thansettakij
thansettakij
G20ชูแผนปฏิบัติการ 2030 เน้นการพัฒนาด้วยนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

G20ชูแผนปฏิบัติการ 2030 เน้นการพัฒนาด้วยนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

08 ก.ย. 59 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ย. 59 | 10:46 น.
การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ครั้งที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหังโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ปิดฉากลงแล้วเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา โดยผู้นำรัฐบาล 20 ประเทศสมาชิกและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมประชุม อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่ม G77 ต่างเห็นพ้องที่จะร่วมกันผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมด้วยมาตรการใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ เชื่อมโยงกัน และก่อประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

ท่ามกลางสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งปีนี้ ทางธนาคารโลกได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมลงมาอยู่ที่ระดับเพียง 2.4 % จากเดิมที่เคยคาดไว้ 2.9 % เนื่องจากเศรษฐกิจของบรรดาประเทศอุตสาหกรรมยังคงประสบปัญหาและไม่ฟื้นตัวมากนัก ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงอยู่ในระดับต่ำทำให้ภาวะการค้าในภาพรวมยังคงแผ่วบาง ผิดกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพจัดการประชุม G20 ครั้งนี้ ที่ล่าสุดสถิติครึ่งปีแรกชี้ว่า มีการเติบโตในอัตราถึง 6.7 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโต 6.5-7% ที่รัฐบาลจีนตั้งไว้สำหรับปีนี้

[caption id="attachment_95310" align="aligncenter" width="500"] G20 ครั้งที่ 11 G20 ครั้งที่ 11[/caption]

ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ของจีน กล่าวในพิธีปิดการประชุมว่า บรรดาผู้นำที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ตัดสินใจที่จะกำหนดแนวทางสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยจะร่วมมือประสานนโยบายที่สอดคล้องและเน้นความร่วมมือเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการเป็นหุ้นส่วนหรือพันธมิตรที่ต่างก็ได้รับประโยชน์ ในขณะเดียวกันความเจริญก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืนและครอบคลุมทั่วถึงประชาชนทุกชนชั้น ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการที่บรรดาประเทศ G20 จะนำมาใช้ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้น ประกอบด้วยมาตรการหลากหลายด้าน เช่นมาตรการการเงิน การคลัง และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งยังควรจะต้องมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้น รวมทั้งมาตรการที่จะก่อให้เกิดผลในระยะกลางและระยะยาว

ผู้นำจีนยังกล่าวด้วยว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจโลกจำเป็นต้องใช้แนวทางใหม่ๆ จะหวังพึ่งนโยบายการเงินการคลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว “เราควรต้องมุ่งไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและสร้างสรรค์การเจริญเติบโตในรูปแบบใหม่ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน” ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิงกล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้นำ G20 มีมติรับรองแผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการสร้างความเติบโตด้วยนวัตกรรม (G20 Blueprint on Innovative Growth) ซึ่งหมายถึงการสร้างประโยชน์สูงสุดจากโอกาสใหม่ๆที่เกิดขึ้นจากการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ จากการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล และจากปัจจัยแวดล้อมรวมทั้งรูปแบบใหม่ๆของธุรกิจ ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก G20 จะร่วมกันจัดทำชุดแผนปฏิบัติการออกมาเป็นลำดับ

ผู้นำกลุ่ม G20 เห็นพ้องว่า จะกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างกันเพื่อเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในภาพรวม บรรดาผู้นำต่างยอมรับว่าการตั้งกำแพงปกป้องการค้ายังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อระบบการค้าเสรี นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงความร่วมมือทางการการเงินระหว่างประเทศและการจัดตั้งกองทุนเพื่อพิทักษ์สภาพภูมิอากาศของโลกซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้นำ G20 ยังได้ตกลงที่จะให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งมีเป้าหมายบรรลุผลในปี ค.ศ. 2030 เรียกว่า 2030 Agenda for Sustainable Development ซึ่งประธานาธิบดีจีนในฐานะเจ้าภาพระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่การประชุมระดับผู้นำของ G20 ได้บรรจุแผนการพัฒนาเข้าเป็นแก่นสาระสำคัญในกรอบนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคของโลก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline