
คลินตันปราศรัยโชว์วิสัยทัศน์ สร้างประวัติศาสตร์ผู้หญิงคนแรกลงชิงชัยประธานาฯสหรัฐฯ
"ฮิลลารี คลินตัน" สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ตอบรับการเสนอชื่อลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของพรรคเดโมแครต พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ด้านรับมือกับการก่อการร้ายและเศรษฐกิจ
นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยตอบรับการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี (28 กรกฎาคม) สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ตอบรับการเสนอชื่อลงชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคการเมืองใหญ่ โดยนางคลินตันกล่าวว่า ตนเองตอบรับการเสนอชื่อในครั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นอย่างไร้ขอบเขตในอนาคตของสหรัฐอเมริกา
นางคลินตันกล่าวถึงความพยายามในการร่วมมือกันในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและเผชิญกับภัยคุกคามที่พยายามสร้างความแตกแยก พร้อมกับโจมตีนโยบายด้านการป้องกันการก่อการร้ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน "เราจะไม่แบนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เราจะร่วมมือกับชาวอเมริกันทุกคน และพันธมิตรของเราเพื่อต่อสู้และเอาชนะการก่อการร้าย"
ในด้านเศรษฐกิจ นางคลินตันกล่าวว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีความแข็งแกร่งขึ้นในยุคของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อเทียบกับยุคของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังเผชิญกับปัญหาที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและยังคงอยู่ในเวลาที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจ้างงาน
นางคลินตันกล่าวว่า ภารกิจที่สำคัญหากตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือสร้างโอกาสและงานที่ดีให้มีเพิ่มขึ้น โดยเตรียมที่จะผลักดันงบประมาณลงทุนก้อนใหญ่เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงานสะอาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม ธุรกิจขนาดเล็ก และโครงสร้างพื้นฐาน "ถ้าเราลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเวลานี้ ไม่เพียงแต่เราจะสร้างงานให้เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการสร้างงานในอนาคตอีกด้วย"
นอกจากนี้ นางคลินตันเชื่อว่าการกีดกันแรงงานต่างด้าวที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม "การปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างครอบคลุมจะช่วยสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจของเรา และทำให้ครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำ"
ขณะเดียวกัน นางคลินตันยังแสดงความต้องการที่จะปฏิเสธข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม สนับสนุนแรงงานในอุตสาหกรรมเหล็ก รถยนต์ และการผลิตภายในประเทศ ขยายโครงการประกันสังคมและยกระดับค่าจ้างของผู้หญิงให้เท่าเทียม "เมื่อไม่มีเพดาน ขอบเขตก็คือท้องฟ้า ดังนั้นเรามาเดินหน้ากันต่อไป จนกว่าสตรีและเด็กผู้หญิงทั้ง 161 ล้านคนทั่วอเมริกาได้รับโอกาสที่พวกเขาสมควรได้รับ" นางคลินตันกล่าว
ในด้านความมั่นคง นางคลินตันกล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ด้วยการอาศัยการโจมตีเป้าหมายสำคัญทางอากาศ และให้การสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดิน ยกระดับข้อมูลข่าวกรองและขัดขวางการเผยแพร่อิทธิพลของไอเอสไปสู่เยาวชนหัวรุนแรงในสหรัฐฯ นอกจากนี้ นางคลินตันอย่างกล่าวชื่นชมการยุติโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่านได้อย่างสันติ และการบรรลุข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศ
ขณะเดียวกัน ผลโพลล่าสุดโดยรอยเตอร์/อิปซอส ที่เปิดเผยออกมาในช่วงต้นสัปดาห์ ทำการสำรวจในระหว่างวันที่ 22-26 กรกฎาคม ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยตอบรับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน แต่ก่อนการปราศรัยของนางคลินตันในช่วงปลายสัปดาห์ พบว่า นายทรัมป์พลิกกลับมามีเสียงสนับสนุนนำนางคลินตัน 39% ต่อ 37% ขณะที่อีก 24% กล่าวว่าจะไม่เลือกทั้ง 2 คน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,179
วันที่ 31 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559
นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยตอบรับการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี (28 กรกฎาคม) สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ตอบรับการเสนอชื่อลงชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคการเมืองใหญ่ โดยนางคลินตันกล่าวว่า ตนเองตอบรับการเสนอชื่อในครั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นอย่างไร้ขอบเขตในอนาคตของสหรัฐอเมริกา
นางคลินตันกล่าวถึงความพยายามในการร่วมมือกันในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและเผชิญกับภัยคุกคามที่พยายามสร้างความแตกแยก พร้อมกับโจมตีนโยบายด้านการป้องกันการก่อการร้ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน "เราจะไม่แบนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เราจะร่วมมือกับชาวอเมริกันทุกคน และพันธมิตรของเราเพื่อต่อสู้และเอาชนะการก่อการร้าย"
ในด้านเศรษฐกิจ นางคลินตันกล่าวว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีความแข็งแกร่งขึ้นในยุคของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อเทียบกับยุคของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังเผชิญกับปัญหาที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและยังคงอยู่ในเวลาที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจ้างงาน
นางคลินตันกล่าวว่า ภารกิจที่สำคัญหากตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือสร้างโอกาสและงานที่ดีให้มีเพิ่มขึ้น โดยเตรียมที่จะผลักดันงบประมาณลงทุนก้อนใหญ่เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงานสะอาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม ธุรกิจขนาดเล็ก และโครงสร้างพื้นฐาน "ถ้าเราลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเวลานี้ ไม่เพียงแต่เราจะสร้างงานให้เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการสร้างงานในอนาคตอีกด้วย"
นอกจากนี้ นางคลินตันเชื่อว่าการกีดกันแรงงานต่างด้าวที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม "การปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างครอบคลุมจะช่วยสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจของเรา และทำให้ครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำ"
ขณะเดียวกัน นางคลินตันยังแสดงความต้องการที่จะปฏิเสธข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม สนับสนุนแรงงานในอุตสาหกรรมเหล็ก รถยนต์ และการผลิตภายในประเทศ ขยายโครงการประกันสังคมและยกระดับค่าจ้างของผู้หญิงให้เท่าเทียม "เมื่อไม่มีเพดาน ขอบเขตก็คือท้องฟ้า ดังนั้นเรามาเดินหน้ากันต่อไป จนกว่าสตรีและเด็กผู้หญิงทั้ง 161 ล้านคนทั่วอเมริกาได้รับโอกาสที่พวกเขาสมควรได้รับ" นางคลินตันกล่าว
ในด้านความมั่นคง นางคลินตันกล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ด้วยการอาศัยการโจมตีเป้าหมายสำคัญทางอากาศ และให้การสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดิน ยกระดับข้อมูลข่าวกรองและขัดขวางการเผยแพร่อิทธิพลของไอเอสไปสู่เยาวชนหัวรุนแรงในสหรัฐฯ นอกจากนี้ นางคลินตันอย่างกล่าวชื่นชมการยุติโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่านได้อย่างสันติ และการบรรลุข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศ
ขณะเดียวกัน ผลโพลล่าสุดโดยรอยเตอร์/อิปซอส ที่เปิดเผยออกมาในช่วงต้นสัปดาห์ ทำการสำรวจในระหว่างวันที่ 22-26 กรกฎาคม ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยตอบรับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน แต่ก่อนการปราศรัยของนางคลินตันในช่วงปลายสัปดาห์ พบว่า นายทรัมป์พลิกกลับมามีเสียงสนับสนุนนำนางคลินตัน 39% ต่อ 37% ขณะที่อีก 24% กล่าวว่าจะไม่เลือกทั้ง 2 คน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,179
วันที่ 31 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559






