
ททท.ดันรายได้ปีหน้าพุ่ง 2.89 ล้านล้าน
ททท.ดันเป้ารายได้ปี 60 โต 12 % เพิ่ม 2.89 ล้านล้านบาท หลังเห็นสัญญาณครึ่งปีเที่ยวไทยขยายตัวต่อเนื่อง โดยวางเป้าเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวต่างชาติเป็น 5.55 หมื่นบาท โฟกัสตลาดทัวร์คุณภาพ ด้าน "สทท." ชี้เป็นไปได้ถ้าไม่มีเหตุรุนแรง ทั้งหนุนเจาะตลาดใหม่ กระตุ้นเที่ยวไทยพ่วงเพื่อนบ้าน ต่อลมหายใจทัวร์ในประเทศ ส่วน "แอตต้า"แนะปรับวิธีทำตลาดญี่ปุ่นอย่าพึ่งโฮลเซลมากเกินไป
[caption id="attachment_68751" align="aligncenter" width="700"]
เป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวปี 2560[/caption]
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. แถลงหลังเปิดการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการททท.ปี2560 (TATAP2017) ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม 2559 เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของททท.ในปีหน้าว่า มีเป้าหมายจะหารือใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. เป้าหมายในเรื่องของรายได้การท่องเที่ยวในปี 2560 จะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวที่ 2.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 % แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ1.89ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น10% และตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ 1 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น16% ซึ่งเป้าหมายดังกล่าว
"ถือเป็นความท้าท้ายที่ไม่ใช่ทุกๆปี ตัวเป้าโต 8 % ทั้งที่การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการเติบโตดีมากโดยจากสถิติการท่องเที่ยวในช่วง6เดือนแรกของปีนี้ที่ขยายตัวมากทำให้คาดว่าปี 2559 ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ 2.58 ล้านล้านบาท โดยเป็นตลาดต่างประเทศ 1.72 ล้านล้านบาทและตลาดในประเทศ 8.6 แสนล้านบาท"
ดังนั้นการทำแผนตลาดในปีหน้าจึงมองว่ามีโอกาสเติบโต 12% เน้นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวต่อทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10 %จาก 50,454 บาทเป็น 55,500 บาท อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างตลาดปี 2560 ที่เน้นเจาะเซ็กเมนต์กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและต้องการขับเคลื่อนรายได้จากในประเทศให้ทะลุสู่ 1 ล้านล้านบาทเพื่อลดความเสี่ยงหากตลาดต่างประเทศมีความผันผวนจะเน้นเพิ่มสัดส่วนตลาดในประเทศเป็น 3 % จากเดิมสัดส่วนรายได้ต่างประเทศอยู่ที่ 67% และในประเทศ 33 % การเพิ่มรายได้ดังกล่าวยังจะคิดเป็นสัดส่วน 20 % ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ( จีดีพี) จากปัจจุบันอยู่ที่ 16 % โดยประเด็นสำคัญที่จะทำให้การส่งเสริมการทำตลาดต่างประเทศประสบผลสำเร็จในปีหน้าจะใช้ธีม discover amazing story in amazing thailand ส่วนในประเทศใช้ว่าท่องเที่ยววิถีไทยสไตล์ลึกซึ้ง
ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือสทท. เผยว่าเป้าหมายดังกล่าวของททท.ว่า ถ้าประเทศไทยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรก็มีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูปัจจัยสภาพแวดล้อม และสภาพเศรษฐกิจด้วย ส่วนการเปิดเวทีให้ภาคเอกชนเสนอความคิดเห็นถึงการทำตลาดปีหน้า ซึ่งสทท.ได้เสนอแนะว่าสำหรับตลาดต่างประเทศ ควรจะหาตลาดใหม่ๆเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อผลักดันกำลังซื้อและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของไทยให้เพิ่มขึ้น
ขณะที่การกระตุ้นตลาดในประเทศถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะนอกจากการโปรโมตในภาพรวม เพื่อปลุกกระแสการเดินทางเที่ยวในประเทศแล้ว ปัญหาในขณะนี้คือผู้ประกอบการนำเที่ยวในประเทศจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากคนไทยไม่เดินทางเที่ยวในประเทศผ่านบริษัททัวร์ จึงอยากให้ททท.สนับสนุนและส่งเสริมตลาดในประเทศ เน้นเรื่องการขายเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อผลักดันการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวด้วย
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เผยว่า ในการเปิดเวทีให้ภาคเอกชนเสนอความคิดเห็นถึงการทำตลาดของททท.ในปีหน้า แอตต้า ได้เสนอแนะให้มองการปรับวิธีทำตลาดในบางประเทศ โดยเฉพาะในตลาดหลักด้านการท่องเที่ยวของไทย อย่างตลาดญี่ปุ่นและตลาดจีน โดยในตลาดญี่ปุ่น เสนอว่าททท.ควรจะมุ่งทำตลาดเชิงรุกหรือแบบ (Aggressive) เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยโปรโมตให้คนไทยไปเที่ยว ที่คาดว่าปีนี้จะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากถึง 9 แสนคน ซึ่งที่ผ่านมา ททท.จะเน้นทำงานกับโฮลเซลในญี่ปุ่น 4-5 รายเป็นหลัก ซึ่งต้องมองความเสี่ยงด้วยว่าถ้าเขาขายมาเมืองไทยน้อย เราก็จะกระทบทันที ส่วนตลาดจีน จุดโฟกัสการนำเสนอดึงกลุ่มคุณภาพเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมถึงมองการดึงตลาดออสเตรเลียที่ติดลบอยู่ให้ฟื้นตัวขึ้นมา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,172 วันที่ 7 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_68751" align="aligncenter" width="700"]
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. แถลงหลังเปิดการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการททท.ปี2560 (TATAP2017) ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม 2559 เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของททท.ในปีหน้าว่า มีเป้าหมายจะหารือใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. เป้าหมายในเรื่องของรายได้การท่องเที่ยวในปี 2560 จะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวที่ 2.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 % แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ1.89ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น10% และตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ 1 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น16% ซึ่งเป้าหมายดังกล่าว
"ถือเป็นความท้าท้ายที่ไม่ใช่ทุกๆปี ตัวเป้าโต 8 % ทั้งที่การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการเติบโตดีมากโดยจากสถิติการท่องเที่ยวในช่วง6เดือนแรกของปีนี้ที่ขยายตัวมากทำให้คาดว่าปี 2559 ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ 2.58 ล้านล้านบาท โดยเป็นตลาดต่างประเทศ 1.72 ล้านล้านบาทและตลาดในประเทศ 8.6 แสนล้านบาท"
ดังนั้นการทำแผนตลาดในปีหน้าจึงมองว่ามีโอกาสเติบโต 12% เน้นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวต่อทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10 %จาก 50,454 บาทเป็น 55,500 บาท อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างตลาดปี 2560 ที่เน้นเจาะเซ็กเมนต์กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและต้องการขับเคลื่อนรายได้จากในประเทศให้ทะลุสู่ 1 ล้านล้านบาทเพื่อลดความเสี่ยงหากตลาดต่างประเทศมีความผันผวนจะเน้นเพิ่มสัดส่วนตลาดในประเทศเป็น 3 % จากเดิมสัดส่วนรายได้ต่างประเทศอยู่ที่ 67% และในประเทศ 33 % การเพิ่มรายได้ดังกล่าวยังจะคิดเป็นสัดส่วน 20 % ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ( จีดีพี) จากปัจจุบันอยู่ที่ 16 % โดยประเด็นสำคัญที่จะทำให้การส่งเสริมการทำตลาดต่างประเทศประสบผลสำเร็จในปีหน้าจะใช้ธีม discover amazing story in amazing thailand ส่วนในประเทศใช้ว่าท่องเที่ยววิถีไทยสไตล์ลึกซึ้ง
ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือสทท. เผยว่าเป้าหมายดังกล่าวของททท.ว่า ถ้าประเทศไทยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรก็มีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูปัจจัยสภาพแวดล้อม และสภาพเศรษฐกิจด้วย ส่วนการเปิดเวทีให้ภาคเอกชนเสนอความคิดเห็นถึงการทำตลาดปีหน้า ซึ่งสทท.ได้เสนอแนะว่าสำหรับตลาดต่างประเทศ ควรจะหาตลาดใหม่ๆเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อผลักดันกำลังซื้อและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของไทยให้เพิ่มขึ้น
ขณะที่การกระตุ้นตลาดในประเทศถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะนอกจากการโปรโมตในภาพรวม เพื่อปลุกกระแสการเดินทางเที่ยวในประเทศแล้ว ปัญหาในขณะนี้คือผู้ประกอบการนำเที่ยวในประเทศจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากคนไทยไม่เดินทางเที่ยวในประเทศผ่านบริษัททัวร์ จึงอยากให้ททท.สนับสนุนและส่งเสริมตลาดในประเทศ เน้นเรื่องการขายเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อผลักดันการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวด้วย
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เผยว่า ในการเปิดเวทีให้ภาคเอกชนเสนอความคิดเห็นถึงการทำตลาดของททท.ในปีหน้า แอตต้า ได้เสนอแนะให้มองการปรับวิธีทำตลาดในบางประเทศ โดยเฉพาะในตลาดหลักด้านการท่องเที่ยวของไทย อย่างตลาดญี่ปุ่นและตลาดจีน โดยในตลาดญี่ปุ่น เสนอว่าททท.ควรจะมุ่งทำตลาดเชิงรุกหรือแบบ (Aggressive) เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยโปรโมตให้คนไทยไปเที่ยว ที่คาดว่าปีนี้จะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากถึง 9 แสนคน ซึ่งที่ผ่านมา ททท.จะเน้นทำงานกับโฮลเซลในญี่ปุ่น 4-5 รายเป็นหลัก ซึ่งต้องมองความเสี่ยงด้วยว่าถ้าเขาขายมาเมืองไทยน้อย เราก็จะกระทบทันที ส่วนตลาดจีน จุดโฟกัสการนำเสนอดึงกลุ่มคุณภาพเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมถึงมองการดึงตลาดออสเตรเลียที่ติดลบอยู่ให้ฟื้นตัวขึ้นมา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,172 วันที่ 7 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






