
เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นยืนเป้ากำไรบจ.เฉียด9แสนล้าน
นักวิเคราะห์เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้น ยืนเป้ากำไรบริษัทจดทะเบียนปี 59 อู้ฟู่เฉียด 9 แสนล้าน โตสูงสุด 27 % ธุรกิจการบิน เกษตร สินเชื่อเช่าซื้อ พระเอกนำทัพดันภาพรวมสดใส จับตาตัวฉุด กลุ่มการแพทย์ อาหาร บันเทิง บล.ไทยพาณิชย์เล็งปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เชื่อลดแรงกดดันพีอี หุ้นไทยแพง บจ. 140 แห่ง โชว์ศักยภาพงานไทยแลนด์ โฟกัส จากภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากบริษัทจดทะเบียนไทย(บจ.)ที่รายงานกำไรไตรมาส 2 ปี 2559 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.4 แสนล้านบาท และกำไรครึ่งปีแรก 4.7 แสนล้านบาท “ฐานเศรษฐกิจ”ได้สำรวจนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังและกำไรทั้งปี พบว่าหลายค่ายไม่ปรับเพิ่มคาดการณ์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ขณะที่บางค่ายเตรียมขยับเป้า
นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีการปรับเป้ากำไรบจ. เนื่องจากผลกำไรไตรมาส 2 ปี 2559 ที่ออกมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ หากสถานการณ์ยังเป็นไปในลักษณะดังกล่าว เชื่อว่าทั้งปีน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ว่ากำไรรวมของบจ.ปีนี้จะอยู่ที่ 8.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปี 2558 ที่มีกำไรรวม 6.97 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ในครึ่งปีหลังหากบจ.ยังรักษากำไรอยู่ในระดับ 2 แสนล้านบาทขึ้นไปต่อไตรมาส ก็เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่หากหลุดลงต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท คงต้องเข้าไปดูว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
บทวิเคราะห์บล.กสิกรไทย ระบุนักวิเคราะห์โดยรวม(Consensus )ปรับประมาณการกำไรปี 2559 ของบจ.ไทยลงเล็กน้อยในอัตรา 0.05% ในสัปดาห์ก่อน หรือจาก 94.46 บาท เป็น 94.41 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้การเติบโตกำไรต่อหุ้นในปี 2559 ลดลงจาก 23.5% เป็น 23.4%
โดยกลุ่มหลักที่ฉุดประมาณการกำไรลงได้แก่ กลุ่มการแพทย์ , กลุ่มอาหาร และกลุ่มบันเทิง ขณะที่กลุ่มหลักที่หนุนประมาณการกำไรได้แก่ กลุ่มธุรกิจการบิน , กลุ่มธุรกิจการเกษตร และกลุ่มการเงิน(สินเชื่อเช่าซื้อ)
ขณะที่ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยถูกปรับลดลงในสัปดาห์ก่อน ด้วยตัวเลขสิ้นปีปรับลดลงจาก 1,623.47 จุด เป็น 1,622.72 จุดหรือลดลง 0.05% จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยกลุ่มหลักที่ฉุดเป้าหมายลงเล็กน้อยได้แก่ กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับกลุ่มสำคัญที่สนับสนุนเป้าดัชนีคือ กลุ่มเหล็ก , กลุ่มธุรกิจการเกษตร และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ในบรรดาหุ้นที่ถูกมองเป็นบวกมากขึ้นทั้งในเชิงกำไรและราคาเป้าหมายคือ บมจ.การบินไทย ,บมจ.บ้านปู และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น
ด้านนายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บล.กสิกรไทย คาดการณ์กำไรต่อหุ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 96 บาท หรือคาดการณ์บจ.มีกำไรรวม 8.96 แสนล้านบาท ขณะที่พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจของไทยก็ถือว่าดีเกินคาด จากตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ไตรมาส 2/59 ที่ประกาศออกมา โดยเชื่อว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับคาดการณ์จีดีพีในช่วงไตรมาส 3-4/59 สูงขึ้น
“ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ถือว่าออกมาดีเกินคาด เนื่องจากมีการเติบโตมากกว่าไตรมาส1/59 และไตรมาส 4/58 ซึ่งทั้ง 2 ไตรมาสดังกล่าวจะเป็นช่วงที่มีผลกำไรสูงสุด โดยเป็นการแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวจริง ซึ่งดัชนีหุ้นไทยที่ 1,500-1,700 จุด ถือว่าเป็นแนวรับที่ดี โดยมองว่าทั้งปีดัชนีปิดที่ระดับ 1,570 จุดน่าจะมีความเป็นไปได้”
ส่วนนายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยฯอยู่ระหว่างปรับเพิ่มกำไรและเป้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด และตัวเลขจีดีพีโดยรวมก็น่าจะปรับขึ้น โดยที่ผ่านมากำไรตลาดถูกปรับลดมาตลอด จากปัจจัยลบต่างๆ เช่น หนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ โดยครั้งนี้น่าจะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ซึ่งจะช่วยให้อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น(พีอี เรโช) ที่ถูกมองว่าแพงเกินไปก็เริ่มดูดีขึ้น
รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-วันที่ 2 กันยายนนี้ ตลท.ร่วมกับแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินซ์ จัดงานไทยแลนด์ โฟกัส 2016 ซึ่งเป็นงานสัมมนาประจำปีที่จะมีผู้ลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก เดินทางมาพบกับบริษัทจดทะเบียนของไทย ขณะที่มีบริษัทจดทะเบียนได้ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมงานครั้งนี้ถึงกว่า 140 บริษัท จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก และ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (nai)โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือมาร์เก็ตแคป 11.75 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 77% ของมูลค่ารวมของตลาด(ข้อมูล ณ 22 ส.ค. 2559)
นายเฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(บมจ.)( EPG ) เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วมให้ข้อมูล(โรดโชว์)นักลงทุนสถาบันในงานไทยแลนด์ โฟกัส วันที่ 31 สิงหาคม –วันที่ 2 กันยายนนี้
สำหรับผลการดำเนินงานบริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 2560 เติบโต 15-20% หรืออยู่ที่ 1-1.1 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 ที่มีรายได้รวม 9,187 ล้านบาท รวมถึงจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 28-32% และอัตรากำไรสุทธิใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 15.38% โดยในช่วงไตรมาส 2/2560 ธุรกิจของบริษัทฯมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงการเติบโตตามปกติ บริษัทฯมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมากทั้งธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ธุรกิจฉนวนกันความร้อนและเย็น รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ด้านนายกอบชัย ธนสุกาญจน์ ผู้บริหารสายงานบริหารการเงิน บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL) กล่าวว่า บริษัทร่วมนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศในงานไทยแลนด์ โฟกัส ด้วย ซึ่งบริษัทจะพบกับผู้จัดการกองทุนในวันที่ 2 กันยายนนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559
นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีการปรับเป้ากำไรบจ. เนื่องจากผลกำไรไตรมาส 2 ปี 2559 ที่ออกมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ หากสถานการณ์ยังเป็นไปในลักษณะดังกล่าว เชื่อว่าทั้งปีน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ว่ากำไรรวมของบจ.ปีนี้จะอยู่ที่ 8.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปี 2558 ที่มีกำไรรวม 6.97 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ในครึ่งปีหลังหากบจ.ยังรักษากำไรอยู่ในระดับ 2 แสนล้านบาทขึ้นไปต่อไตรมาส ก็เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่หากหลุดลงต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท คงต้องเข้าไปดูว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
บทวิเคราะห์บล.กสิกรไทย ระบุนักวิเคราะห์โดยรวม(Consensus )ปรับประมาณการกำไรปี 2559 ของบจ.ไทยลงเล็กน้อยในอัตรา 0.05% ในสัปดาห์ก่อน หรือจาก 94.46 บาท เป็น 94.41 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้การเติบโตกำไรต่อหุ้นในปี 2559 ลดลงจาก 23.5% เป็น 23.4%
โดยกลุ่มหลักที่ฉุดประมาณการกำไรลงได้แก่ กลุ่มการแพทย์ , กลุ่มอาหาร และกลุ่มบันเทิง ขณะที่กลุ่มหลักที่หนุนประมาณการกำไรได้แก่ กลุ่มธุรกิจการบิน , กลุ่มธุรกิจการเกษตร และกลุ่มการเงิน(สินเชื่อเช่าซื้อ)
ขณะที่ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยถูกปรับลดลงในสัปดาห์ก่อน ด้วยตัวเลขสิ้นปีปรับลดลงจาก 1,623.47 จุด เป็น 1,622.72 จุดหรือลดลง 0.05% จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยกลุ่มหลักที่ฉุดเป้าหมายลงเล็กน้อยได้แก่ กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับกลุ่มสำคัญที่สนับสนุนเป้าดัชนีคือ กลุ่มเหล็ก , กลุ่มธุรกิจการเกษตร และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ในบรรดาหุ้นที่ถูกมองเป็นบวกมากขึ้นทั้งในเชิงกำไรและราคาเป้าหมายคือ บมจ.การบินไทย ,บมจ.บ้านปู และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น
ด้านนายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บล.กสิกรไทย คาดการณ์กำไรต่อหุ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 96 บาท หรือคาดการณ์บจ.มีกำไรรวม 8.96 แสนล้านบาท ขณะที่พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจของไทยก็ถือว่าดีเกินคาด จากตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ไตรมาส 2/59 ที่ประกาศออกมา โดยเชื่อว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับคาดการณ์จีดีพีในช่วงไตรมาส 3-4/59 สูงขึ้น
“ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ถือว่าออกมาดีเกินคาด เนื่องจากมีการเติบโตมากกว่าไตรมาส1/59 และไตรมาส 4/58 ซึ่งทั้ง 2 ไตรมาสดังกล่าวจะเป็นช่วงที่มีผลกำไรสูงสุด โดยเป็นการแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวจริง ซึ่งดัชนีหุ้นไทยที่ 1,500-1,700 จุด ถือว่าเป็นแนวรับที่ดี โดยมองว่าทั้งปีดัชนีปิดที่ระดับ 1,570 จุดน่าจะมีความเป็นไปได้”
ส่วนนายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยฯอยู่ระหว่างปรับเพิ่มกำไรและเป้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด และตัวเลขจีดีพีโดยรวมก็น่าจะปรับขึ้น โดยที่ผ่านมากำไรตลาดถูกปรับลดมาตลอด จากปัจจัยลบต่างๆ เช่น หนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ โดยครั้งนี้น่าจะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ซึ่งจะช่วยให้อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น(พีอี เรโช) ที่ถูกมองว่าแพงเกินไปก็เริ่มดูดีขึ้น
รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-วันที่ 2 กันยายนนี้ ตลท.ร่วมกับแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินซ์ จัดงานไทยแลนด์ โฟกัส 2016 ซึ่งเป็นงานสัมมนาประจำปีที่จะมีผู้ลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก เดินทางมาพบกับบริษัทจดทะเบียนของไทย ขณะที่มีบริษัทจดทะเบียนได้ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมงานครั้งนี้ถึงกว่า 140 บริษัท จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก และ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (nai)โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือมาร์เก็ตแคป 11.75 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 77% ของมูลค่ารวมของตลาด(ข้อมูล ณ 22 ส.ค. 2559)
นายเฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(บมจ.)( EPG ) เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วมให้ข้อมูล(โรดโชว์)นักลงทุนสถาบันในงานไทยแลนด์ โฟกัส วันที่ 31 สิงหาคม –วันที่ 2 กันยายนนี้
สำหรับผลการดำเนินงานบริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 2560 เติบโต 15-20% หรืออยู่ที่ 1-1.1 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 ที่มีรายได้รวม 9,187 ล้านบาท รวมถึงจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 28-32% และอัตรากำไรสุทธิใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 15.38% โดยในช่วงไตรมาส 2/2560 ธุรกิจของบริษัทฯมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงการเติบโตตามปกติ บริษัทฯมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมากทั้งธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ธุรกิจฉนวนกันความร้อนและเย็น รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ด้านนายกอบชัย ธนสุกาญจน์ ผู้บริหารสายงานบริหารการเงิน บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL) กล่าวว่า บริษัทร่วมนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศในงานไทยแลนด์ โฟกัส ด้วย ซึ่งบริษัทจะพบกับผู้จัดการกองทุนในวันที่ 2 กันยายนนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559






