
กรมชลประทานกางแผนรับมือแล้ง 69/70 น้ำเต็มอ่าง 83% เฝ้าระวังเอลนีโญ
กรมชลประทานเผยน้ำในอ่างทั่วประเทศ 83% เตรียมบริหารน้ำฤดูแล้ง 2569/70 สำรองรับมือฝนทิ้งช่วง พร้อมเร่งคลี่คลายน้ำท่วม 11 จังหวัดและเฝ้าระวังเอลนีโญ
KEY
POINTS
- กรมชลประทานเริ่มแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2569/70 โดยมีน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศร้อยละ 83 พร้อมจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญและสำรองไว้ต้นฤดูฝนปีหน้า
- แม้จะเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว กรมชลประทานยังคงเดินหน้าเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 11 จังหวัดที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม
- มีการทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน พร้อมเฝ้าระวังความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลต่อปริมาณฝน
กรมชลประทานเดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2569/70 เผยอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 63,984 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 83% ของความจุอ่างฯ ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำ 76% เตรียมสำรองน้ำรับมือฝนทิ้งช่วง พ.ค.-ก.ค. 2570 พร้อมเร่งระบายน้ำท่วมค้างใน 11 จังหวัด และเฝ้าระวังเอลนีโญ
2 พฤศจิกายน 2569 นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 และสำนักเครื่องจักรกล เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 63,984 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83%
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทานระบุว่า กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน ภายหลังสิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2569 และเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ปี 2569/70 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ปัจจุบัน (2 พ.ย.69) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 63,984 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 83% ของความจุอ่างฯ รวมกัน
ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 18,936 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 76% ของความจุอ่างฯ รวมกัน
จัดลำดับจัดสรรน้ำ เน้นอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศก่อน
สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2569/70 กรมชลประทานจะจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ภาคการเกษตร ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมอื่น ๆ ตามลำดับ พร้อมวางแผนสำรองน้ำไว้รองรับช่วงต้นฤดูฝน ปี 2570 โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม ที่อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันกรมชลประทานได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ในอัตราการ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มลดลง กรมชลประทานจะพิจารณาทยอยปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน พร้อมรักษาสมดุลการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
เร่งคลี่คลายน้ำท่วมคงเหลือ 11 จังหวัด จากพื้นที่ประสบภัย 62 จังหวัด
อย่างไรก็ตาม แม้จะใกล้เข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว แต่กรมชลประทานยังคงเดินหน้าคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัยจากฤดูฝนที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 62 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์ส่วนใหญ่คลี่คลายแล้ว แต่ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 จังหวัด
กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝน และสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่อาจส่งผลต่อปริมาณฝนในระยะต่อไป พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงอย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งการดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม การจัดสรรน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมไปถึงการสำรองน้ำเพื่ออนาคต และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรมตลอดช่วงฤดูแล้งนี้







