thansettakij
thansettakij
ร้านอาหารแห่เข้าตลาดหุ้น‘มัดแมน’ ระดมทุนขายธุรกิจในบ้าน-ต่างประเทศ

ร้านอาหารแห่เข้าตลาดหุ้น‘มัดแมน’ ระดมทุนขายธุรกิจในบ้าน-ต่างประเทศ

14 ก.ย. 59 | 05:00 น.
ธุรกิจร้านอาหาร รุกระดมทุนในตลาดหุ้น ตุนกระสุนสู้แข่งเดือด กลุ่มนํ้าตาลขอนแก่นดัน “มัดแมน” ขายไอพีโอ 105.49 ล้านหุ้นนำเงินขยายสาขาทั้งใน-ต่างประเทศ ปักหมุดกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ปลายปี 60ผุดร้าน “เกรฮาวด์ คาเฟ่” ที่อังกฤษ ฟาก“อาฟเตอร์ ยู” ไอพีโอ 236.50 ล้านหุ้น ขยายสาขากรุงเทพฯ ปริมณฑล ต่างจังหวัด
บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) หรือ MM ได้ยื่นแบบไฟลิ่งฉบับแรก (8 ก.ย.59) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 210.98 ล้านหุ้น (พาร์ 1 บาท/หุ้น) เสนอขายต่อผู้ถือหุ้นของ บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST ตามสัดส่วนการถือหุ้น ไม่เกิน 105.49 ล้านหุ้น เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)ไม่เกิน 105.49 ล้านหุ้น โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์(บล.)ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หรือแกนนำอันเดอร์ไรท์

มัดแมนระบุในไฟลิ่งว่า จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ด้วยเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม ( Market capitalization test)โครงสร้างผู้ถือหุ้นมี SST เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 80.30% ภายหลังการขายหุ้น IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 64.27% รองลงมา ได้แก่ บมจ.น้ำตาลขอนแก่น ถือหุ้น 9.30% ภายหลังไอพีโอ จะลดเหลือ 7.46%

วัตถุประสงค์ของการระดมทุน เพื่อนำเงินทีได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและใช้ดำเนินการทั่วไปของบริษัทฯ ,ชำระเงินกู้ยืม และลงทุนขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

โครงการในอนาคต จะขยายสาขาร้าน"เกรฮาวด์ คาเฟ่" ในประเทศเพิ่มอีกประมาณ 6-9 สาขา เป็นทั้งหมด 19-22 สาขาภายในปี 2563 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 15-20 ล้านบาทต่อสาขา นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจร้านอาหารเกรฮาวด์ คาเฟ่ ไปยังต่างประเทศในรูปแบบการให้สิทธิแฟรนไชส์ ซึ่งมี 11 สาขาในปัจจุบันผ่านสัญญาแฟรนไชส์กับผู้รับสิทธิใน 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง และมาเลเซีย ได้ตั้งเป้าเพิ่มแฟรนไชส์ในประเทศใหม่ทุกปีปีละ 1-2 ราย นอกจากนี้มีโครงการขยายสาขาร้านอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ เกรฮาวด์ คาเฟ่ในอังกฤษ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2560

ธุรกิจไลฟ์สไตล์แบรนด์เกรฮาวด์ มัดแมน มีแนวคิดที่จะใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์ "เกรฮาวด์" ในการพัฒนาสินค้าและบริการในรูปแบบอื่นๆ ในอนาคต เช่น ธุรกิจของใช้ในแนวมินิมอลลิส ( Minimalist) ไปจนถึงธุรกิจแนวบูติค เป็นต้น

ส่วนธุรกิจด้านร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้ตั้งเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มของ"ดังกิ้น โดนัท" เป็น 343 สาขาในปี 2563 จากสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 266 สาขา โดยเงินลงทุนประมาณ 1-2 ล้านบาท ต่อสาขา, ร้าน"โอบอง แปง" ในปี 2563 เพิ่มเป็น 96 สาขา จากสิ้นปี 2558 ที่ 67 สาขา โดยเงินลงทุนประมาณ 4-6 ล้านบาท ต่อสาขา และไอศครีม "บาสกิ้น รอบบิ้นส์" ในปี 2563 เพิ่มเป็น 64 สาขา จากสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 29 สาขา โดยเงินลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท ต่อสาขา นอกจากนี้อาจพิจารณาขยายสาขาร้านอาหารและเครื่องดื่มไปยังประเทศในภูมิภาค เช่น กัมพูชา, สปป.ลาว,เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งกำลังดำเนินการศึกษารายละเอียด

อนึ่งก่อนหน้านี้บมจ.อาฟเตอร์ ยู ผู้ประกอบธุรกิจร้านขนมหวาน เบเกอรี่ เเละกาเเฟ ภายใต้เเบรนด์ After You Cafe ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อก.ล.ต. เพื่อขอนุญาตเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 240 ล้านหุ้น คิดเป็น 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้ว ราคาพาร์หุ้นละ 0.10 บาท โดยจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มี บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และแกนนำอันเดอร์ไรท์

รายละเอียดหุ้นไอพีโอที่เสนอขาย แบ่งเป็นเสนอขายให้แก่ประชาชน จำนวน 236.50 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่กรรมการ จำนวน 1.5 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่ผู้บริหารและหรือพนักงานของบริษัทจำนวน 2 ล้านหุ้น
เงินที่ได้จากการระดมทุนมีแผนนำไปใช้ขยายสาขาในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ใช้ขยายกำลังการผลิต พร้อมกับขยายสายการผลิตในกลุ่มขนมหวาน โดยนำเครื่องจักรและอุปกรณ์มาใช้ในโรงงานแห่งใหม่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

อีกทั้งยังมีแผนติดตั้งและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้ทันสมัย รวมทั้งติดตั้งและพัฒนาระบบจัดการบัญชีแบบครบวงจร รองรับการขยายตัวในอนาคต

นอกจากนี้ยังจะสร้างศูนย์ฝึกอบรมพนักงานและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ทั้งนี้อาฟเตอร์ ยู ระบุว่า มีเป้าหมายขยายสาขารวมทั้งสิ้น 25-30 สาขา ภายในปี 2561
โครงสร้างผู้ถือหุ้นอาฟเตอร์ ยู มีกลุ่มนางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ ถือหุ้น 55% ภายหลังขายหุ้น IPO จะลดเหลือ 38.5% และกลุ่มนายแม่ทัพ ต.สุวรรณ ถือหุ้น 45% ภายหลังขายไอพีโอจะลดเหลือ 31.5%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline