
งามสมบรมราชินีนาถ ตราตรึงใจราษฎร์ทั้งแผ่นดิน
รัศมีที่เปล่งประกายไปทุกย่างก้าว ประทับทุกสัมผัสในฐานะพระบรมราชินีนาถแห่งราชอาณาจักรไทยไปยังสายตาของคนทั่วโลกระหว่างการโดยเสด็จฯพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับ 14 ประเทศ เสด็จฯเยือนถึง 40 เมือง ระหว่างเดือนมิถุนายน - เดือนพฤศจิกายน 2503 ฉลองพระองค์ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บอย่างดีเยี่ยม และพระสิริโฉมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้สื่อมวลชนและชาวต่างประเทศประทับใจและเลือกให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นสุภาพสตรีผู้แต่งกายงามที่สุดในโลกในปี 2504, ปี2506 และ ปี 2507 ซึ่งต่อมาหอแห่งเกียรติคุณ ณ นครนิวยอร์ก ได้จารึกพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะที่ทรงเป็น 1 ใน 12 สตรีที่แต่งกายงดงามที่สุดในโลก
[caption id="attachment_79749" align="aligncenter" width="500"]
ฉลองพระองค์ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บอย่างดีเยี่ยม[/caption]
องค์ประกอบความงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็นต้นแบบความงามและการประยุกต์ความเป็นไทยกับแฟชั่นตะวันตกได้อย่างลงตัวด้วยรสนิยมและฉลองพระองค์ที่งดงามนั้น มีจุดเริ่มต้นจากความประจวบเหมาะในหลายเหตุการณ์ ผนวกกับพระราชพระสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักถึงประสบการณ์ด้านการตัดเย็บของคนไทยที่ยังไม่ทราบถึงพิธีการและรสนิยมตะวันตกมากนัก จึงมีพระราชดำริให้ว่าจ้างนักออกแบบต่างชาติที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญมาแนะนำเรื่องการแต่งกายให้ถูกต้องตามธรรมเนียมตะวันตก ซึ่งรัฐบาลไทยได้เสนอให้นายคริสตีย็อง ดียอร์ (Christian Dior) เป็นผู้ออกแบบฉลองพระองค์ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองนายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในกรุงปารีส ได้เดินทางมายังประเทศไทยและใช้พื้นที่ห้องเสื้อของคุณหญิงอุไร ลืออำรุง ซึ่งเป็นผู้รับสนองพระเดชพระคุณตัดเย็บฉลองพระองค์เป็นห้องตัดเย็บชั่วคราว และผลงานการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ เรียบง่ายแต่สง่างามก็เป็นที่พอพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายบัลแมงเป็นช่างออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์แบบสากลในการโดยเสด็จฯต่างประเทศอย่างเป็นทางการในครั้งนั้น และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดเตรียมฉลองพระองค์ทั้งหมด ภารกิจที่สำคัญยิ่งในครั้งนั้น นายบัลแมงได้กล่าวไว้ว่า
“เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ดีไซเนอร์คนหนึ่งจะพึงมี คือการได้ออกแบบฉลองพระองค์ให้กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระเยาว์และทรงพระสิริโฉมงดงาม”
ด้วยประสบการณ์ในการออกแบบฉลองพระองค์ถวายให้กับพระราชวงศ์ในทวีปยุโรป นายบัลแมงตระหนักดีว่าผู้คนและสื่อมวลคนต่างคาดหวังที่จะได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ของไทยในฉลองพระองค์ที่งดงามสมพระเกียรติ จึงทำการออกแบบชุดที่เรียบง่ายผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต และแสดงเอกลักษณ์ของห้องเสื้ออย่างเด่นชัด พร้อมเลือกให้สถาบันปักเลอซาจ ของนายฟรองซัวส์ เลอซาจ รับผิดชอบงานปักฉลองพระองค์ โดยเมื่อได้รับแนวทางการออกแบบแล้วนายเลอซาจจะพัฒนารูปแบบ ลวดลาย เลือกใช้วัสดุ และสี ให้สอดคล้องและส่งตัวอย่างงานปักที่เป็นไปตามแนวทางการออกแบบของนายบัลแมงซึ่งมีอิทธิพลของลวดลายในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 พร้อมกับการผสมผสานลวดลายและความงามแบบไทยให้นายบัลแมงเลือกอีกครั้งหนึ่ง และในขั้นตอนการตัดเย็บฉลองพระองค์นั้น ห้องเสื้อบัลแมงจะส่งผ้าที่ตัดเป็นแพตเทิร์นแล้วมาปักก่อนที่จะนำกลับไปประกอบเป็นฉลองพระองค์ จากนั้นนายเลอซาจจะเสริมงานปักในส่วนของรอยต่อของผ้าเพื่อให้ออกมาเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบต่อไป
[caption id="attachment_79748" align="aligncenter" width="500"]
ฉลองพระองค์ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บอย่างดีเยี่ยม[/caption]
ตลอดระยะเวลามากกว่า 56 ปีที่ผ่านมา คณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทำการสืบค้นอย่างหนักรวมถึงการเดินทางไปทั้งสถาบันบัลแมงและสถาบันเลอซาจถึง 2 ครั้ง และได้พบกับขุมทรัพย์ทางความรู้และรอยต่อทางประวัติศาสตร์ไทยสำคัญถึง 2 ชิ้นด้วยกันคือ สมุดภาพสเกตช์งานออกแบบด้วยมือและการลงสีของนายบัลแมง รวมถึงภาพข่าวการเสด็จฯเยือนต่างประเทศของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในขณะนั้น
เส้นทางการเสด็จฯ ที่แฝงไปด้วยความสง่างามและร่องรอยทางวัฒนธรรม นำมาซึ่งการพัฒนางานด้านการออกแบบและการส่งเสริมงานหัตถกรรมฝีมือคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเรียนรู้งานผ้าอย่างแพร่หลาย องค์ความรู้ที่พร้อมจุดประกายความคิดใหม่พร้อมสู่สายตาประชาชนทั้งประเทศแล้วในงานนิทรรศการ “งามสมบรมราชินีนาถ” (Fit for a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) งานจัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ออกแบบโดยนายปิแอร์ บัลแมง ผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์มาเป็นเวลากว่า 22 ปี และมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ความงามของผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
[caption id="attachment_79747" align="aligncenter" width="500"]
ฉลองพระองค์ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บอย่างดีเยี่ยม[/caption]
ร่วมชมความงดงามที่ตราตรึงใจราษฎร์ทั้งแผ่นดินได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,181 วันที่ 7 - 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_79749" align="aligncenter" width="500"]
องค์ประกอบความงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็นต้นแบบความงามและการประยุกต์ความเป็นไทยกับแฟชั่นตะวันตกได้อย่างลงตัวด้วยรสนิยมและฉลองพระองค์ที่งดงามนั้น มีจุดเริ่มต้นจากความประจวบเหมาะในหลายเหตุการณ์ ผนวกกับพระราชพระสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักถึงประสบการณ์ด้านการตัดเย็บของคนไทยที่ยังไม่ทราบถึงพิธีการและรสนิยมตะวันตกมากนัก จึงมีพระราชดำริให้ว่าจ้างนักออกแบบต่างชาติที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญมาแนะนำเรื่องการแต่งกายให้ถูกต้องตามธรรมเนียมตะวันตก ซึ่งรัฐบาลไทยได้เสนอให้นายคริสตีย็อง ดียอร์ (Christian Dior) เป็นผู้ออกแบบฉลองพระองค์ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองนายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในกรุงปารีส ได้เดินทางมายังประเทศไทยและใช้พื้นที่ห้องเสื้อของคุณหญิงอุไร ลืออำรุง ซึ่งเป็นผู้รับสนองพระเดชพระคุณตัดเย็บฉลองพระองค์เป็นห้องตัดเย็บชั่วคราว และผลงานการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ เรียบง่ายแต่สง่างามก็เป็นที่พอพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายบัลแมงเป็นช่างออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์แบบสากลในการโดยเสด็จฯต่างประเทศอย่างเป็นทางการในครั้งนั้น และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดเตรียมฉลองพระองค์ทั้งหมด ภารกิจที่สำคัญยิ่งในครั้งนั้น นายบัลแมงได้กล่าวไว้ว่า
“เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ดีไซเนอร์คนหนึ่งจะพึงมี คือการได้ออกแบบฉลองพระองค์ให้กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระเยาว์และทรงพระสิริโฉมงดงาม”
ด้วยประสบการณ์ในการออกแบบฉลองพระองค์ถวายให้กับพระราชวงศ์ในทวีปยุโรป นายบัลแมงตระหนักดีว่าผู้คนและสื่อมวลคนต่างคาดหวังที่จะได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ของไทยในฉลองพระองค์ที่งดงามสมพระเกียรติ จึงทำการออกแบบชุดที่เรียบง่ายผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต และแสดงเอกลักษณ์ของห้องเสื้ออย่างเด่นชัด พร้อมเลือกให้สถาบันปักเลอซาจ ของนายฟรองซัวส์ เลอซาจ รับผิดชอบงานปักฉลองพระองค์ โดยเมื่อได้รับแนวทางการออกแบบแล้วนายเลอซาจจะพัฒนารูปแบบ ลวดลาย เลือกใช้วัสดุ และสี ให้สอดคล้องและส่งตัวอย่างงานปักที่เป็นไปตามแนวทางการออกแบบของนายบัลแมงซึ่งมีอิทธิพลของลวดลายในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 พร้อมกับการผสมผสานลวดลายและความงามแบบไทยให้นายบัลแมงเลือกอีกครั้งหนึ่ง และในขั้นตอนการตัดเย็บฉลองพระองค์นั้น ห้องเสื้อบัลแมงจะส่งผ้าที่ตัดเป็นแพตเทิร์นแล้วมาปักก่อนที่จะนำกลับไปประกอบเป็นฉลองพระองค์ จากนั้นนายเลอซาจจะเสริมงานปักในส่วนของรอยต่อของผ้าเพื่อให้ออกมาเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบต่อไป
[caption id="attachment_79748" align="aligncenter" width="500"]
ตลอดระยะเวลามากกว่า 56 ปีที่ผ่านมา คณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทำการสืบค้นอย่างหนักรวมถึงการเดินทางไปทั้งสถาบันบัลแมงและสถาบันเลอซาจถึง 2 ครั้ง และได้พบกับขุมทรัพย์ทางความรู้และรอยต่อทางประวัติศาสตร์ไทยสำคัญถึง 2 ชิ้นด้วยกันคือ สมุดภาพสเกตช์งานออกแบบด้วยมือและการลงสีของนายบัลแมง รวมถึงภาพข่าวการเสด็จฯเยือนต่างประเทศของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในขณะนั้น
เส้นทางการเสด็จฯ ที่แฝงไปด้วยความสง่างามและร่องรอยทางวัฒนธรรม นำมาซึ่งการพัฒนางานด้านการออกแบบและการส่งเสริมงานหัตถกรรมฝีมือคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเรียนรู้งานผ้าอย่างแพร่หลาย องค์ความรู้ที่พร้อมจุดประกายความคิดใหม่พร้อมสู่สายตาประชาชนทั้งประเทศแล้วในงานนิทรรศการ “งามสมบรมราชินีนาถ” (Fit for a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) งานจัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ออกแบบโดยนายปิแอร์ บัลแมง ผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์มาเป็นเวลากว่า 22 ปี และมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ความงามของผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
[caption id="attachment_79747" align="aligncenter" width="500"]
ร่วมชมความงดงามที่ตราตรึงใจราษฎร์ทั้งแผ่นดินได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,181 วันที่ 7 - 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559






