thansettakij
thansettakij
กสอ.ตั้งเป้าจีดีพีเอสเอ็มอีโต6% อัดงบ671ล้านหนุนผู้ประกอบการ

กสอ.ตั้งเป้าจีดีพีเอสเอ็มอีโต6% อัดงบ671ล้านหนุนผู้ประกอบการ

14 ก.ค. 59 | 06:30 น.
กสอ.ตั้งเป้าจีดีพีเอสเอ็มอีปีนี้ขยายตัวกว่า 6% ด้วยการอัดงบ 671ล้านบาท เข้าไปส่งเสริมผู้ประกอบการผ่าน 5 โครงการเร่งด่วน ตั้งเป้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้กลับมาดำเนินงานได้ใหม่กว่า 7,000 กิจการ และยกระดับเอสเอ็มอีกว่า 1,000 รายมุ่งตลาดสากล พร้อมผลักดันให้การส่งเสริมเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ

นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยถึงการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีว่า จากการดำเนินงานส่งเสริมเอสเอ็มอีช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทางกสอ.มีความคาดหวังว่าในปีนี้ มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือจีดีพีของเอสเอ็มอีน่าจะขยายตัวสูงถึง 6 % จากปัจจุบันที่มีมูลค่าราว 5.5 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากกสอ.ได้ใช้งบประมาณ 671 ล้านบาท ได้เข้าไปสนับสนุนการดำเนินงานผ่าน 5 โครงการเร่งด่วนตามนโยบายของที่รัฐบาลได้วางไว้ใน 5 โครงการ

โดยในส่วนของโครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอี จะใช้งบ 430 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาในภาคการผลิตอย่างเร่งด่วน (Turn Around) เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้เอสเอ็มอีสามารถวิเคราะห์สภาพปัญหาและแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นได้อย่างตรงจุด และนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาได้อย่างถูกต้อง โดยมีเป้าหมายเข้าไปช่วยเหลือเอสเอ็มอีจำนวน 7,000 กิจการทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อจบโครงการคาดว่าไม่ต่ำกว่า 4,000 กิจการ จะสามารถสร้างผลิตภาพเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 6%

ขณะที่โครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ได้การคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตจากแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ รวม 77 จังหวัด ใน 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ (StartUp) กลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการตลาด (RisingStar) และกลุ่มผู้ประกอบการ ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (TurnAround) เข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพ โดยจัดให้มีนักวินิจฉัยที่ปรึกษา การฝึกอบรม การส่งเสริมการตลาด เพื่อให้เอสเอ็มอีที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเป็นต้นแบบในการพัฒนาศักยภาพขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยใช้งบประมาณ 31 ล้านบาท สามารถพัฒนาผู้ประกอบการต้นแบบได้ 222 กิจการ แบ่งเป็นธุรกิจกลุ่ม StartUp จำนวน 72 กิจการ ธุรกิจกลุ่ม Rising Star จำนวน 74 กิจการ และธุรกิจกลุ่ม TurnAround จำนวน 76 กิจการ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการได้ถึง 15.2 ล้านบาท

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเห็นถึงความสำคัญของการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาสินค้าและบริการที่ยังขาดการพัฒนาและออกแบบให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณ 37 ล้านบาท ตั้งเป้าพัฒนากิจการจำนวน 177 กิจการ/ 177 ผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมได้กิจการละไม่ต่ำกว่า 5%

นายประสงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการสนับสนุนเครือข่ายเอสเอ็มอีใน 18 กลุ่มจังหวัด ที่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการรวมกันเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม หรือคลัสเตอร์ เพื่อสร้างความร่วมมือ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ระหว่างกันให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน ในเครือข่ายคลัสเตอร์ที่เข้าร่วมโครงการได้ถึง 2,317 ราย จากทั้ง 17 เครือข่ายที่เข้าร่วมโครงเกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้กว่า 2,300 ล้านบาท ภายใต้งบดำเนินการกว่า 88 ล้านบาท

รวมถึงโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีสู่ตลาดโลก มุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งออกแบบและเทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก่ผู้ประกอบการให้ทัดเทียมกับนานาชาติและรองรับการเปิดเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี โดยปีนี้ใช้งบดำเนินงาน 85 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถพัฒนายกระดับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมุ่งสู่ตลาดสากลได้ไม่ตํ่ากว่า 1,135 ราย หรือ 70 กิจการและสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 160 ล้านบาท นอกจากนี้ กสอ. จะผลักดันให้การส่งเสริมเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติอีกด้วย

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,174 วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline