
จับเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่มาแรง
จับเทรนด์มุมมองใหม่นักท่องเที่ยวจีน นักวิชาการม.ธุรกิจบัณทิตย์ ชี้ปัจจัยเลือกมาไทยเพราะสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ระบุ 40% เป็นคนรุ่นใหม่อายุ 24-29 ปี และ 32 % มีทัศนคติที่ดีมากต่อคนไทย ด้าน ศูนย์วิเคราะห์ ทีเอ็มบี แจงนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่มาแรง แนะรัฐและเอกชนตั้งรับเรียนรู้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ คาดอีก10 ปีเดินทางเข้าไทยกว่า 25 ล้านคน
[caption id="attachment_95992" align="aligncenter" width="700"]
จุดหมายปลายทางยอมนิยมที่คาดว่าคนจีนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในช่วงปี 2556-2566[/caption]
ดร.เลิศพร ภาระสกุล อาจารย์ประจำคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยถึง ผลวิจัยการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2558 ถึงต้นปี 2559 ด้วยการสุ่มเลือกแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ เพื่อสำรวจว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ผลักดันให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทย ทั้งทางด้านปัจจัยในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทัศนคติที่มีต่อคนไทย นักท่องเที่ยวใช้สื่อประเภทใด ในการค้นหาข้อมูลการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง รวมถึงความพึงพอใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย
ซึ่งพบว่านักทองเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจากแทบทุกมณฑล แต่ส่วนใหญ่ประมาท 1 ใน 4 มาจากมณฑล กว้างตุ้ง รองลงมามาจากเซียงไฮ้ ปักกิ่ง เสฉวน หูเป่ย กว่างซี เจียงซู และอื่น ๆ โดย 55 % เป็นนักท่องเที่ยวหญิง ที่มีสัดส่วนมากกว่าชายเล็กน้อยโดยอยู่ที่ 45 % และส่วนใหญ่ หรือ 40 % เป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในช่วงอายุ 24-29 ปีรองลงมา 30 % อยู่ในช่วงอายุ 30-39 % ส่วนผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นมีน้อยที่สุดคือเพียง 14 %
อย่างไรก็ดีปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีน เลือกมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ปัจจัยแรกคตือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับการท่องเที่ยวและความเป็นมิตรของคนไทย รองลงมาคือความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่แพงและสุดท้ายด้านความบันเทิง และสถานที่ที่เคยเห็นจากภาพยนต์
ในขณะที่ทัศนคติของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีต่อคนไทยนั้น ผลการวิจัยพบว่านักท่องเที่ยว 50 % มีทัศนคติที่ดีต่อคนไทย 32 % มีทัศนคติที่ดีมากต่อคนไทย และประมาณ 17 % มีทัศนคติทางด้านลบ ดังนั้น ทัศนคติของนักท่องเที่ยวมีความสัมพันธ์กับการบอกต่อและการกลับมาเที่ยวซ้ำ หากมีทัศนคติที่ดีความน่าจะเป็นในการแนะนำประเทศไทยต่อผู้อื่นก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ดร.เลิศพร กล่าว
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยรายงานวิจับตลาดนักท่องเที่ยวจีน เรื่อง Market Research Report on Chinese Outbound Tourist (city) Consumption ซึ่งเป็นการทำการศึกษาเรื่องเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ โดยคาดว่ามี่แนวโน้มโตอย่างต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้า หรือคาดว่าปี 2568 จะมีชาวจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 120 ล้านคนเป็น 220 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่กำลังจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป และสามารถใช้อินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวประเทศต่างๆได้
" โดยคนจีนกว่า 75% นิยมใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค 44% ใช้เว็บไซต์ในประเทศค้นหาแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นผู้ประกอบการควรจัดทำเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวไทยด้วยภาษาจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำการตลาด รวมถึงคนจีนกว่า 70% ชื่นชอบท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ 50% ชื่นชอบอาหารอร่อย แต่ขณะเดียวกัน คนจีน 38 % ก็ยังกังวลด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น"
โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจคาดว่าใน 10 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นกว่า 25 ล้านคนจากปัจจุบันร่วม 8 ล้านคน เนื่องจากไทยเป็นที่รู้จักของชาวจีนมากขึ้นและเดินทางไม่ไกลนัก จากแนวโน้มนี้อาจกล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่จะมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านปริมาณและกำลังซื้อที่สูงขึ้น ดังนั้นภาครัฐและเอกชนควรที่จะหาโอกาสจากเทรนด์นี้ ด้วยการนำพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนมาหารือร่วมกันเพื่อออกแบบนโยบายจูงใจให้มาเที่ยวไทย โดยสิ่งใดที่ไทยมีจุดเด่นอยู่แล้วให้รักษาไว้ แต่สิ่งใดที่ยังอ่อนด้อยอยู่ก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อจะนำไปสู่เม็ดเงินก้อนโตที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_95992" align="aligncenter" width="700"]
ดร.เลิศพร ภาระสกุล อาจารย์ประจำคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยถึง ผลวิจัยการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2558 ถึงต้นปี 2559 ด้วยการสุ่มเลือกแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ เพื่อสำรวจว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ผลักดันให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทย ทั้งทางด้านปัจจัยในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทัศนคติที่มีต่อคนไทย นักท่องเที่ยวใช้สื่อประเภทใด ในการค้นหาข้อมูลการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง รวมถึงความพึงพอใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย
ซึ่งพบว่านักทองเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจากแทบทุกมณฑล แต่ส่วนใหญ่ประมาท 1 ใน 4 มาจากมณฑล กว้างตุ้ง รองลงมามาจากเซียงไฮ้ ปักกิ่ง เสฉวน หูเป่ย กว่างซี เจียงซู และอื่น ๆ โดย 55 % เป็นนักท่องเที่ยวหญิง ที่มีสัดส่วนมากกว่าชายเล็กน้อยโดยอยู่ที่ 45 % และส่วนใหญ่ หรือ 40 % เป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในช่วงอายุ 24-29 ปีรองลงมา 30 % อยู่ในช่วงอายุ 30-39 % ส่วนผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นมีน้อยที่สุดคือเพียง 14 %
อย่างไรก็ดีปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีน เลือกมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ปัจจัยแรกคตือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับการท่องเที่ยวและความเป็นมิตรของคนไทย รองลงมาคือความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่แพงและสุดท้ายด้านความบันเทิง และสถานที่ที่เคยเห็นจากภาพยนต์
ในขณะที่ทัศนคติของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีต่อคนไทยนั้น ผลการวิจัยพบว่านักท่องเที่ยว 50 % มีทัศนคติที่ดีต่อคนไทย 32 % มีทัศนคติที่ดีมากต่อคนไทย และประมาณ 17 % มีทัศนคติทางด้านลบ ดังนั้น ทัศนคติของนักท่องเที่ยวมีความสัมพันธ์กับการบอกต่อและการกลับมาเที่ยวซ้ำ หากมีทัศนคติที่ดีความน่าจะเป็นในการแนะนำประเทศไทยต่อผู้อื่นก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ดร.เลิศพร กล่าว
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยรายงานวิจับตลาดนักท่องเที่ยวจีน เรื่อง Market Research Report on Chinese Outbound Tourist (city) Consumption ซึ่งเป็นการทำการศึกษาเรื่องเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ โดยคาดว่ามี่แนวโน้มโตอย่างต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้า หรือคาดว่าปี 2568 จะมีชาวจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 120 ล้านคนเป็น 220 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่กำลังจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป และสามารถใช้อินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวประเทศต่างๆได้
" โดยคนจีนกว่า 75% นิยมใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค 44% ใช้เว็บไซต์ในประเทศค้นหาแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นผู้ประกอบการควรจัดทำเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวไทยด้วยภาษาจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำการตลาด รวมถึงคนจีนกว่า 70% ชื่นชอบท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ 50% ชื่นชอบอาหารอร่อย แต่ขณะเดียวกัน คนจีน 38 % ก็ยังกังวลด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น"
โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจคาดว่าใน 10 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นกว่า 25 ล้านคนจากปัจจุบันร่วม 8 ล้านคน เนื่องจากไทยเป็นที่รู้จักของชาวจีนมากขึ้นและเดินทางไม่ไกลนัก จากแนวโน้มนี้อาจกล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่จะมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านปริมาณและกำลังซื้อที่สูงขึ้น ดังนั้นภาครัฐและเอกชนควรที่จะหาโอกาสจากเทรนด์นี้ ด้วยการนำพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนมาหารือร่วมกันเพื่อออกแบบนโยบายจูงใจให้มาเที่ยวไทย โดยสิ่งใดที่ไทยมีจุดเด่นอยู่แล้วให้รักษาไว้ แต่สิ่งใดที่ยังอ่อนด้อยอยู่ก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อจะนำไปสู่เม็ดเงินก้อนโตที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559






