
เตือน 8-9 พ.ย. ภาคใต้ฝนตกหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
เตือน 8-9 พ.ย. 2569 ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พร้อมเตือนชาวเรือระวังคลื่นสูงเกิน 2 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนวันที่ 8-9 พฤศจิกายน ภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
- ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและที่ลุ่ม ให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากคลื่นลมจะมีกำลังแรง และมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2569) ฉบับที่ 14 (297/2569) ว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยส่วนใหญ่บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้น
ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น 8-9 พ.ย. ระวังฝนตกสะสม
ส่วนในช่วงวันที่ 8–9 พฤศจิกายน 2569 บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม
มวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ปกคลุม ทำลมตะวันออกแรงขึ้น
สำหรับสาเหตุของสภาพอากาศดังกล่าว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
เตือนชาวเรือระวังคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขณะที่คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสอบถามได้ที่หมายเลข 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง




