thansettakij
thansettakij
125บจ.ปันผล 9.6หมื่นล. เอไอเอส-ปตท.-ซีพีเอฟอู้ฟู่

125บจ.ปันผล 9.6หมื่นล. เอไอเอส-ปตท.-ซีพีเอฟอู้ฟู่

05 ก.ย. 59 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.ย. 59 | 14:47 น.
บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 125 แห่ง จ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก มูลค่ารวม 9.57 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล สูงถึง 68% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนจ่าย 60 % ของกำไรสุทธิ สะท้อนพื้นฐานและสภาพคล่องที่ดีขึ้น เอไอเอส ปตท. ปูนซิเมนต์ไทย แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ซีพีเอฟ แชมป์จ่ายสูงสุด

ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียน( บจ.) รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2559 มี บจ. ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2559 แล้ว 125 บริษัท (ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์) มูลค่าจ่ายเงินปันผลรวม 9.57 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (dividend payout ratio) ที่ 68% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 60% แบ่งออกเป็น บจ. ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 105 บริษัท มูลค่าเงินปันผล 9.5 หมื่นล้านบาท และ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ( mai ) จำนวน 20 บริษัท มูลค่าเงินปันผล 739 ล้านบาท

ทั้งนี้มูลค่าเงินปันผลส่วนใหญ่เกิดจาก บจ. ในกลุ่ม SET50 ซึ่งมีมูลค่าเงินปันผลรวม 7.41 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 77% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมด

ดร.สันติ กล่าวว่า ผลกำไรสุทธิของ บจ. ที่ปรับดีขึ้น มีส่วนทำให้ บจ. จ่ายเงินปันผลได้เพิ่มขึ้นในรูปตัวเงิน และมีการพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จำนวน บจ. ที่มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ประมาณ 120-150 บริษัท สะท้อนถึงความสม่ำเสมอของบริษัท ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ลงทุนในการพิจารณาลงทุนในหุ้นไทย

บจ. ใน SET ที่ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)(บมจ.) (ADVANC)หรือเอไอเอส , บมจ. ปตท. (PTT), บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ,บมจ. แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) และ บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มีมูลค่ารวมกัน 5.25 หมื่นล้านบาท หรือ 70% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมดใน SET

หมวดธุรกิจที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก คือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดอาหารและเครื่องดื่ม และหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าเงินปันผลรวม 7.87 หมื่นล้านบาท หรือ 83% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมด โดยเป็นหมวดธุรกิจเดียวกันกับในปีก่อนหน้า

สำหรับ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) ,บมจ. บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) ,บมจ. ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) ,บมจ. สหการประมูล (AUCT) และ บมจ. แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) มีมูลค่าเงินปันผลรวม 427 ล้านบาท หรือ 58% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทรีนีตี้ จำกัด คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยเดือนกันยายนว่า แนวรับของดัชนีอยู่ที่ 1,500 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,570 จุด คาดการณ์ผลบวกจากปัจจัยต่างประเทศ กรณีการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันที่ 20-21 กันยายน 2559 ซึ่งมีโอกาสสูงถึง 60-70% ที่จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,189 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline