
ตลาดสมาร์ทโฟนส่งสัญญาณฟื้น ‘ซัมซุง’ ชี้ปัจจัยบวกชัด/ขายเรือธง ‘โน้ต 7’ ในไทย 9 ก.ย.
ซัมซุง มองตลาดสมาร์ทโฟนครึ่งปีหลังฟื้นกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังครึ่งแรกซึม ชี้สัญญาณชัดเจน ทั้งตลาดหุ้นทะยาน/โอเปอเรเตอร์ให้บริการ 4G เต็มรูปแบบ ประกาศขายสมาร์ทโฟนเรือธง "กาแลคซี่ โน้ต 7" ในไทย 9 ก.ย.นี้ หลังกระแสตอบรับล้น ยอดพรีออร์เดอร์สูงกว่ากาแลคซี่ เอส 7 ราว 30-40%
นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนในครึ่งปีหลังจะมีการเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ตลาดทรงตัว โดยมองว่ามีสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนหลายประการ ทั้งตลาดหุ้น ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,200 จุด เป็น 1,500 จุด ขณะเดียวกันยังมองว่าที่ผ่านมาโอเปอเรเตอร์ยังไม่ได้ให้บริการ 4 จีเต็มรูปแบบ ซึ่งครึ่งปีหลัง มองว่าจะมีบริการคอนเทนต์ ออนไลน์เซอร์วิสต่างๆออกมาอีกมาก รวมไปถึงการเติบโตของโมบายแบงกิ้งด้วย นอกจากนี้การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เป็นผลดีกับผู้บริโภค และช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตามยังมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวมปีนี้ยังไม่กลับไปสู่ยุคทองเหมือนช่วง 2-3 ปีที่แล้ว
สำหรับซัมซุงนั้นในครึ่งปีแรกเติบโตสูงกว่าเป้าหมาย 2-3% โดยมีการเติบโตทั้งในแง่จำนวนและมูลค่า โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต คือ กาแลคซี่ เจ 2 และ เจ 7 เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์กาแลคซี่ เอ ซีรีส์ มีเพียงกาแลคซี่ เอ 9 ที่มีปัญหาของขาดตลาด ชณะที่ กาแลคซี่ เอส 7 ยอดขายก็เติบโตขึ้นทุกสัปดาห์
ส่วนครึ่งปีหลังมองว่ากาแลคซี่ โน้ต 7 ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด จะเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้น โดยในเกาหลี ยอดขายของ กาแลคซี่ โน้ต 7 สูงกว่า กาแลคซี่ เอส 7 เป็น 2 เท่า ส่วนในไทย นั้น ภายหลังจาก เปิดให้ผู้สนใจสั่งจองล่วงหน้า หรือ พรีออร์เดอร์ ในวันที่ 5 - 14 สิงหาคม 2559 ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก โดยมียอดจองสูงกว่า กาแลคซี่ เอส 7 ราว 30-40% อย่างไรก็ตามเนื่องจากกาแลคซี่ โน้ต 7 มีเทคโนโลยีใหม่หลายตัวที่ซัมซุงใส่เข้าไป ทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของตลาด ทำให้ต้องเลื่อนจากส่งมอบสินค้าจากเดิมกำหนดไว้วันรับเครื่องจองไว้ วันที่ 19-21 สิงหาคม เป็นวันที่ 2-4 กันยายน 2559 ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการนั้นคาดว่าจะเป็นวันที่ 9 กันยายน 2559 ในราคา 28,900 บาท โดยจะมีให้เลือก 3 สี คือ สีดำออนิกซ์ สีทองแพลทินัม และ สีเงินไททาเนียม ส่วนสีฟ้า อยู่ระหว่าการพิจารณานำเข้ามาจำหน่าย
สำหรับซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 นั้นมีนวัตกรรมที่ไม่มีเคยมีใครทำมาก่อน ทั้งระบบความปลอดภัยสแกนม่านตา ไอริส สแกน ที่ถือว่ามีการนำมาใช้เชิงพาณิชย์เป็นรายแรก อีกทั้งยังมีความเสถียร และเทคโนโลยี ซิเคียว โฟลเดอร์ แฟ้มเก็บข้อมูลหรือ บันทึกส่วนตัว อาทิ ข้อมูลธุรกรรมการเงิน ที่มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังมีปากกา S Pen อัพเกรดใหม่เขียนได้แม้หน้าจอเปียก กันน้ำ กันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68 และแปลภาษาได้ทันที
นายวิชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการทำตลาดกาแลคซี่ โน้ต 7 ซัมซุงได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งกลยุทธ์สำคัญจะมุ่งเน้นประสบการณ์บริโภค ปัจจุบันมีซัมซุง ช็อปมากกว่า 130 แห่ง รวมทั้งมุมสินค้าซัมซุงที่กระจายอยู่ ทั่วประเทศมากกว่า 2,000 จุด รวมทั้งศูนย์บริการกว่า 150 แห่งทั่วประเทศที่ผู้บริโภคสามารถทดลองใช้เครื่องจริง กิจกรรม TEST DRIVE สำหรับผู้ที่สนใจอยากทดลองใช้จริงๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 10 วัน โดยมีสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย
ทั้งยังจัดเทรนนิ่งพนักงานขายด้วยโปรแกรมพิเศษ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค ให้สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การให้บริการหลังการขาย "Galaxy Butler" ที่อัพเกรดขึ้น อีกขั้น ให้เปลี่ยนเครื่องได้ภายใน 30 วัน เพิ่มจากเดิม 7 วันหากเครื่องมีปัญหาจากการผลิต และการซ่อมแบบรวดเร็วทันใจ รอรับได้ภายใน 1 ชั่วโมง ด้วยเคาน์เตอร์พิเศษ และหากใช้เวลาเกิน 1 ชั่วโมง ฟรีบริการจัดส่งเครื่องทั่วประเทศ บริการเครื่องสำรองระหว่างซ่อม ทั่วประเทศและบริการฮอตไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,185 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนในครึ่งปีหลังจะมีการเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ตลาดทรงตัว โดยมองว่ามีสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนหลายประการ ทั้งตลาดหุ้น ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,200 จุด เป็น 1,500 จุด ขณะเดียวกันยังมองว่าที่ผ่านมาโอเปอเรเตอร์ยังไม่ได้ให้บริการ 4 จีเต็มรูปแบบ ซึ่งครึ่งปีหลัง มองว่าจะมีบริการคอนเทนต์ ออนไลน์เซอร์วิสต่างๆออกมาอีกมาก รวมไปถึงการเติบโตของโมบายแบงกิ้งด้วย นอกจากนี้การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เป็นผลดีกับผู้บริโภค และช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตามยังมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวมปีนี้ยังไม่กลับไปสู่ยุคทองเหมือนช่วง 2-3 ปีที่แล้ว
สำหรับซัมซุงนั้นในครึ่งปีแรกเติบโตสูงกว่าเป้าหมาย 2-3% โดยมีการเติบโตทั้งในแง่จำนวนและมูลค่า โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต คือ กาแลคซี่ เจ 2 และ เจ 7 เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์กาแลคซี่ เอ ซีรีส์ มีเพียงกาแลคซี่ เอ 9 ที่มีปัญหาของขาดตลาด ชณะที่ กาแลคซี่ เอส 7 ยอดขายก็เติบโตขึ้นทุกสัปดาห์
ส่วนครึ่งปีหลังมองว่ากาแลคซี่ โน้ต 7 ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด จะเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้น โดยในเกาหลี ยอดขายของ กาแลคซี่ โน้ต 7 สูงกว่า กาแลคซี่ เอส 7 เป็น 2 เท่า ส่วนในไทย นั้น ภายหลังจาก เปิดให้ผู้สนใจสั่งจองล่วงหน้า หรือ พรีออร์เดอร์ ในวันที่ 5 - 14 สิงหาคม 2559 ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก โดยมียอดจองสูงกว่า กาแลคซี่ เอส 7 ราว 30-40% อย่างไรก็ตามเนื่องจากกาแลคซี่ โน้ต 7 มีเทคโนโลยีใหม่หลายตัวที่ซัมซุงใส่เข้าไป ทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของตลาด ทำให้ต้องเลื่อนจากส่งมอบสินค้าจากเดิมกำหนดไว้วันรับเครื่องจองไว้ วันที่ 19-21 สิงหาคม เป็นวันที่ 2-4 กันยายน 2559 ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการนั้นคาดว่าจะเป็นวันที่ 9 กันยายน 2559 ในราคา 28,900 บาท โดยจะมีให้เลือก 3 สี คือ สีดำออนิกซ์ สีทองแพลทินัม และ สีเงินไททาเนียม ส่วนสีฟ้า อยู่ระหว่าการพิจารณานำเข้ามาจำหน่าย
สำหรับซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 นั้นมีนวัตกรรมที่ไม่มีเคยมีใครทำมาก่อน ทั้งระบบความปลอดภัยสแกนม่านตา ไอริส สแกน ที่ถือว่ามีการนำมาใช้เชิงพาณิชย์เป็นรายแรก อีกทั้งยังมีความเสถียร และเทคโนโลยี ซิเคียว โฟลเดอร์ แฟ้มเก็บข้อมูลหรือ บันทึกส่วนตัว อาทิ ข้อมูลธุรกรรมการเงิน ที่มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังมีปากกา S Pen อัพเกรดใหม่เขียนได้แม้หน้าจอเปียก กันน้ำ กันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68 และแปลภาษาได้ทันที
นายวิชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการทำตลาดกาแลคซี่ โน้ต 7 ซัมซุงได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งกลยุทธ์สำคัญจะมุ่งเน้นประสบการณ์บริโภค ปัจจุบันมีซัมซุง ช็อปมากกว่า 130 แห่ง รวมทั้งมุมสินค้าซัมซุงที่กระจายอยู่ ทั่วประเทศมากกว่า 2,000 จุด รวมทั้งศูนย์บริการกว่า 150 แห่งทั่วประเทศที่ผู้บริโภคสามารถทดลองใช้เครื่องจริง กิจกรรม TEST DRIVE สำหรับผู้ที่สนใจอยากทดลองใช้จริงๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 10 วัน โดยมีสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย
ทั้งยังจัดเทรนนิ่งพนักงานขายด้วยโปรแกรมพิเศษ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค ให้สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การให้บริการหลังการขาย "Galaxy Butler" ที่อัพเกรดขึ้น อีกขั้น ให้เปลี่ยนเครื่องได้ภายใน 30 วัน เพิ่มจากเดิม 7 วันหากเครื่องมีปัญหาจากการผลิต และการซ่อมแบบรวดเร็วทันใจ รอรับได้ภายใน 1 ชั่วโมง ด้วยเคาน์เตอร์พิเศษ และหากใช้เวลาเกิน 1 ชั่วโมง ฟรีบริการจัดส่งเครื่องทั่วประเทศ บริการเครื่องสำรองระหว่างซ่อม ทั่วประเทศและบริการฮอตไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,185 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559






