thansettakij
thansettakij
ครึ่งปีเงินนอกไหลเข้าตลาดพันธบัตรแสนล้าน

ครึ่งปีเงินนอกไหลเข้าตลาดพันธบัตรแสนล้าน

16 ก.ค. 59 | 02:30 น.
สมาคมตลาดตราสารหนี้เผยหลังเบร็กซิท เงินต่างชาติไหลเข้าพันธบัตรสั้น-ยาว 2.04 หมื่นล้าน ดันครึ่งปีพุ่ง 1.13 แสนล้าน ปัจจัยบวกครึ่งปีหลังอยู่ที่สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ คาดปีนี้เอกชนทำนิวไฮออกหุ้นกู้ 6 แสนล้าน ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ยอดจองทะลักเพิ่มวงเงินระดมทุนเป็นหมื่นล้าน

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า หลังผลโหวตประชามติของประเทศอังกฤษ หรือเบร็กซิท มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรทั้งระยะสั้นและระยะยาวรวมประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ครึ่งปีแรกเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทย1.13 แสนล้านบาท ทำให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติสูงขึ้นเป็น 7.19 แสนล้านบาท (ณ 30 มิ.ย.59) ช่วงที่เงินไหลเข้ามาชัดเจน คือ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นติดลบ และหลังเบร็กซิทเนื่องจากมองว่าการลงทุนในไทยมีความปลอดภัย แม้เศรษฐกิจเติบโตไม่มากแต่ถือว่ามั่นคง โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ขณะที่ดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นบวกและค่าเงินไม่ผันผวนมากเหมือนประเทศอื่นๆ

สำหรับปัจจัยบวกครึ่งปีหลังที่จะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายนั้น สมาคมตราสารหนี้มองว่าอยู่ที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมาจากการลงทุนของภาครัฐที่เริ่มเห็นผล อีกทั้งภาคเอกชนเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นและกล้าลงทุนมากขึ้น ด้านปัจจัยลบมองว่ามาจากสถานการณ์เบร็กซิท ซึ่งยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะกระทบกับอาเซียน และจีนอย่างไร หรือกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างไร

นายธาดา กล่าวถึงการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน ที่คาดว่าปีนี้จะมีมูลค่า 6 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ซึ่งมีมูลค่า 5.79 แสนล้านบาท เนื่องจากมีบริษัทเตรียมออกหุ้นกู้ในครึ่งปีหลัง โดยครึ่งปีแรกออกไปแล้ว 3.11 แสนล้านบาท และครึ่งปีหลังมีบริษัทเตรียมออกหุ้นกู้มากพอสมควร คาดว่ามีประมาณ 2.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นกู้เดิมใกล้ครบอายุ 2 แสนล้านบาท ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะออกหุ้นกู้เพื่อไถ่ถอนให้ครบจำนวนดังกล่าวหรือไม่ และอีก 8 หมื่นล้านบาทเป็นวงเงินที่ขอออกหุ้นกู้ไว้แล้ว

สำหรับการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรองครึ่งปีแรกมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 9.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7%จากปีก่อน โดยตราสารหนี้ภาคเอกชนมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 4,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าการออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดแรก และมีมูลค่าคงค้าง10.40 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.76%จากสิ้นปี 2558

นายธาดา กล่าวว่า ความต้องการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะกลางและยาวปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 อัตราผลตอบแทน (ยีลด์) ของพันธบัตรระยะสั้น (อายุคงเหลือกว่า 5 ปี) ปรับตัวลดลงในช่วง0.4-0.23%

ในขณะที่ยีลด์ของพันธบัตระยะยาว (อายุคงเหลือตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป) ปรับตัวลงในช่วง 0.41-0.89 % เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน ทั้งนี้ยีลด์ของพันธบัตรอายุ10 ปีปรับลงสู่ระดับตํ่าสุดเป็นประวัติการณ์(1.53%) เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559

รายงานข่าวจากบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(บมจ.)( TU )ผู้ผลิตและแปรรูปอาหารทะเลรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯออกหุ้นกู้วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท มีอายุ 3 ปี , 5 ปี และอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.03% , 2.32% และ 2.79 % ต่อปี

หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA- โดยบริษัท ทริสเรตติ้ง จำกัด ขณะที่บมจ.ธนาคารกสิกรไทย บมจ.ธนาคารกรุงไทย บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพฯ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้

ทั้งนี้หุ้นกู้ TU ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก จนต้องขยายวงเงินการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นจากเดิม 6,000 ล้านบาท เป็น 1 หมื่นล้านบาท โดยมีความต้องการของนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีมากกว่าแผนการออกหุ้นกู้ของบริษัทในตอนแรกถึง 3.25 เท่า

ส่วนเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่ TU จะนำไปใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Asset Backed Loans – ABLs) ที่บริษัทลูกในสหรัฐอเมริกาได้กู้ยืมมา ช่วยทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินของทั้งกลุ่มบริษัทดีขึ้น และ ยังช่วยให้สามารถถอนการค้ำประกันสินทรัพย์ที่มีอยู่ที่ได้วางเป็นหลักประกันไว้กับธนาคารทำให้มีความคล่องตัวในการเข้าถึงตลาดการเงินในอนาคต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,174 วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline