thansettakij
thansettakij
บทเรียนการสอนอนุบาล ถึงการค้า-ลงทุนระหว่างประเทศ

บทเรียนการสอนอนุบาล ถึงการค้า-ลงทุนระหว่างประเทศ

03 ส.ค. 59 | 12:00 น.
ผมรับเชิญจาก ดร. อัญญมณี บุญซื่อ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่เคยเป็นครูอนุบาลโรงเรียนทางเลือกและเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงที่สอนในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ ให้ไปวิทยากรร่วมในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ที่บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในหัวข้อ การเรียนการสอนในระดับอนุบาลและความแตกต่างเชิงวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน ตอนแรกก็งงว่าจะเข้าไปช่วยอะไรได้เพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเรียนการสอนในระดับอนุบาล แต่พอมาปะติดปะต่อกับเนื้องานวิจัยที่ทำอยู่กลับกลายเป็นโจทย์ที่น่าสนใจของการบรูณาการข้ามศาสตร์ ศึกษาพฤติกรรมการเรียนการสอนที่แตกต่างกันของชาติอาเซียนมีผลต่อการตัดสินใจทำงานร่วมกันอย่างไร ซึ่งการเรียนการสอนนี้เป็นการปลูกฝังนิสัยการทำงานร่วมกันและส่งผลถึงการร่วมกันของการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศในอนาคต การสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจาก 6 ประเทศอาเซียน กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย รวม 24 คน ด้วยทุนสนับสนุนจากอิสราเอล (พิมพ์ไม่ผิดครับ)

ในส่วนของการเรียนการสอนระดับอนุบาลนั้นมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง เพราะการขัดเกลาเด็กต้องมีความระมัดระวัง การลงรายละเอียดในเนื้อหา การละเล่น แต่ที่เป็นสาระสำคัญ คือ ต้องสอนให้เด็กที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ให้รู้จักให้เกียรติและยอมรับในความแตกต่างของชาติอื่นๆ ตัวอย่างที่น่าสนใจที่ ดร.อัญญมณี ยกขึ้นมาเกี่ยวกับความเหมือนที่แตกต่าง และความแตกต่างที่เหมือนกันได้ (อาทิ การแสดงของรามเกียรติ์ ที่แม้กระทั่งการแสดงหนุมานก็มีความแตกต่างกัน ท่ารำท่าเกาแตกต่างกัน) ทำให้โยงไปถึงว่าจะทำให้เด็กในวันนี้ของอาเซียนจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไรในวันหน้า จึงตั้งโจทย์มาทดสอบให้คณาจารย์ผู้สอนอนุบาลทั้ง 24 คน มาทำกิจกรรม "ปั้นดินเหนียว" ในหัวข้อ "หมู่บ้านอาเซียน"

จากจุดนี้กลไกของนักเศรษฐศาสตร์จึงเข้ามาเพื่อวิเคราะห์การตัดสินใจร่วมกัน ท่ามกลางความแตกต่างของคณาจารย์จากชาติทั้ง 6 ชาติ เพื่อทำวิเคราะห์แบบง่ายๆจากเวลาที่ได้รับมา ประมาณ 45 นาที เพื่อดูขั้นตอนการตัดสินใจ การวางแผน การทำงานร่วมกัน การแบ่งงานกันทำ และผลงาน

ผมจึงแบ่ง 24 คน เป็น 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มต้องมีตัวแทนจากทุกประเทศ กลุ่มที่ 1 มี 6 คน ที่มาจาก 6 ชาติและจัดโต๊ะให้ทำงานร่วมกัน พูดคุยและถกเถียงกันได้ ทำงานเป็นทีม เพื่อให้ได้ชิ้นงานปั้นดินเหนียวตามหัวข้อที่กำหนด กลุ่มที่ 2 มีจำนวน 6 คน และมีองค์ประกอบเหมือนกับกลุ่มที่ 1 แต่ตอนที่ปั้นดินเหนียวนั้น แยกกันไปตามมุมห้อง 6 โต๊ะ ไม่ให้หารือกันหรือนัดแนะ และก่อนหมดเวลา 5 นาที ให้นำชิ้นงานมารวมกันตามวัตถุประสงค์ของหมู่บ้านอาเซียน กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีสมาชิก 12 คน จากทั้ง 6 ประเทศในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน โดยให้ทำงานร่วมกัน ถกเถียงและให้สร้างสรรค์งานเป็นชิ้นเดียวกัน ทุกกลุ่มได้เวลาเท่ากัน คือ 25 นาที

ผลของการทดลองครั้งนี้ ไม่ได้อิงวิชาการมากนัก เพราะทำขึ้นมาด้วยความสนใจเป็นส่วนตัว และการที่อยากจะลองแนวคิดใหม่ๆ จึงได้มีโอกาสเดินสำรวจในกระบวนการทำงานของแต่ละกลุ่มแม้ว่าเวลาจะค่อนข้างจำกัด ระหว่างการทดลอง กลุ่มที่ 1 มีการคุยและวางแผนอย่างรอบคอบ แบ่งงานกันทำ แม้ว่าสมาชิกในกลุ่มเพิ่งรู้จักกันมาไม่กี่วัน โดยมีการปั้นหมู่บ้านอาเซียน ที่มีรั้วและบ้าน รวมถึงกิจกรรมที่แสดงถึงการผลิตสินค้าชุมชน และมีการซื้อขายกัน เป็นการอ้างอิงถึงการเป็นตลาดเดียว (Single Market) ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กลุ่มที่ 3 ที่ให้ทำงานร่วมกัน จะสังเกตได้ว่ามีเนื้อหาเยอะในหมู่บ้านอาเซียน รายละเอียดจำนวนมาก และขณะที่เวลาหมดลง ยังมีคนไม่หยุดปั้นดินอีกหลายคน เพื่อที่ต้องการทำให้สมบรูณ์ เป็นจุดแข็งของการมีคนจำนวนมากในการทำงาน แต่ความท้าทายคือไม่มีผู้ใดที่ออกมาเป็นผู้นำอย่างโดดเด่นเพื่อให้เกิดชิ้นงานที่สอดคล้องกัน เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มที่ 1 และ 3 จะพบว่า การประสานงาน และการสื่อสารของคนกลุ่มใหญ่ทำได้ยากกว่าคนกลุ่มน้อย ในจุดนี้ทำให้นึกถึงสหภาพยุโรปที่มีสมาชิก 28 (ลบ 1 ประเทศ ในอีกไม่นาน) จะอยู่ด้วยกันได้ต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจน

กลุ่มที่ 3 นั้น น่าสนใจมากว่าจะมีผลงานเป็นอย่างไร เพราะสมาชิกไม่มีโอกาสสื่อสารกัน แต่ให้โอกาสเพียง 5 นาทีเพื่อบูรณาการให้เป็นงานชิ้นเดียวกัน หลายคน คาดว่าสมาชิกของกลุ่มจะปั้นสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของชาติตัวเองและนำมารวมกัน แต่ผลกลับน่าแปลกใจกว่า เพราะ 5 จาก 6 คนนั้น ปั้นชิ้นงานที่แสดงถึงความสามัคคี การกินข้าวบนโต๊ะอาหารร่วมกัน การนั่งประชุมร่วมกัน ซึ่งตีความได้คร่าวๆ พอสังเขปว่า แม้จะไม่มีการสื่อสารกันหรือวาง แผนร่วมกัน การยอมรับในความคิดที่เหมือนกันคิดการมุ่งสามัคคีและแบ่งปัน

เอาข้อคิดนี้ไปคิดเล่นๆ ต่อกับการมีเครือข่ายการผลิตนานาชาติ ในภูมิภาคนั้น หากจะเป็นเครือข่ายของอาเซียนเองจะเป็นไปได้หรือไม่ ASEANInvestment Report 2013-2-14-FDI Development and Regional ValueChains ได้ทำการวิเคราะห์ไว้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่การวิเคราะห์ดังกล่าวยังไม่ตรงใจนัก เพราะได้กล่าวถึงบทบาทของอาเซียนในเครือข่ายการผลิตของโลก แทนที่จะเป็นบทบาทการสร้างเครือข่ายการผลิตของอาเซียนเอง

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,179
วันที่ 31 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline