thansettakij
thansettakij
เปิดภาพโขนแห่งปี 2569 “รามเกียรติ์ ตอน สีดา” วิจิตรของนาฏศิลป์ไทย 8 ฉากสำคัญ

เปิดภาพโขนแห่งปี 2569 รามเกียรติ์ ตอน สีดา วิจิตรของนาฏศิลป์ไทย 8 ฉากสำคัญ

01 พ.ย. 69 | 06:48 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ย. 69 | 07:00 น.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เปิดม่านการแสดงโขนแห่งปี 2569 เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอน สีดา” ถ่ายทอดความวิจิตรของนาฏศิลป์ไทยผ่าน 8 ฉากสำคัญ ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2569

KEY

POINTS

  • เปิดภาพการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอน สีดา” จัดขึ้นเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง
  • ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของนางสีดาตั้งแต่กำเนิด อภิเษกสมรส ถูกลักพาตัว จนถึงการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผ่าน 8 ฉากสำคัญ
  • กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เปิดม่านการแสดงโขนแห่งปี 2569 เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอน สีดา” ถ่ายทอดความวิจิตรของนาฏศิลป์ไทยผ่าน 8 ฉากสำคัญ ตั้งแต่กำเนิดนางสีดา การอภิเษกสมรสกับพระราม การถูกทศกัณฐ์ลักพาตัว จนถึงฉากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการลุยไฟ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายใต้พระราชดำรัส “ไม่มีใครดู แม่จะดูเอง” กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เปิดม่านการแสดงโขนแห่งปี 2569

สำหรับการแสดงประจำปี 2569 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดรอบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนชมความพร้อมของการแสดงโขนชุดใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงวางรากฐานการฟื้นฟู ส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขนของไทย

ควบคู่กับการอนุรักษ์งานช่างฝีมือประณีตศิลป์ ทั้งการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขน และเครื่องประดับ ตลอดจนสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากครูผู้เชี่ยวชาญสู่เยาวชนรุ่นใหม่

โดยการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ไม่ได้มุ่งนำเสนอความงดงามของนาฏศิลป์บนเวทีเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม รวบรวมครูผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งโขน ละคร ดนตรี และคีตศิลป์ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานอย่างประณีต พร้อมฝึกฝนนักแสดงเยาวชนให้มีความชำนาญ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถและเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาศิลปะการแสดงชั้นสูงของชาติให้ดำรงอยู่ต่อไป

เปิดภาพโขนแห่งปี 2569 รามเกียรติ์ ตอน สีดา วิจิตรของนาฏศิลป์ไทย 8 ฉากสำคัญ

8 ฉากสำคัญ ถ่ายทอดตำนานชีวิตนางสีดา

การแสดง “รามเกียรติ์ ตอน สีดา” ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตนางสีดา ตั้งแต่กำเนิดในกรุงลงกา ก่อนฤษีชนกจะช่วยชีวิตและนำไปเลี้ยงดู กระทั่งได้อภิเษกสมรสกับพระรามแห่งกรุงอโยธยา และติดตามพระรามออกเดินป่า ก่อนถูกทศกัณฐ์ลักพาตัวไปกรุงลงกา นำไปสู่สงครามระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์

เรื่องราวชีวิตนางสีดา ตั้งแต่กำเนิดในกรุงลงกา

เรื่องราวยังดำเนินต่อไปถึงการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางสีดาด้วยการลุยไฟ การถูกเนรเทศไปอยู่ป่า และเหตุการณ์ที่พระมงกุฎกับพระลบ โอรสของพระรามและนางสีดา ประลองศรจนเกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การพบกันอีกครั้งของพระรามกับโอรส ก่อนที่พระอิศวรจะขอให้นางสีดาคืนดีกับพระรามและประทานพรให้ทั้งสองได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ทั้ง 8 ฉาก ประกอบด้วย

  • จุติกำเนิดเกิดสีดา
  • ราชาภิเษกสมรส
  • ราเมศร์ทศกัณฐ์กรีธาพล
  • มิ่งนฤมลลุยไฟ
  • รังใหญ่อาศรมสถาน
  • อุปการอาชา
  • หนุมานพลาดท่าเสียที
  • พระจักรีพบโอรส

อีกหนึ่งความพิเศษของโขนตอนสีดาในปีนี้ คือการออกแบบฉากและองค์ประกอบการแสดงอย่างวิจิตรตระการตา โดยเฉพาะฉากพระราชพิธีอภิเษกพระราม-นางสีดา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดพระแก้ว ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะไทยผ่านรายละเอียดงานออกแบบที่ประณีตและยิ่งใหญ่

ฉากพระราชพิธีอภิเษกพระราม-นางสีดา

นอกจากนี้ ยังมีฉากสีดาลุยไฟ ซึ่งถ่ายทอดความบริสุทธิ์และความจงรักภักดีของนางสีดา ฉากสรวงสวรรค์และเขาพระสุเมรุ ฉากหนุมานชูกล่องดวงใจ และฉากทศกัณฐ์ลักนางสีดา ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวตามบทพระราชนิพนธ์ให้สมบูรณ์บนเวที

ฉากตัวละครนางสีดา

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา” จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย เชื่อมโยงองค์ความรู้จากครูผู้เชี่ยวชาญกับความสามารถของนักแสดงเยาวชน พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระราชหฤทัยในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปะการแสดงโขนให้คงอยู่คู่ประเทศไทย