thansettakij
thansettakij
ทุ่ม2.1ล้านล้านสร้างทาง21สาย ทล.กางแผนปี 60-79 เน้นเชื่อมโครงข่ายถนนเข้าด้วยกัน

ทุ่ม2.1ล้านล้านสร้างทาง21สาย ทล.กางแผนปี 60-79 เน้นเชื่อมโครงข่ายถนนเข้าด้วยกัน

20 ก.ค. 59 | 10:00 น.
“อาคม” เผยสเปกมอเตอร์เวย์ของทล. ตามแผนแม่บท 20 ปี แบ่งเป็น 2 ระยะ ปี 60-69 และปี 70-79 รวมวงเงินลงทุนกว่า 2.1 ล้านล้านบาท ชี้ปี 60 เข็น 2 เส้นทาง นครปฐม-ชะอำและ หาดใหญ่-ด่านสะเดาส่วน บางใหญ่-กาญจนบุรี และบางปะอิน-โคราช เร่งก่อสร้างโดยจะนำเข้ากองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์แน่ จับตาเส้นทาง “นครราชสีมา-แหลมฉบัง” เน้นเชื่อมโยงโลจิสติกส์ภาคตะวันออกกับอีสานตอนใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในเปิดการสัมมนา "เปิดมุมมองอนาคต การพัฒนามอเตอร์เวย์ไทย" ว่า รูปแบบการลงทุนจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ช่วง 10 ปีแรก (ปี 2560-2569) และในช่วง 10 ปีหลัง (ปี2570-2579) รวมมูลค่าลงทุนกว่า 2.1 ล้านล้านบาท โดยให้ความสำคัญเรื่องการเชื่อมโยงโครงการข่ายถนนเข้าด้วยกัน เช่น จากมอเตอร์เวย์ไปสู่ทางหลวงแผ่นดินต่างๆ ทางหลวงชนบท หรือทางหลวงท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ด่านการค้าชายแดน รวมถึงพื้นที่อุตสาหกรรมและฐานการผลิตต่างๆ เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งทั้งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ

"ดังนั้นมอเตอร์เวย์จะต้องมุ่งออกไปสู่เมือง ระยะทางไม่ไกลมากนัก ส่วนการพัฒนาพื้นที่สองข้างทางนั้นไม่จำเป็นจะต้องเกาะติดแนวมอเตอร์เวย์ไปโดยตลอด ควรจะเชื่อมเมืองสู่เมืองมากกว่า หรือพื้นที่การพัฒนา อาทิ นิคมอุตสาหกรรม หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ"

ในของเงินลงทุนโครงการจะมีการใช้งบจากกองทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน(Thailand Future Fun) เช่นเดียวกับการดึงภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโครงการ อาทิ การบริหาร หรือการบำรุงรักษาโครงการ หรือ O&M ซึ่งเอกชนจะมีการลงทุนแต่ละเส้นทางได้บ้างตามแผนแม่บท

สำหรับโครงการที่จะนำเข้าบรรจุไว้ในแผนแม่บทปี 2560-2579 จะมี 21 เส้นทาง ระยะทางรวม 6,612 กิโลเมตร รวมมูลค่าลงทุนกว่า 2.1 ล้านล้านบาท โดยโครงการที่มีความพร้อมดำเนินการของปี 2559 ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันจำนวน 3 สายทาง และโครงการที่จะนำไปพัฒนาในปี 2560 จะมีการนำเส้นทางนครปฐม-ชะอำ ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ไปเร่งรัด พร้อมกับเส้นทางหาดใหญ่-ด่านสะเดา ระยะทาง 95 กิโลเมตรที่จะเชื่อมประตูการค้าชายแดนที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

"รูปแบบการลงทุนจะสรุปออกมาในรูปแบบใดนั้นขอรอดูผลการศึกษาด้านการลงทุนที่ชัดเจนก่อนหรืออาจจะนำรูปแบบเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองไปดำเนินการ คือ รับดำเนินการทั้งระบบไปพร้อมกันเลย โดยจะนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมต่อไป อีกทั้งต้องนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(คณะกรรมการพีพีพี)พิจารณาก่อน ซึ่งมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมาและบางใหญ่-กาญจนบุรีจะนำเข้ากองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ต่อไป"

สำหรับเส้นทางที่อยู่ระหว่างการเร่งรัดศึกษาในการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาสู่ท่าเรือแหลมฉบังในโซนภาคตะวันออกยังมีเส้นทางนครราชสีมา-ชลบุรี-แหลมฉบังอีกหนึ่งเส้นทางเศรษฐกิจที่เชื่อมตะวันออกเฉียงเหนือมาสู่ท่าเรือแหลมฉบัง

"อีสเทิร์นซีบอร์ดจะครอบคลุมพื้นที่จ.ระยอง -จ.ชลบุรี ปัจจุบันขยายมารวมจ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี และจ.สระแก้วเข้าไปด้วยแล้ว ซึ่งจัดเป็นการรวมเอาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนรวมเข้ากับพื้นที่การพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นวัตถุดิบที่ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมยังมาจากภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ และมาจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทย จึงต้องเร่งเชื่อมโครงข่ายภาคตะวันออกไปให้ถึงภาคอีสานตอนใต้ให้สะดวกรวดเร็วขึ้น"

ด้านนายลออง ศาลา ตัวแทนชาวบ้านพื้นที่ปากช่อง-เขาใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวเผยว่า "ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการก่อสร้าง แต่ขออย่าบอกให้เสียสละเพื่อส่วนรวม เพราะถนนทล.6 เป็นธุรกิจที่จะมีรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง แต่ไม่มีเอกชนมาประมูลสร้างถนนเพราะเกรงว่าประชาชนจะไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทางที่แพงถึง 200 บาท เตรียมทำกำไรจากจุดพักรถมากถึง 6 แห่ง(ทล.7 ยังมีแค่ 2 แห่งเท่านั้น ประการสำคัญโครงการนี้ทล. มีการขยับเส้นทางหนีธุรกิจใหญ่-ธุรกิจโรงปูน-รีสอร์ต ริมถนนมิตรภาพได้หมด แถมสร้างทางลงเอื้อนายทุน ทั้งที่ฝั่งขาออกถูกถางป่าไปหมดแล้ว ที่ดินมีแต่ ส.ป.ก. และบุกรุก แต่กลับมารังแกชาวบ้านฝั่งขาเข้าที่มีโฉนดถูกต้อง ปัจจุบันแอบไปสลักหลังโฉนดชาวบ้านหมด ทั้งที่ยังตกลงกันไม่ได้"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,175 วันที่ 17 - 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline