนที่สวนอุตสาหกรรมนวนครที่โคราช จากที่มีพื้นที่รวม 2,000 ไร่ขณะนี้เหลือขายอีกราว800 ไร่ ซึ่งที่โคราชเริ่มมีลูกค้ารายใหญ่ๆเข้ามาติดต่อมากขึ้น”
อย่างไรก็ตามการลงทุนในสวนอุตสาหกรรมนวนครที่โคราช ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากที่รัฐบาลเทงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะทางด่วนที่กำลังก่อสร้างไปยังโคราช ทำให้ร่นระยะเวลาเดินทางจากกทม.-โคราชเหลือ2ชั่วโมง จากเดิมใช้เวลาประมาณ 2.45 ชั่วโมง
ด้านนายวิรัช สุทธิโรจน์พัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาชัยพัฒนาที่ดิน จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมราชบุรี กล่าวว่ามีพื้นที่เต็มโครงการ 1,600 ไร่ ขณะนี้เหลือพื้นที่ขายอีกราว20% คงต้องใช้เวลาอีกซักระยะกว่าจะขายหมด อีกทั้งยังต้องดูภาพใหญ่ของเศรษฐกิจด้วย ส่วนที่มองกันว่าไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงไฮซีซันนั้นจะเป็นไฮซีซันของสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์มากกว่าและไม่ใช่ไฮซีชันของสินค้าคงทน
นอกจากนี้ยังมองว่านโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลยังไม่เห็นผลทันที ยังต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลจะเอื้อเฉพาะบางพื้นที่ บางอุตสาหกรรม ทำให้อุตสาหกรรมบางประเภทหนีไปลงทุนเพื่อนบ้านแทน และมองว่าอุตสาหกรรมของไทยจะไปได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยเอื้อต่อการลงทุน แต่ระยะหลังไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์ที่หลากหลายเหมือนเดิม แต่กลับไปโฟกัสเฉพาะทางมากขึ้น
อย่างไรก็ตามยังมีความหวังว่าภาพรวมปี 2560 เศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังจากที่ภาครัฐลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดให้เกิดกำลังซื้อได้ชัดเจนขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_97211" align="aligncenter" width="336"]
นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรเปิดเผย[/caption]
นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ถึงภาพรวมการเติบโตการใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการ ซึ่งมีสมาชิกจากนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการรวมกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ในพื้นที่ราว 2 แสนไร่ จากการพัฒนาของผู้ประกอบการจำนวน 26 รายว่า ยังอยู่ในระดับทรงตัวโดยรวมจะขายพื้นที่ได้ใกล้เคียงปีที่ผ่านมาคือประมาณ 3,000 ไร่ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี แต่ประเทศไทยยังโชคดีตรงที่นโยบายรัฐมีความชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมแต่ละประเภทมากขึ้น ก็น่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในปี 2560 โดยจะเป็นตัวเร่งให้ตัดสินใจลงทุนได้เร็วขึ้น ขณะที่ผู้พัฒนานิคมฯและนักลงทุนจะได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายของตัวเองได้ถูก อีกทั้งผู้พัฒนานิคมฯหรือเขตประกอบการบางรายก็มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำ ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนได้รับความสะดวกเป็นอีกตัวเร่งที่ทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
สอดคล้องกับที่นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาสวนอุตสาหกรรมนวนครที่จ.ปทุมธานีและจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2559 นี้บริษัทมีความชัดเจนในการลงทุนด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นทั้งระบบน้ำ และระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะ โรงผลิตไฟฟ้านวนคร กำลังผลิตไฟฟ้า 125 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 30 ตัน/ชั่วโมงที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้
สำหรับแหล่งน้ำดิบมีรองรับด้วยขนาดกำลังผลิต 80,000 คิวต่อวัน โดยคิดค่าน้ำในราคาถูกตั้งแต่ 18-20 บาทต่อคิว ซึ่งต่ำกว่าค่าน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคที่มีราคาตั้งแต่ 24-26 บาทต่อคิว เหล่านี้ถือเป็นจุดขายที่สำคัญที่เป็นตัวเร่งให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวได้มากขึ้นด้วย ทำให้ปีนี้ ดูจากที่มีนักลงทุนเข้ามาติดต่อและตัดสินใจลงทุนคึกคักขึ้น ทั้งกลุ่มทุนรายใหม่และกลุ่มทุนรายเก่ามาขยายพื้นที่ ขยายกำลังการผลิต และมองว่าจะเป็นแรงส่งสำคัญในปี 2560 อีกด้วย
“ปีหน้าเราจะมีลูกค้าเข้ามาหารือและตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังมีพื้นที่อุตสาหกรรมอีกจำนวน200 ไร่ และพื้นที่ใหม่ที่ซื้อเพิ่มอีก 90ไร่ อีกทั้งยังมีพื้นที่รอพัฒนาเชิงพาณิชย์อีกราว100ไร่ จากที่สวนอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานีมีพื้นที่อุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น6,600 ไร่ ส่วนที่สวนอุตสาหกรรมนวนครที่โคราช จากที่มีพื้นที่รวม 2,000 ไร่ขณะนี้เหลือขายอีกราว800 ไร่ ซึ่งที่โคราชเริ่มมีลูกค้ารายใหญ่ๆเข้ามาติดต่อมากขึ้น”
อย่างไรก็ตามการลงทุนในสวนอุตสาหกรรมนวนครที่โคราช ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากที่รัฐบาลเทงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะทางด่วนที่กำลังก่อสร้างไปยังโคราช ทำให้ร่นระยะเวลาเดินทางจากกทม.-โคราชเหลือ2ชั่วโมง จากเดิมใช้เวลาประมาณ 2.45 ชั่วโมง
ด้านนายวิรัช สุทธิโรจน์พัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาชัยพัฒนาที่ดิน จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมราชบุรี กล่าวว่ามีพื้นที่เต็มโครงการ 1,600 ไร่ ขณะนี้เหลือพื้นที่ขายอีกราว20% คงต้องใช้เวลาอีกซักระยะกว่าจะขายหมด อีกทั้งยังต้องดูภาพใหญ่ของเศรษฐกิจด้วย ส่วนที่มองกันว่าไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงไฮซีซันนั้นจะเป็นไฮซีซันของสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์มากกว่าและไม่ใช่ไฮซีชันของสินค้าคงทน
นอกจากนี้ยังมองว่านโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลยังไม่เห็นผลทันที ยังต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลจะเอื้อเฉพาะบางพื้นที่ บางอุตสาหกรรม ทำให้อุตสาหกรรมบางประเภทหนีไปลงทุนเพื่อนบ้านแทน และมองว่าอุตสาหกรรมของไทยจะไปได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยเอื้อต่อการลงทุน แต่ระยะหลังไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์ที่หลากหลายเหมือนเดิม แต่กลับไปโฟกัสเฉพาะทางมากขึ้น
อย่างไรก็ตามยังมีความหวังว่าภาพรวมปี 2560 เศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังจากที่ภาครัฐลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดให้เกิดกำลังซื้อได้ชัดเจนขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559






