thansettakij
thansettakij
เล็งปั้นแบรนด์โคออฟนมพาณิชย์ ตลาด5.8หมื่นล้านตีกันถูกแย่งแชร์

เล็งปั้นแบรนด์โคออฟนมพาณิชย์ ตลาด5.8หมื่นล้านตีกันถูกแย่งแชร์

10 ก.ค. 59 | 09:00 น.
ตลาดนมพาณิชย์ 5.8 หมื่นล้านเดือด ก.เกษตรฯ ไอเดียกระฉูด เตรียมปั้นแบรนด์กลาง “โคออฟ” ขายแข่ง หวังแก้ปัญหานมล้น-นมบูด ช่วงปิดเทอม บิ๊กหนองโพ ผวา หวั่นยอดขายหด เชื่อมั่นกระทบตลาดในภาพรวม ด้านนม“วัวแดง”เผยโคออฟ ไม่ใช่คู่แข่ง ชี้ทุกวันนี้ตลาดนมไม่หมูกว่าจะได้ยอด 8 พันล้าน ด้านเกษตรกรเชียร์ - เชื่อรายใหญ่ขวาง เพราะกลัวเสียตลาด

[caption id="attachment_68384" align="aligncenter" width="700"] ภาพรวมอุตสาหกรรมนมไทย ภาพรวมอุตสาหกรรมนมไทย[/caption]

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการที่เกษตรกร และสหกรณ์ มีปัญหานมล้นตลาดในบางช่วง ทำให้มีปัญหาต้องเทน้ำนมดิบทิ้ง เพราะนมโรงเรียน งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท มีข้อจำกัด จากปริมาณเด็กลดลงทุกปี อีกด้านหนึ่งจะสนับสนุนให้สหกรณ์ลงทุนสร้างแบรนด์ตัวเองก็มีปัญหาเพราะบางรายอาจติดเรื่องภาพลักษณ์ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะสร้างแบรนด์ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงมีแนวความคิดที่จะสร้างนมพาณิชย์ในแบรนด์โคออฟขึ้น เพื่อให้ทุกสหกรณ์ที่มีปัญหาน้ำนมดิบเกินไม่สามารถนำเข้าระบบนมโรงเรียนได้ มาทำแบรนด์กลางนมพาณิชย์คล้ายโมเดล "นมโรงเรียน" ที่ทุกสหกรณ์สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยวางจำหน่ายตามห้างโมเดิร์นเทรดทั่วไป เชื่อว่าจะทำให้ช่วยแก้ปัญหาเกษตรกรได้ในระยะยาว

ส่วนปัญหานมโรงเรียนนั้นทางกระทรวงเกษตรฯ ได้จับมือกับ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เด็กได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ อีกด้านได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ภายใต้มิลค์บอร์ด 9 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ 2.คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน 3.คณะอนุกรรมการร่างข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับบริหารงานของมิลค์บอร์ด 4.คณะอนุกรรมการพิจารณาจัดสรรโควตาและอัตราภาษีนำเข้านมผงขาดมันเนย นมดิบและนมพร้อมดื่ม 5.คณะอนุการจัดทำข้อเสนอราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นม 6.คณะอนุกรรมการรณรงค์การบริโภคนม 7.คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลเสนอมาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค 8.คณะอนุกรรมการกำกับดูแลคุณภาพนมโรงเรียน และ 9.คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปี 2560-2569

สอดคล้องกับนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสหกรณ์โคนมกำแพงเสน หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมิลค์บอร์ด กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย อีกด้านจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและช่วยให้เกษตรกรเกิดการแข่งขัน เพราะทุกวันนี้กว่า 100 สหกรณ์ หากแข่งกันทำแบรนด์ จะสู้รายใหญ่ไม่ได้ ขณะที่หากภาครัฐช่วยมองว่าการแข่งขันในตลาดนมพาณิชย์ จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ในที่ประชุมผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงจะถูกเสียส่วนแบ่งตลาด

ขณะที่ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมพร้อมดื่มไทย-เดนมาร์คหรือนมวัวแดง กล่าวว่า แนวคิดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ตั้งคำถามว่าสร้างแบรนด์ขึ้นมากลุ่มผู้บริโภคเป็นใคร บริษัทใด เป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งทุกวันนี้กว่า อ.ส.ค.จะสร้างแบรนด์และมียอดขายในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 8 พันล้านบาทยังเหนื่อยแทบแย่ (นมพาณิชย์มีมูลค่าตลาด 5.8 หมื่นล้านบาท ดูตารางประกอบ) เพราะตลาดนมพาณิชย์มีการแข่งขันสูงมาก ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์อินเตอร์ ควรคิดให้รอบคอบ และมองว่าจะมาแข่งกับนมไทย-เดนมาร์ค คงยาก และมองว่าไม่ใช่คู่แข่ง เป็นคนละตลาดกัน

ด้านนายธนพล วงศ์วัฒนสิทธิ์ ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชอุปถัมภ์) ผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์หนองโพ กล่าวว่าต้องคิดให้รอบคอบว่าทำออกมาแล้วจะขายให้ใคร จะจ้างใครผลิต จะกลายเป็นว่ารัฐบาลมาแข่งขันกับเอกชนหรือไม่ จากปัญหาเพียงจุดเดียวที่จะแก้เรื่องปัญหานมล้น ตั้งคำถามว่าแก้ถูกจุดหรือไม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,172 วันที่ 7 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline