
บรูไนปฏิวัติหลักประกัน ใช้ทะเบียนสังหาริมทรัพย์กลางช่วยเอสเอ็มอีกู้เงิน
ประเทศบรูไน ได้กลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นำระบบทะเบียนหลักประกัน มาใช้เพื่อทำให้ธุรกิจรายเล็กและรายกลางสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้สะดวกโดยจะมีการเปิดให้นักธุรกิจจดทะเบียนสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวได้หรือสังหาริมทรัพย์เป็นระบบกลาง
หนังสือพิมพ์เดอะบรูไนไทม์ส อ้างแถลงการณ์ จากธนาคารกลางของบรูไน ระบุว่าบรูไนเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นำ ระบบทะเบียนหลักประกัน (collateral registry system-CRS) มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกนักธุรกิจและสถาบันการเงินในการกู้เงิน
ระบบ ซีอาร์เอส จะมีการรวบรวมข้อมูล สังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดโดยสถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปล่อยเงินกู้ ซึ่งจะทำให้การกู้เงินสะดวกยิ่งขึ้น
เอกสารจากธนาคารชาติบรูไนระบุว่า “ธุรกิจเอสเอ็มอีและบุคลลธรรมดาจะกู้เงินได้ง่ายขึ้นโดยสามารถใช้ทรัพย์สินที่จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ โดยระบบดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้มากขึ้น เนื่องจากมีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งจะทำให้เกิดธุรกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น มีผลกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว”
บรูไนไทม์ส ระบุว่า ระบบทะเบียนหลักประกัน จะเริ่มนำมาใช้ในเดือนธันวาคมปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งรัฐว่าด้วยการค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา (Secured Transaction Order) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในเดือนธันวาคมเช่นกัน
ธนาคารชาติ บรูไน ได้เตรียมตัวสร้างระบบทะเบียนหลักประกันโดยทำสัญญากับ บริษัท ไอโอเอสพาร์ตเนอร์ส จากสหรัฐอเมริกาเพื่อสร้างระบบการจดทะเบียนขึ้น โดยบริษัทนี้ มีความเชี่ยวชาญในการสร้างระบบซีอาร์เอสในประเทศต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก
นอกจากการทำสัญญากับผู้สร้างระบบแล้ว ธนาคารชาติบรูไน เดินหน้าประชุมและพบปะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารบริษัทการเงินและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสมาคมวิสาหกิจ หอการค้าเพื่อให้ข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับระบบทะเบียนหลักประกันใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
ธนาคารชาติบรูไน ระบุด้วยว่า การสร้างระบบทะเบียนหลักประกันเป็นส่วน 1 ของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจในเรื่องความยากง่ายในการทำธุรกิจซึ่งเป็น 1 ในหัวข้อสำรวจของธนาคารโลกเพื่อประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้อันดับเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นงานในการกำกับดูแลของสำนักงานนายกรัฐมนตรีบรูไน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,182 วันที่ 11 - 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559
หนังสือพิมพ์เดอะบรูไนไทม์ส อ้างแถลงการณ์ จากธนาคารกลางของบรูไน ระบุว่าบรูไนเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นำ ระบบทะเบียนหลักประกัน (collateral registry system-CRS) มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกนักธุรกิจและสถาบันการเงินในการกู้เงิน
ระบบ ซีอาร์เอส จะมีการรวบรวมข้อมูล สังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดโดยสถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปล่อยเงินกู้ ซึ่งจะทำให้การกู้เงินสะดวกยิ่งขึ้น
เอกสารจากธนาคารชาติบรูไนระบุว่า “ธุรกิจเอสเอ็มอีและบุคลลธรรมดาจะกู้เงินได้ง่ายขึ้นโดยสามารถใช้ทรัพย์สินที่จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ โดยระบบดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้มากขึ้น เนื่องจากมีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งจะทำให้เกิดธุรกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น มีผลกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว”
บรูไนไทม์ส ระบุว่า ระบบทะเบียนหลักประกัน จะเริ่มนำมาใช้ในเดือนธันวาคมปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งรัฐว่าด้วยการค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา (Secured Transaction Order) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในเดือนธันวาคมเช่นกัน
ธนาคารชาติ บรูไน ได้เตรียมตัวสร้างระบบทะเบียนหลักประกันโดยทำสัญญากับ บริษัท ไอโอเอสพาร์ตเนอร์ส จากสหรัฐอเมริกาเพื่อสร้างระบบการจดทะเบียนขึ้น โดยบริษัทนี้ มีความเชี่ยวชาญในการสร้างระบบซีอาร์เอสในประเทศต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก
นอกจากการทำสัญญากับผู้สร้างระบบแล้ว ธนาคารชาติบรูไน เดินหน้าประชุมและพบปะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารบริษัทการเงินและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสมาคมวิสาหกิจ หอการค้าเพื่อให้ข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับระบบทะเบียนหลักประกันใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
ธนาคารชาติบรูไน ระบุด้วยว่า การสร้างระบบทะเบียนหลักประกันเป็นส่วน 1 ของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจในเรื่องความยากง่ายในการทำธุรกิจซึ่งเป็น 1 ในหัวข้อสำรวจของธนาคารโลกเพื่อประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้อันดับเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นงานในการกำกับดูแลของสำนักงานนายกรัฐมนตรีบรูไน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,182 วันที่ 11 - 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559






