
โซลาร์เซลล์เหมาะกับบ้านแบบไหน เช็กก่อนรับ 50,000 บาท โซลาร์ภาคประชาชน
ไขข้อข้องใจ "โซลาร์เซลล์”คืออะไร บ้านแบบไหนเหมาะกับการติดตั้ง เปิดสเปกโครงสร้างหลังคา และเกณฑ์รับเงินสนับสนุนโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 50,000 บาทจากรัฐ
KEY
POINTS
- รัฐบาลสนับสนุนเงินค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ 50,000 บาท ภายใต้โครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" โดยเปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
- บ้านที่เหมาะกับการติดตั้งคือบ้านที่หลังคาได้รับแสงแดดเต็มที่ ไม่มีเงาบดบัง มีพื้นที่เพียงพอ และมีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากช่วงกลางวัน
- ผู้ขอรับสิทธิ์ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ติดตั้งระบบขนาด 5-10 kW และต้องไม่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ซ้ำซ้อน
หลังจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนได้รับการไฟเขียวจากภาครัฐ โดยรัฐสนับสนุนเงินค่าติดตั้ง 50,000 บาท และเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 -31 มกราคม 2570 เป้าหมายสิทธิทั่วประเทศรวม 1 ล้านราย ทั้งนี้ก่อนที่ประชาชนจะตัดสินใจลงทะเบียน ควรศึกษาเงื่อนไขและเตรียมความพร้อมให้รอบด้าน ทั้งเรื่องหลักการทำงานของโซลาร์เซลล์ และเกณฑ์การพิจารณาว่า "บ้านแบบไหนที่เหมาะกับการติดตั้ง" วันนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" มัดรวมทุกเรื่องต้องรู้มานำเสนอ
โซลาร์เซลล์คืออะไร
บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่โซลูชั่นส์ จำกัด (MEA Smart Energy Solutions Co.,Ltd) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของการไฟฟ้านครหลวง ได้ไขคำตอบเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ โดยระบุว่า โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์เป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งทำงานตามหลักการของสารกึ่งตัวนำ (Semiconductors) ที่มีคุณสมบัติในการรับพลังงานจากแสงและเปลี่ยนพลังงานนี้ให้เป็นกระแสไฟฟ้า
โดยกลไกการทำงานของโซลาร์เซลล์ จะใช้วัสดุหลักที่เรียกว่าซิลิคอน (Silicon) เป็นตัวแปรสำคัญในการนำไฟฟ้า เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถนำกระแสไฟได้ดีจากแสงแดด จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาฟอโตวอลตาอิก” (Photovoltaic Effect) ซึ่งเกิดจากการที่แสงแดดไปกระตุ้นให้อิเล็กตรอนในซิลิคอนเกิดการเคลื่อนที่ และสร้างกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านหรือธุรกิจต่อไป
หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ในหลักการทำงานของโซลาร์เซลล์ก็คือ การรับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ผ่านแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของบ้าน ซึ่งจะทำการแปลงแสงแดดเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) โดยกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปยังอินเวอร์เตอร์ (Inverter) และแปลงให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่สามารถใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้
โซลาร์เซลล์เหมาะกับบ้านแบบไหน โครงสร้างบ้านต้องเป็นอย่างไร
ลักษณะของบ้านที่เหมาะสม
- บ้านที่หันหน้ารับแสงแดดในช่วงเวลาสำคัญ เช่น หันไปทางทิศที่แสงแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน หรือช่วงที่มีแสงแดดมากที่สุด จะช่วยให้แผงโซลาร์เซลล์ได้รับพลังงานแสงแดดเต็มที่ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- บ้านหรืออาคารสูงที่ไม่มีร่มเงามาบังหลังคา หรือมีสิ่งกีดขวางที่จะบังแสงแดด จะทำให้แผงโซลาร์เซลล์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถรับแสงแดดได้อย่างไม่ขาดตอน
มีพื้นที่หลังคาเพียงพอ
- บ้านที่มีพื้นที่หลังคากว้าง ไม่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ปูนหรือระบบท่อที่อาจไปบดบังพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ทั้งยังช่วยให้มีพื้นที่ติดตั้งได้อย่างเพียงพอ
- การประเมินพื้นที่หลังคา โดยตรวจสอบขนาดของหลังคาว่าสามารถรองรับแผงโซลาร์เซลล์ได้หรือไม่ ทั้งนี้ การประเมินจะขึ้นอยู่กับทั้งขนาดของแผงและการออกแบบการติดตั้ง
ความต้องการใช้ไฟฟ้า
- บ้านที่ใช้งานไฟฟ้าในเวลากลางวันค่อนข้างมาก เช่น การใช้แอร์ หรือเครื่องทำน้ำอุ่น โซลาร์เซลล์ จะช่วยให้บ้านลดค่าไฟฟ้า เพราะในช่วงระหว่างวันสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดได้อย่างเต็มที่
- บ้านที่ต้องการลดค่าไฟฟ้า โดยปกติช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ในช่วงระหว่างวัน โดยเฉพาะตอนที่มีอากาศร้อน เช่น ช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัด ช่วงฤดูร้อน หรือเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องพร้อมกัน
การประเมินค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและระยะเวลาคืนทุน
- การประเมินต้นทุนการติดตั้ง จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อแผงโซลาร์เซลล์, อินเวอร์เตอร์, ค่าแรงติดตั้ง, รวมถึงอุปกรณ์เสริม เช่น แบตเตอรี่ หรือระบบเชื่อมต่อกับไฟฟ้าสาธารณะ ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบที่ติดตั้ง
- การประเมินระยะเวลาคืนทุน จากการลดค่าไฟฟ้าโดยใช้พลังงานแสงแดด โดยการคำนวณนี้จะขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเฉลี่ยที่คุณใช้ในบ้านและจำนวนเงินที่ประหยัดได้จากการผลิตไฟฟ้าเองจากโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบว่าโซลาร์เซลล์จะคืนทุนได้ในระยะเวลาเท่าไร
เลือกประเภทระบบโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสม
การเลือกระบบโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมสำหรับบ้านของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานไฟฟ้าและพื้นที่บ้าน โดยสามารถเช็กตามปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้
1. ระบบ On-grid
- เหมาะสำหรับบ้านที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าสาธารณะ และต้องการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เป็นหลัก
- ตอบโจทย์บ้านที่มีพื้นที่เพียงพอในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และไม่ต้องการเก็บไฟฟ้าสำรอง
- ข้อดี: สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ให้แก่การไฟฟ้า ช่วยคืนทุนในการติดตั้ง
2. ระบบ Off-grid
- เหมาะสำหรับบ้านที่อยู่ห่างไกลจากระบบไฟฟ้าสาธารณะ หรือไม่ต้องการเชื่อมต่อกับไฟฟ้าภายนอก
- ตอบโจทย์สำหรับบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหรือการไฟฟ้า และต้องการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อใช้งานในช่วงกลางคืน
- ข้อดี: ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเลย สามารถใช้พลังงานได้อย่างอิสระ
3. ระบบ Hybrid
- เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการเชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้าและอยากเก็บพลังงานสำรองเอาไว้เพื่อใช้งานในช่วงที่ไม่มีแสงแดด
- ตอบโจทย์บ้านที่ต้องการให้ระบบสามารถเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าในช่วงที่ผลิตไฟฟ้าได้ไม่พอ และต้องการเก็บไฟฟ้าในแบตเตอรี่ไว้ใช้ในเวลากลางคืน
- ข้อดี: เป็นการรวมจุดเด่นของทั้งระบบ On-grid และ Off-grid ช่วยให้มีไฟฟ้าใช้งานได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน และสามารถขายไฟฟ้า เพื่อคืนทุนได้
หลังจากศึกษาพิจารณาข้อมูลต่างๆรอบด้านแล้ว ประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือติดต่อได้ที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ ทั้งนี้สามารถเช็กคุณสมบัติพร้อมทั้งหลักเกณฑ์ในการขอรับเงินสนับสนุนดังนี้
คุณสมบัติผู้ขอรับสิทธิ
- เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชน
- เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ไม่รวมบ้านอยู่อาศัยที่ใช้มิเตอร์ชั่วคราว หรือคอนโดมิเนียมดูได้จากบิลค่าไฟฟ้า ช่องประเภท (Type) ขึ้นต้นด้วยเลข 1 เช่น 1XXX
- ชื่อผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของเครื่องวัดไฟฟ้าที่ติดตั้งระบบ Solarชื่อ–นามสกุลในบิลค่าไฟฟ้าต้องตรงกับบัตรประชาชน หากไม่ตรง สามารถแก้ไขได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใกล้บ้านคุณ หรือผ่านแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus(เปิดหน้าต่างใหม่)
- ได้รับเงินสนับสนุน 1 ครั้งต่อราย ตลอดโครงการนับรวมการลงทะเบียนทั้งกับ กฟภ. และ กฟน.
- หากต้องการเปลี่ยนหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (CA) ต้องยกเลิกสิทธิเดิมก่อนยกเลิกได้ก่อนใช้สิทธิเท่านั้น แล้วจึงลงทะเบียนใหม่ด้วย CA ที่ต้องการ ระบบไม่สามารถเปลี่ยน CA ในสิทธิเดิมได้
- ไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 (ลดหย่อนภาษีค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท) ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
- ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมีสิทธิได้รับเงินสนับสนุน แต่จะต้องไม่ขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่ได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ
หลักเกณฑ์การติดตั้งและรับเงินสนับสนุน
- ติดตั้งใหม่ หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบ Solar เดิม ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 kW และไม่เกิน 10 kW ต่อ 1 เครื่องวัดไฟฟ้า (กรณีติดตั้งเพิ่ม ส่วนที่ติดตั้งเพิ่มต้องมีขนาด 5–10 kW โดยขนาดรวมกับระบบเดิมไม่จำกัด ระบบต้องมีอุปกรณ์หลักอย่างน้อย ได้แก่ แผง Solar และ Inverter)
- ติดตั้งโดย กฟภ. กฟน. หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กฟภ. หรือ กฟน. เท่านั้น (หากผู้ติดตั้งไม่อยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน จะไม่ได้รับเงินสนับสนุน)
- ใบกำกับภาษีค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งต้องลงวันที่ตั้งแต่วันเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ (27 ต.ค. 2569) เป็นต้นไป และยื่นใช้สิทธิภายใน 30 ก.ย. 2570
- ยื่นคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ กฟภ. ผ่านเว็บไซต์นี้ ที่เมนูสิทธิของฉันเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ภายใน 31 ส.ค. 2570 และได้รับการอนุญาตเชื่อมต่อสำเร็จภายในระยะเวลาโครงการ (ภายใน 30 ก.ย. 2570)
- เงินสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar รายละ 50,000 บาท จำกัด 1,000,000 รายทั่วประเทศ หรือจนกว่าวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท จะครบ
รูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์
- Solar Rooftop โซลาร์บนหลังคา
- Solar Ground Mount โซลาร์บนพื้นดิน
- Floating Solar โซลาร์ลอยน้ำ
ขนาดติดตั้งและขายไฟคืน
- ขนาดระบบที่ติดตั้งได้ 5 - 10 kWp ติดตั้งใหม่ หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิม อย่างน้อยต้องมีแผง Solar 5 kWp และ Inverter
- การขายไฟคืนและอัตรารับซื้อสูงสุด 5 kW รับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลาประมาณ 20 ปี
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA
- การไฟฟ้านครหลวง MEA







