
ฟอร์ดดิ้นเร่งเคลียร์สคบ. ยันดูแลปัญหารถลูกค้าดีที่สุด/ลุยเพิ่มไลน์กระบะ 6รุ่นย่อย
นายใหญ่ฟอร์ดเผย กำลังเร่งประสาน สคบ.แก้ปัญหารถลูกค้ามีปัญหา ยืนยันจะดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งเดินหน้าปรับไลน์กระบะเรนเจอร์ใหม่ 6 รุ่นย่อย กระหนํ่าโปรโมชันให้ ส่วนลด 4.5 หมื่น แถมประกันชั้น 1 พร้อมทุ่มกว่า 6.5 พันล้าน ขยายกำลังการผลิตโรงงานรถกระบะ เดินเครื่องไตรมาส 3 นี้
จากกรณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการซื้อรถยนต์ ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่น เฟียสต้า โฟกัส กว่า 100 คน เดินทางเข้าร้องเรียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ว่าภายหลังจากที่ได้ซื้อรถรุ่นยี่ห้อดังกล่าว และพบว่าระบบเกียร์มีปัญหา และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับบริษัท ฟอร์ดฯ ในข้อหาโฆษณาเกินความเป็นจริง โดยนำหลักฐานเอกสารโบรชัวร์ที่โฆษณาว่าระบบเกียร์ราบรื่นขับแล้วไม่สะดุด แต่ผู้ใช้หลายคนซื้อไปแล้วกลับพบปัญหา มามอบให้พนักงานสอบสวนนั้น
[caption id="attachment_81048" align="aligncenter" width="500"]
ยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย[/caption]
นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการร้องเรียนรถฟอร์ด เฟียสต้านั้น บริษัทยืนยันว่าได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการดูแลลูกค้า โดยได้ทำงานร่วมกับ สคบ. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามหากลูกค้าพบปัญหาหรือมีข้อร้องเรียนสามารถติดต่อกับบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายของฟอร์ด
“เราแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือกลุ่มที่ติดต่อ สคบ. จำนวน 12 ราย ซึ่งในกลุ่มนี้ทำงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อดูรายละเอียดต่างๆ ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มยังไม่มีการพูดคุยและยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดของตัวลูกค้า แต่เรายืนยันว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด ดังจะเห็นจากการบริการหลังการขาย มีการขยายเวลาการดูแล มีการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ”
ส่วนภาพรวมของตลาดรถยนต์ คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมียอดขาย 7.5 - 7.7 แสนคัน โดยปัจจัยที่มีผลคือ ภาพรวมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ตัวเลขยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมาของตลาดรวมใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจัยต่อมาคือการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขาย
ด้านยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมาของฟอร์ดมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.1 หมื่นคัน เติบโต 26 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แบ่งออกเป็นกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ 15,835 คัน เติบโต 30 % หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 8.5 % เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 6.6% โดยสัดส่วนยอดขายของรถกระบะคิดเป็น 70-75 %ของยอดขายฟอร์ดทั้งหมด
นางสาวยุคนธร กล่าวต่ออีกว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในกลุ่มรถกระบะ บริษัทจึงมีการเพิ่มรุ่นใหม่ของกระบะเรนเจอร์ โดยทำการเพิ่ม 6 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย XL และ XLS รุ่นย่อยใหม่ จำนวน 4 รุ่น และ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ใหม่ ตกแต่งระดับพรีเมียม มีให้เลือก 2 รุ่นได้แก่ เรนเจอร์ FX4 ดับเบิลแค็บ 2.2L VG Turbo FX4 4x2 Hi-Rider รุ่นเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ราคา 8.84 แสนบาท และ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ดับเบิลแค็บ 2.2L VG Turbo FX4 4x2 Hi-Rider รุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ราคา 9.24 แสนบาท
โดยฟอร์ดมีการทำข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ ให้กับลูกค้าที่เยี่ยมชมและทดลองขับที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 4.5 หมื่นบาท และฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับรุ่น STD, RAS XL+, RAS HR 4x2 AT และ RAS XLS HR 4x4 MT ส่วนรุ่น Ranger FX4 รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุดถึง 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 เมื่อจองและออกรถภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
สำหรับตัวเลขการขายในกลุ่มรถยนต์นั่งประกอบไปด้วยรุ่น โฟกัส ,เอเวอเรสต์, เฟียสต้า และเอคโค่สปอร์ตมียอดขาย7 เดือนรวมกันประมาณ 5,690 คัน เติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในรุ่น โฟกัส และ เอคโค่สปอร์ตใหม่ ส่วนเอเวอเรสต์ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีและมีการทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 10%
ด้านปัจจัยการเมืองหรือผลจากการลงประชามตินั้น ตามปกติฟอร์ดจะไม่มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง แต่นโยบายการลงทุนของฟอร์ดจะดูระยะยาว ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะสั้นนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับการลงทุน โดยในช่วงที่ผ่านมา ฟอร์ดได้ลงทุนมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 6,510 ล้านบาท ที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตของกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งจะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ตามที่วางแผนไว้ โดยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยผลักดันให้ฟอร์ดสามารถส่งออกรถฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ผลิตในประเทศไทยออกสู่ต่างประเทศ ปัจจุบันฟอร์ดเรนเจอร์ มีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆอาทิ ออสเตรเลีย ,นิวซีแลนด์ ,ฟิลิปปินส์,มาเลเซีย และเวียดนาม
“ในแง่ภาพรวมเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหลังจากมีการลงประชามติและมีผลออกมาก็คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้น และส่งผลมายังอุตสาหกรรมอื่นๆด้วย”นางสาวยุคนธร กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,182 วันที่ 11 - 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559
จากกรณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการซื้อรถยนต์ ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่น เฟียสต้า โฟกัส กว่า 100 คน เดินทางเข้าร้องเรียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ว่าภายหลังจากที่ได้ซื้อรถรุ่นยี่ห้อดังกล่าว และพบว่าระบบเกียร์มีปัญหา และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับบริษัท ฟอร์ดฯ ในข้อหาโฆษณาเกินความเป็นจริง โดยนำหลักฐานเอกสารโบรชัวร์ที่โฆษณาว่าระบบเกียร์ราบรื่นขับแล้วไม่สะดุด แต่ผู้ใช้หลายคนซื้อไปแล้วกลับพบปัญหา มามอบให้พนักงานสอบสวนนั้น
[caption id="attachment_81048" align="aligncenter" width="500"]
นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการร้องเรียนรถฟอร์ด เฟียสต้านั้น บริษัทยืนยันว่าได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการดูแลลูกค้า โดยได้ทำงานร่วมกับ สคบ. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามหากลูกค้าพบปัญหาหรือมีข้อร้องเรียนสามารถติดต่อกับบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายของฟอร์ด
“เราแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือกลุ่มที่ติดต่อ สคบ. จำนวน 12 ราย ซึ่งในกลุ่มนี้ทำงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อดูรายละเอียดต่างๆ ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มยังไม่มีการพูดคุยและยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดของตัวลูกค้า แต่เรายืนยันว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด ดังจะเห็นจากการบริการหลังการขาย มีการขยายเวลาการดูแล มีการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ”
ส่วนภาพรวมของตลาดรถยนต์ คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมียอดขาย 7.5 - 7.7 แสนคัน โดยปัจจัยที่มีผลคือ ภาพรวมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ตัวเลขยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมาของตลาดรวมใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจัยต่อมาคือการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขาย
ด้านยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมาของฟอร์ดมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.1 หมื่นคัน เติบโต 26 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แบ่งออกเป็นกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ 15,835 คัน เติบโต 30 % หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 8.5 % เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 6.6% โดยสัดส่วนยอดขายของรถกระบะคิดเป็น 70-75 %ของยอดขายฟอร์ดทั้งหมด
นางสาวยุคนธร กล่าวต่ออีกว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในกลุ่มรถกระบะ บริษัทจึงมีการเพิ่มรุ่นใหม่ของกระบะเรนเจอร์ โดยทำการเพิ่ม 6 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย XL และ XLS รุ่นย่อยใหม่ จำนวน 4 รุ่น และ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ใหม่ ตกแต่งระดับพรีเมียม มีให้เลือก 2 รุ่นได้แก่ เรนเจอร์ FX4 ดับเบิลแค็บ 2.2L VG Turbo FX4 4x2 Hi-Rider รุ่นเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ราคา 8.84 แสนบาท และ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ดับเบิลแค็บ 2.2L VG Turbo FX4 4x2 Hi-Rider รุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ราคา 9.24 แสนบาท
โดยฟอร์ดมีการทำข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ ให้กับลูกค้าที่เยี่ยมชมและทดลองขับที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 4.5 หมื่นบาท และฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับรุ่น STD, RAS XL+, RAS HR 4x2 AT และ RAS XLS HR 4x4 MT ส่วนรุ่น Ranger FX4 รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุดถึง 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 เมื่อจองและออกรถภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
สำหรับตัวเลขการขายในกลุ่มรถยนต์นั่งประกอบไปด้วยรุ่น โฟกัส ,เอเวอเรสต์, เฟียสต้า และเอคโค่สปอร์ตมียอดขาย7 เดือนรวมกันประมาณ 5,690 คัน เติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในรุ่น โฟกัส และ เอคโค่สปอร์ตใหม่ ส่วนเอเวอเรสต์ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีและมีการทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 10%
ด้านปัจจัยการเมืองหรือผลจากการลงประชามตินั้น ตามปกติฟอร์ดจะไม่มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง แต่นโยบายการลงทุนของฟอร์ดจะดูระยะยาว ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะสั้นนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับการลงทุน โดยในช่วงที่ผ่านมา ฟอร์ดได้ลงทุนมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 6,510 ล้านบาท ที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตของกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งจะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ตามที่วางแผนไว้ โดยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยผลักดันให้ฟอร์ดสามารถส่งออกรถฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ผลิตในประเทศไทยออกสู่ต่างประเทศ ปัจจุบันฟอร์ดเรนเจอร์ มีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆอาทิ ออสเตรเลีย ,นิวซีแลนด์ ,ฟิลิปปินส์,มาเลเซีย และเวียดนาม
“ในแง่ภาพรวมเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหลังจากมีการลงประชามติและมีผลออกมาก็คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้น และส่งผลมายังอุตสาหกรรมอื่นๆด้วย”นางสาวยุคนธร กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,182 วันที่ 11 - 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559






