
CIB เปิดเส้นทางเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี พบโยกเข้าบัญชีส่วนตัวกว่า 800 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง CIB แถลงคดี "บุ๋ม ปนัดดา-ก็อต อธิป" ปมแอบอ้างรับบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี โยกย้ายเงินเข้าบัญชีส่วนตัวกว่า 800 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงจับกุมผู้ต้องหา 2 รายในคดีมูลนิธิองค์กรทำดีของบุ๋ม ปนัดดา ฐานยักยอกเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว
- พบยอดเงินบริจาครวมกว่า 850 ล้านบาท และมีการตรวจสอบพบว่าเงินกว่า 585 ล้านบาทถูกนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน เช่น ซื้อสินค้าแบรนด์เนมและลงทุนอสังหาริมทรัพย์
- เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินจำนวนมากไว้เป็นของกลาง เช่น รถยนต์หรู กระเป๋าแบรนด์เนม และเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ขณะที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
7 พ.ย.69 เกาะติดความคืบหน้ากรณี "บุ๋ม ปนัดดา-ก็อต อธิป" ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำความดี ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลาง CIB โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ออกมาแถลงข่าวหลังมีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายกรณีแอบอ้างเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือสาธารณกุศลและผู้ประสบอุทกภัย แต่กลับโยกย้ายเงินบริจาคสะสมรวมกว่า 800 ล้านบาท เข้าบัญชีส่วนตัวและนำไปใช้จ่ายส่วนตน โดยขณะนี้ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. แถลงผลความคืบหน้าคดีการรับบริจาค "มูลนิธิองค์กรทำดี" ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยระบุว่า ”มีการบริจาคเงินเข้าบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี 3 บัญชี กว่า 3 ล้านครั้ง จากจำนวนบัญชีที่โอนเงินบริจาคกว่า 1 ล้านบัญชี รวมจำนวนเงินบริจาคทั้งหมดเป็นเงิน 850 กว่าล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมมูลนิธิบางส่วน และถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหลายครั้ง กว่า 585 ล้านบาท ”
เปิดเส้นทางเงินบริจาคกว่า 800 ล้าน
จากรายงานของตำรวจระบุว่า สืบเนื่องจาก มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ว่าถูกชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือสาธารณกุศลและผู้ประสบอุทกภัย แต่พบข้อพิรุธว่าเงินไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์จริง จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาอาศัยชื่อเสียงและความเป็นบุคคลสาธารณะ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กเชิญชวนบริจาคเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลควบคู่กับบัญชีมูลนิธิฯ โดยมียอดเงินบริจาคหลั่งไหลเข้าบัญชีสะสมรวมกว่า 800 ล้านบาท (แบ่งเป็นบัญชีส่วนบุคคลกว่า 600 ล้านบาท และบัญชีมูลนิธิฯ กว่า 200 ล้านบาท)
พบโยกย้ายถ่ายเทเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว
ตำรวจรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อได้รับเงินมาแล้ว กลับมีการโยกย้ายถ่ายเทเงินเข้าบัญชีส่วนตัว นำไปใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ชำระหนี้บัตรเครดิต ซื้อสินค้าแบรนด์เนม กองทุนรวม และโอนเงินผ่านสัญญาก่อสร้างอาคารพูลวิลล่าหรูใน จ.ภูเก็ต และ จ.ปทุมธานี แล้ววนเงินกลับมายังบัญชีผู้ต้องหา
นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้น 4 จุด ใน กทม. และ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดรถยนต์ Alphard, ทรัพย์สินมีค่า จิวเวลรี่, กระเป๋าแบรนด์เนม 32 ใบ, อาวุธปืน 5 กระบอก, รถยนต์ของมูลนิธิฯ 5 คัน, ใบอนุโมทนาบัตร 130 เล่ม และเอกสารสิทธิ์ที่ดิน จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นจับกุมและสอบสวนเบื้องต้น
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- สุรสิทธิ์ รัศมีกิตติกุล (Surasit Ratsameekittikul)#NationPhoto
- ตำรวจสอบสวนกลาง





