
ซีทีเอชยื้อส่งแผนกสทช.ปรับรายวันก่อนยึดใบอนุญาต
"ซีทีเอช" อ้างปัญหาหนี้ท่วม ส่งผลจัดทำแผนเยียวยาลูกค้าไม่สำเร็จ ยันได้รับหนังสือเตือนจากกสทช.แล้ว รับปากพร้อมเร่งประชุมบอร์ดหาทางออก ด้าน "กสทช." จ่อพักใช้-เพิกถอนใบอนุญาต หลังประเดิมปรับวันละ 2 หมื่นบาท
นายอมฤต ศุขะวณิช รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ซีทีเอชได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)แล้ว กรณีให้จัดทำแผนเยียวยาผู้บริโภคภายหลังยุติการให้บริการ โดยทีซีเอชจะดำเนินการประชุมกับคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) อย่างเร่งด่วน เพื่อจัดทำแผนเยียวยาให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าแผนเยียวยาใหม่ที่ออกมาจะชดเชยในรูปแบบใด และเวลาใดบ้าง เนื่องจากขณะนี้ซีทีเอชกำลังเผชิญกับอุปสรรคด้านการเงินอย่างมาก
"บริษัทได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากกสทช.เรียบร้อยแล้ว และกำลังประชุมกับบอร์ดว่าจะชดเชยให้กับผู้บริโภคอย่างไร ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถตอบได้เลย แต่จะพยายามจัดทำและส่งแผนไปให้กสทช.โดยเร็วที่สุด"
ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอโดยไม่อนุญาตให้บริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด (บริษัทในเครือบมจ. ซีทีเอช ซึ่งทำหน้าที่บริหารเคเบิลทีวีซีทีเอช) ขยายระยะเวลานำส่งแผนเยียวยา กรณียุติการให้บริการโครงข่ายต่อผู้ใช้บริการและผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ช่องรายการ)
ขณะเดียวกันบอร์ด กสท. ยังมีมติปรับ ซีทีเอช เคเบิล ทีวี วันละ2 หมื่นบาท กรณีไม่ส่งแผนเยียวยา พร้อมปรับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด (บริษัทในเครือบมจ. ซีทีเอช ที่เข้าซื้อกิจการต่อมาจากเครือจีเอ็มเอ็ม) อีก 1 ล้านบาท กรณีไม่คืนค่าแพ็กเกจลูกค้าภายใน 30 วัน หลังเลิกสัญญา
"ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมากสท.มีคำสั่งทางปกครองปรับบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัดในอัตราวันละ 2 หมื่นบาทจนกว่าบริษัทจะปฏิบัติตามคำสั่งให้แล้วเสร็จ ซึ่งเมื่อมีคำสั่งปรับ ภายใน 7 วันไปแล้ว นับแต่วันที่ซีทีเอชได้รับคำสั่ง หากพบว่าซีทีเอชยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ส่งแผนเยียวยา กสท.จะใช้มาตรการทางปกครองสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป"
ทั้งนี้ซีทีเอช ประกาศยุติการออกอากาศตั้งแต่เวลาเที่ยวคืนวันที่ 1 ก.ย.2559 โดยอ้างเหตุผลเรื่องสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ไม่สามารถให้บริการต่อไปได้ นางสาวสุภิญญา กล่าวว่าหากในวันนั้นซีทีเอชยุติการให้บริการจริง โดยที่ยังไม่ส่งแผนชดเชยเยียวยามาให้กสทช.จะส่งผลต่อผู้บริโภคอย่างมาก โดยที่เรื่องดังกล่าวจะต้องไปสู่ขั้นตอนของฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขณะที่กสทช.จะลงโทษได้โดยการปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป เช่นเดียวกับกรณีช่องไทยทีวีในอดีตที่ฝ่าฝืนคำสั่ง จนต้องยุติการส่งสัญญาณ (จอดำ) ในที่สุด
น.ส.สุภิญญา กล่าวอีกว่านอกจากนี้ที่ประชุม กสท. ยังเห็นชอบหลักการกำหนดอัตราโทษปรับทางปกครอง ตามที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เสนอ กรณีบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด หยุดการให้บริการแพ็กเกจ Z PAY TV โดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบเป็นการล่วงหน้า โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ลงมติให้ปรับทางปกครองในอัตรา 1 ล้านบาท และปรับอีกวันละ 5 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยให้สำนักงาน กสทช. แจ้งคำสั่งเตือนไปยังจีเอ็มเอ็ม บี ให้คืนเงินสมาชิกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง หากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ดำเนินการปรับทางปกครองในอัตราดังกล่าว
พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. กล่าววก่อนหน้าถึงกรณีซีทีเอช ว่า กสทช.ไม่มีกรอบอำนาจในการลงโทษ เนื่องจากซีทีเอชประกอบกิจการโดยไม่ใช้คลื่นความถี่ แต่เนื่องจากกรณีการยุตินี้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ดังนั้นซีทีเอชต้องส่งแผนเยียวยามาให้กสทช.พิจารณาความเหมาะสมก่อน ซึ่งเบื้องต้นหากซีทีเอชยังไม่ส่งแผนเยียวยามาให้ตามที่กสทช.กำหนด เบื้องต้นจะถูกบทลงโทษด้วยการเตือน ปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตในที่สุด
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางซีทีเอช เคเบิลฯ ได้ขอขยายระยะเวลาการนำเสนอแผนเยียวยาและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการยุติการให้บริการในวันที่ 1 กันยายนนี้ ออกไปอีก 7 วัน นับแต่ภายหลังวันประชุมกรรมการบริษัทวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยก่อนหน้านี้มติกสท.ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งต่อซีทีเอชให้จัดทำแผนมาตรการเยียวยาลูกค้าภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวจะใช้มาตรการทางปกครองกำหนดโทษปรับ 2 หมื่นบาทต่อวันตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน และเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วจะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป ขณะเดียวกันการจัดทำแผนการเยียวยาผู้บริโภคในครั้งนี้ควรเป็นแผนการเยียวยาที่ครอบคลุมจำนวนผู้ใช้บริการทุกกลุ่มในทุกประเภทการให้บริการ อาทิ ผู้ใช้บริการที่รับชมผ่านช่องสัญญาณจานดาวเทียมไทยคม Ku-Band และรวมถึงผู้ใช้บริการของบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัดด้วย
ล่าสุดกลุ่มซีทีเอชแจ้งตัวเลขผลประกอบการถึงปัจจุบันพบว่าขาดทุนสะสมและมีหนี้สินรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยมีมูลค่าหนี้สินแต่ละบริษัท เช่น ซีทีเอช เคเบิล ทีวี 2,150 ล้านบาท , ดิจิตอลมีเดีย แอดเวอร์ไทซิ่ง 379 ล้านบาท ซีทีเอช เมมเบอร์ 2,751 ล้านบาท ซีทีเอช ฮาร์ดแวร์ 1,531 ล้านบาท บมจ. ซีทีเอช 1.41 หมื่นล้านบาท เป็นต้น
ขณะที่การประกาศยุติให้บริการของซีทีเอชยังคงมีหนี้สินที่ยังคงค้างกับผู้ประกอบการ หรือพันธมิตรอื่น เช่น ค่าเช่าสัญญาณโครงข่ายดาวเทียม (ไทยคม) ค่าคอนเทนต์ หรือค่าลิขสิทธิ์ ที่ซื้อจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มฟ็อกซ์ ซึ่งเซ็นสัญญาซื้อคอนเทนต์เป็นระยะเวลา 5 ปี ใช้เงินลงทุนราว 2,000 ล้านบาท เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559
นายอมฤต ศุขะวณิช รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ซีทีเอชได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)แล้ว กรณีให้จัดทำแผนเยียวยาผู้บริโภคภายหลังยุติการให้บริการ โดยทีซีเอชจะดำเนินการประชุมกับคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) อย่างเร่งด่วน เพื่อจัดทำแผนเยียวยาให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าแผนเยียวยาใหม่ที่ออกมาจะชดเชยในรูปแบบใด และเวลาใดบ้าง เนื่องจากขณะนี้ซีทีเอชกำลังเผชิญกับอุปสรรคด้านการเงินอย่างมาก
"บริษัทได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากกสทช.เรียบร้อยแล้ว และกำลังประชุมกับบอร์ดว่าจะชดเชยให้กับผู้บริโภคอย่างไร ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถตอบได้เลย แต่จะพยายามจัดทำและส่งแผนไปให้กสทช.โดยเร็วที่สุด"
ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอโดยไม่อนุญาตให้บริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด (บริษัทในเครือบมจ. ซีทีเอช ซึ่งทำหน้าที่บริหารเคเบิลทีวีซีทีเอช) ขยายระยะเวลานำส่งแผนเยียวยา กรณียุติการให้บริการโครงข่ายต่อผู้ใช้บริการและผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ช่องรายการ)
ขณะเดียวกันบอร์ด กสท. ยังมีมติปรับ ซีทีเอช เคเบิล ทีวี วันละ2 หมื่นบาท กรณีไม่ส่งแผนเยียวยา พร้อมปรับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด (บริษัทในเครือบมจ. ซีทีเอช ที่เข้าซื้อกิจการต่อมาจากเครือจีเอ็มเอ็ม) อีก 1 ล้านบาท กรณีไม่คืนค่าแพ็กเกจลูกค้าภายใน 30 วัน หลังเลิกสัญญา
"ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมากสท.มีคำสั่งทางปกครองปรับบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัดในอัตราวันละ 2 หมื่นบาทจนกว่าบริษัทจะปฏิบัติตามคำสั่งให้แล้วเสร็จ ซึ่งเมื่อมีคำสั่งปรับ ภายใน 7 วันไปแล้ว นับแต่วันที่ซีทีเอชได้รับคำสั่ง หากพบว่าซีทีเอชยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ส่งแผนเยียวยา กสท.จะใช้มาตรการทางปกครองสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป"
ทั้งนี้ซีทีเอช ประกาศยุติการออกอากาศตั้งแต่เวลาเที่ยวคืนวันที่ 1 ก.ย.2559 โดยอ้างเหตุผลเรื่องสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ไม่สามารถให้บริการต่อไปได้ นางสาวสุภิญญา กล่าวว่าหากในวันนั้นซีทีเอชยุติการให้บริการจริง โดยที่ยังไม่ส่งแผนชดเชยเยียวยามาให้กสทช.จะส่งผลต่อผู้บริโภคอย่างมาก โดยที่เรื่องดังกล่าวจะต้องไปสู่ขั้นตอนของฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขณะที่กสทช.จะลงโทษได้โดยการปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป เช่นเดียวกับกรณีช่องไทยทีวีในอดีตที่ฝ่าฝืนคำสั่ง จนต้องยุติการส่งสัญญาณ (จอดำ) ในที่สุด
น.ส.สุภิญญา กล่าวอีกว่านอกจากนี้ที่ประชุม กสท. ยังเห็นชอบหลักการกำหนดอัตราโทษปรับทางปกครอง ตามที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เสนอ กรณีบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด หยุดการให้บริการแพ็กเกจ Z PAY TV โดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบเป็นการล่วงหน้า โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ลงมติให้ปรับทางปกครองในอัตรา 1 ล้านบาท และปรับอีกวันละ 5 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยให้สำนักงาน กสทช. แจ้งคำสั่งเตือนไปยังจีเอ็มเอ็ม บี ให้คืนเงินสมาชิกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง หากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ดำเนินการปรับทางปกครองในอัตราดังกล่าว
พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. กล่าววก่อนหน้าถึงกรณีซีทีเอช ว่า กสทช.ไม่มีกรอบอำนาจในการลงโทษ เนื่องจากซีทีเอชประกอบกิจการโดยไม่ใช้คลื่นความถี่ แต่เนื่องจากกรณีการยุตินี้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ดังนั้นซีทีเอชต้องส่งแผนเยียวยามาให้กสทช.พิจารณาความเหมาะสมก่อน ซึ่งเบื้องต้นหากซีทีเอชยังไม่ส่งแผนเยียวยามาให้ตามที่กสทช.กำหนด เบื้องต้นจะถูกบทลงโทษด้วยการเตือน ปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตในที่สุด
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางซีทีเอช เคเบิลฯ ได้ขอขยายระยะเวลาการนำเสนอแผนเยียวยาและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการยุติการให้บริการในวันที่ 1 กันยายนนี้ ออกไปอีก 7 วัน นับแต่ภายหลังวันประชุมกรรมการบริษัทวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยก่อนหน้านี้มติกสท.ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งต่อซีทีเอชให้จัดทำแผนมาตรการเยียวยาลูกค้าภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวจะใช้มาตรการทางปกครองกำหนดโทษปรับ 2 หมื่นบาทต่อวันตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน และเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วจะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป ขณะเดียวกันการจัดทำแผนการเยียวยาผู้บริโภคในครั้งนี้ควรเป็นแผนการเยียวยาที่ครอบคลุมจำนวนผู้ใช้บริการทุกกลุ่มในทุกประเภทการให้บริการ อาทิ ผู้ใช้บริการที่รับชมผ่านช่องสัญญาณจานดาวเทียมไทยคม Ku-Band และรวมถึงผู้ใช้บริการของบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัดด้วย
ล่าสุดกลุ่มซีทีเอชแจ้งตัวเลขผลประกอบการถึงปัจจุบันพบว่าขาดทุนสะสมและมีหนี้สินรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยมีมูลค่าหนี้สินแต่ละบริษัท เช่น ซีทีเอช เคเบิล ทีวี 2,150 ล้านบาท , ดิจิตอลมีเดีย แอดเวอร์ไทซิ่ง 379 ล้านบาท ซีทีเอช เมมเบอร์ 2,751 ล้านบาท ซีทีเอช ฮาร์ดแวร์ 1,531 ล้านบาท บมจ. ซีทีเอช 1.41 หมื่นล้านบาท เป็นต้น
ขณะที่การประกาศยุติให้บริการของซีทีเอชยังคงมีหนี้สินที่ยังคงค้างกับผู้ประกอบการ หรือพันธมิตรอื่น เช่น ค่าเช่าสัญญาณโครงข่ายดาวเทียม (ไทยคม) ค่าคอนเทนต์ หรือค่าลิขสิทธิ์ ที่ซื้อจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มฟ็อกซ์ ซึ่งเซ็นสัญญาซื้อคอนเทนต์เป็นระยะเวลา 5 ปี ใช้เงินลงทุนราว 2,000 ล้านบาท เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559






