
‘ฮอนด้า’บุกเต็มสูบทุ่ม 600ล้านผุดศูนย์ขับขี่
ฮอนด้า ชี้ตลาดรวมสองล้อครึ่งปีแรกยังไหว คาดครึ่งปีหลังเซ็กเมนต์สปอร์ต – บิ๊กไบค์โตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าแก้เกมหลังยอดขายชะลอตัว เตรียมเปิดรุ่นใหม่ – ขยายสาขาบิ๊กวิง ทั้งทุ่มทุน 600 ล้านผุดศูนย์ Honda Safety Riding Park เชียงใหม่และภูเก็ต
นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ในครึ่งปีแรกเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนแบ่งออกเป็นรถในกลุ่มแฟมิลี่ 48% รถสปอร์ต 16% และรถเอที 36% ขณะที่ตลาดช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ากลุ่มสปอร์ตจะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะบิ๊กไบค์ที่ประเมินว่าจะเติบโต 20% หรือมียอดขายรวม 2.4 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มียอดขายรวมประมาณ 2 หมื่นคัน ส่วนรถขนาดเล็กยังทรงตัว โดยรวมคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้จะมียอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 1.68 ล้านคัน
“เดิมทีเราประเมินว่าตลาดอาจจะไม่ดี เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยง อาทิ ภัยแล้ง ซึ่งตอนนี้ถือว่าคลี่คลายแล้ว ส่วนเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรก็ปรับตัวและคาดว่าจะไม่ต่ำไปมากกว่านี้ เช่นเดียวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีอยู่ ส่วนภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็ดีขึ้น และการที่ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนในโครงการต่างๆก็ล้วนส่งผลดี ขณะที่ปัจจัยภายนอก อาทิ อังกฤษออกจากอียู ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะกระทบหรือไม่กระทบอย่างไร แต่เบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบกับตลาดจักรยานยนต์ โดยยังส่งออกได้ตามปกติ”
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านผลการดำเนินงานของฮอนด้า มีตัวเลขการขายลดลงประมาณ 2 - 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งยอดขายที่หดตัวลงเป็นผลมาจากรถรุ่นต่างๆเปิดตัวสู่ตลาดนานแล้ว อีกทั้งประสบปัญหาเรื่องการนำเข้ารถจากญี่ปุ่น เนื่องจากฐานผลิตที่เมืองคุมะโมโตะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้การผลิตและการนำเข้าล่าช้า โดยคาดว่าจะกลับสู่สถานการณ์ปกติราวเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมแผนที่จะรุกตลาดหลังจากนี้ ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับศูนย์บิ๊กวิง สำหรับรถบิ๊กไบค์ คาดว่าจะเปิดจำนวน 18 แห่งภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนั้นบริษัทได้ลงทุนกว่า 600 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์ Honda Safety Riding Park ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือเป็นศูนย์ขับขี่ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์
“ในช่วงเริ่มต้นเราวางไว้ 2 แห่งก่อน แต่เมื่อรวมกับที่กรุงเทพฯและสมุทรปราการก็เป็น 4 แห่ง หลังจากนั้นอีกประมาณ 3 ปี มีแผนที่จะเปิดเพิ่มในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาจจะเป็นจังหวัดอุดรธานี ส่วนในบางจังหวัด อาทิ หาดใหญ่ เพชรบุรี ดีลเลอร์มีความต้องการที่จะเปิดศูนย์เองก็ทำได้ แต่จะเป็นไซซ์ที่เล็กลงมา แต่รูปแบบการสอนการขับขี่ เทคนิคต่างๆก็จะมาจากศูนย์ใหญ่ ”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,174 วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ในครึ่งปีแรกเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนแบ่งออกเป็นรถในกลุ่มแฟมิลี่ 48% รถสปอร์ต 16% และรถเอที 36% ขณะที่ตลาดช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ากลุ่มสปอร์ตจะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะบิ๊กไบค์ที่ประเมินว่าจะเติบโต 20% หรือมียอดขายรวม 2.4 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มียอดขายรวมประมาณ 2 หมื่นคัน ส่วนรถขนาดเล็กยังทรงตัว โดยรวมคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้จะมียอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 1.68 ล้านคัน
“เดิมทีเราประเมินว่าตลาดอาจจะไม่ดี เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยง อาทิ ภัยแล้ง ซึ่งตอนนี้ถือว่าคลี่คลายแล้ว ส่วนเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรก็ปรับตัวและคาดว่าจะไม่ต่ำไปมากกว่านี้ เช่นเดียวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีอยู่ ส่วนภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็ดีขึ้น และการที่ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนในโครงการต่างๆก็ล้วนส่งผลดี ขณะที่ปัจจัยภายนอก อาทิ อังกฤษออกจากอียู ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะกระทบหรือไม่กระทบอย่างไร แต่เบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบกับตลาดจักรยานยนต์ โดยยังส่งออกได้ตามปกติ”
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านผลการดำเนินงานของฮอนด้า มีตัวเลขการขายลดลงประมาณ 2 - 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งยอดขายที่หดตัวลงเป็นผลมาจากรถรุ่นต่างๆเปิดตัวสู่ตลาดนานแล้ว อีกทั้งประสบปัญหาเรื่องการนำเข้ารถจากญี่ปุ่น เนื่องจากฐานผลิตที่เมืองคุมะโมโตะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้การผลิตและการนำเข้าล่าช้า โดยคาดว่าจะกลับสู่สถานการณ์ปกติราวเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมแผนที่จะรุกตลาดหลังจากนี้ ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับศูนย์บิ๊กวิง สำหรับรถบิ๊กไบค์ คาดว่าจะเปิดจำนวน 18 แห่งภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนั้นบริษัทได้ลงทุนกว่า 600 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์ Honda Safety Riding Park ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือเป็นศูนย์ขับขี่ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์
“ในช่วงเริ่มต้นเราวางไว้ 2 แห่งก่อน แต่เมื่อรวมกับที่กรุงเทพฯและสมุทรปราการก็เป็น 4 แห่ง หลังจากนั้นอีกประมาณ 3 ปี มีแผนที่จะเปิดเพิ่มในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาจจะเป็นจังหวัดอุดรธานี ส่วนในบางจังหวัด อาทิ หาดใหญ่ เพชรบุรี ดีลเลอร์มีความต้องการที่จะเปิดศูนย์เองก็ทำได้ แต่จะเป็นไซซ์ที่เล็กลงมา แต่รูปแบบการสอนการขับขี่ เทคนิคต่างๆก็จะมาจากศูนย์ใหญ่ ”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,174 วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






