
มองโอกาสเมื่อ 'โมร็อกโก' ปฏิรูปการลงทุน
“โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา
[caption id="attachment_92791" align="aligncenter" width="500"]
Morocco-Exports[/caption]
โมร็อกโกโดดเด่นในด้านที่ตั้ง เพราะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งและกระจายสินค้าสู่ทั้งยุโรป แอฟริกาและตะวันออกกลาง ศักยภาพด้านการค้าการลงทุนของโมร็อกโกเป็นผลมาจากปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัยครบครันเอื้อต่อการขนส่งและกระจายสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว และนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่อนุญาตให้นักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร่วมลงทุนท้องถิ่น และสามารถลงทุนได้เกือบทุกสาขา ยกเว้นการซื้อที่ดินการเกษตร
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2559 รัฐบาลโมร็อกโกได้ยกเครื่องนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติภายใต้แผนปฏิรูปการลงทุน 5 ประการ ได้แก่
1. การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัท Startup เป็นเวลา 5 ปี
2. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Free Zone) อย่างน้อยหนึ่งเขตในแต่ละภูมิภาค
3. การให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทส่งออกรายใหญ่ เสมือนเป็นบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
4. การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้รับจ้างช่วงเสมือนเป็นผู้ส่งออกทางอ้อม (Indirect Exporter)
5. การให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนในจังหวัดที่ด้อยพัฒนา
การยกเครื่องนโยบายคราวนี้ รัฐบาลโมร็อกโกดำเนินการไปพร้อมกับการบังคับใช้แผนเร่งยกระดับอุตสาหกรรม (Industrial Acceleration Plan) ระหว่างปี ค.ศ.2014-2020 ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งของภาคอุตสาหกรรมในจีดีพี จากเดิม 14% เป็น 23% ภายในปี 2020 และเดินหน้าพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Hub) ในทวีปแอฟริกา
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ของโมร็อกโก ไม่เพียงแต่จะนำโอกาสมาให้โมร็อกโก แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ให้กับนักลงทุนต่างชาติรวมถึงไทยด้วย
ปัจจุบัน มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับโมร็อกโกอยู่ที่ 167.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือว่าเป็นตัวเลขที่ยังไม่สูงนัก สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปโมร็อกโก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงตู้เย็น แต่เพราะความห่างไกลด้านระยะทาง และข้อมูลด้านเศรษฐกิจที่ไม่เพียงพอกับการนำมาประกอบการตัดสินใจ ทำให้ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่กล้าไขกุญแจเข้าไปในโมร็อกโก ทั้งๆ ที่โมร็อกโกก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยในระดับรัฐบาลและมีสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกับไทย
โมร็อกโกมีความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) และความตกลง Euro-Mediterranean Association Agreement กับสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยที่วางแผนเข้าไปเจาะตลาดโมร็อกโก สามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังยุโรปหรือภูมิภาคอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ โมร็อกโกยังได้เริ่มปฏิรูปหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ โดยยุบรวม 3 หน่วยงานย่อย และจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการลงทุนและการส่งออกโมร็อกโก (Moroccan Investment and Exports Development Agency) หรือ AMDIE ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม การค้าการลงทุน และเศรษฐกิจ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านการค้าการลงทุนอย่างเป็นเอกภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นช่องทางสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยได้เกาะติดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจในโมร็อกโก
การที่รัฐบาลโมร็อกโกส่งสัญญาณที่ดีและพร้อมเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนจากต่างชาติเช่นนี้ จึงเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและสอดคล้องกับความต้องการในตลาดของโมร็อกโก ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอะไหล่รถยนต์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร และการท่องเที่ยว ในการศึกษาหาช่องทางการบุกตลาดโมร็อกโก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา สถานทูตไทยที่โมร็อกโกก็ได้ดำเนินโครงการนำร่องในการส่งเสริมความนิยมอาหารไทยและสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งมาแล้ว การเจาะตลาดโมร็อกโกจึงไม่ยากอย่างที่คิด
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.ThaiBiz.net หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_92791" align="aligncenter" width="500"]
โมร็อกโกโดดเด่นในด้านที่ตั้ง เพราะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งและกระจายสินค้าสู่ทั้งยุโรป แอฟริกาและตะวันออกกลาง ศักยภาพด้านการค้าการลงทุนของโมร็อกโกเป็นผลมาจากปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัยครบครันเอื้อต่อการขนส่งและกระจายสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว และนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่อนุญาตให้นักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร่วมลงทุนท้องถิ่น และสามารถลงทุนได้เกือบทุกสาขา ยกเว้นการซื้อที่ดินการเกษตร
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2559 รัฐบาลโมร็อกโกได้ยกเครื่องนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติภายใต้แผนปฏิรูปการลงทุน 5 ประการ ได้แก่
1. การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัท Startup เป็นเวลา 5 ปี
2. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Free Zone) อย่างน้อยหนึ่งเขตในแต่ละภูมิภาค
3. การให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทส่งออกรายใหญ่ เสมือนเป็นบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
4. การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้รับจ้างช่วงเสมือนเป็นผู้ส่งออกทางอ้อม (Indirect Exporter)
5. การให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนในจังหวัดที่ด้อยพัฒนา
การยกเครื่องนโยบายคราวนี้ รัฐบาลโมร็อกโกดำเนินการไปพร้อมกับการบังคับใช้แผนเร่งยกระดับอุตสาหกรรม (Industrial Acceleration Plan) ระหว่างปี ค.ศ.2014-2020 ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งของภาคอุตสาหกรรมในจีดีพี จากเดิม 14% เป็น 23% ภายในปี 2020 และเดินหน้าพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Hub) ในทวีปแอฟริกา
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ของโมร็อกโก ไม่เพียงแต่จะนำโอกาสมาให้โมร็อกโก แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ให้กับนักลงทุนต่างชาติรวมถึงไทยด้วย
ปัจจุบัน มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับโมร็อกโกอยู่ที่ 167.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือว่าเป็นตัวเลขที่ยังไม่สูงนัก สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปโมร็อกโก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงตู้เย็น แต่เพราะความห่างไกลด้านระยะทาง และข้อมูลด้านเศรษฐกิจที่ไม่เพียงพอกับการนำมาประกอบการตัดสินใจ ทำให้ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่กล้าไขกุญแจเข้าไปในโมร็อกโก ทั้งๆ ที่โมร็อกโกก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยในระดับรัฐบาลและมีสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกับไทย
โมร็อกโกมีความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) และความตกลง Euro-Mediterranean Association Agreement กับสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยที่วางแผนเข้าไปเจาะตลาดโมร็อกโก สามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังยุโรปหรือภูมิภาคอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ โมร็อกโกยังได้เริ่มปฏิรูปหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ โดยยุบรวม 3 หน่วยงานย่อย และจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการลงทุนและการส่งออกโมร็อกโก (Moroccan Investment and Exports Development Agency) หรือ AMDIE ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม การค้าการลงทุน และเศรษฐกิจ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านการค้าการลงทุนอย่างเป็นเอกภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นช่องทางสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยได้เกาะติดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจในโมร็อกโก
การที่รัฐบาลโมร็อกโกส่งสัญญาณที่ดีและพร้อมเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนจากต่างชาติเช่นนี้ จึงเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและสอดคล้องกับความต้องการในตลาดของโมร็อกโก ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอะไหล่รถยนต์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร และการท่องเที่ยว ในการศึกษาหาช่องทางการบุกตลาดโมร็อกโก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา สถานทูตไทยที่โมร็อกโกก็ได้ดำเนินโครงการนำร่องในการส่งเสริมความนิยมอาหารไทยและสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งมาแล้ว การเจาะตลาดโมร็อกโกจึงไม่ยากอย่างที่คิด
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.ThaiBiz.net หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559






