
เปิด 3 มาตรการ ทางออกอุเทนถวาย-ปทุมวัน ย้ายพื้นที่ ปรับเรียนแล็บ ลดค่าเทอม 50%
เจาะ 3 มาตรการรัฐ "ทางออกอุเทนถวาย-ปทุมวัน" ยศนันท์ ย้ำยึดกฎหมายและความปลอดภัยสูงสุด เตรียมย้ายพื้นที่ ผ่อนผันนักเรียนบางกลุ่มเข้าแล็บได้ ลดค่าเทอม 50 %
KEY
POINTS
- สรุปทางออกอุเทนถวาย - ปทุมวัน ย้ายพื้นที่ตามคำสั่งทางกฎหมาย โดยมีมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากร เช่น การดูแลค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
- งดการเรียนการสอนในพื้นที่เดิมเพื่อความปลอดภัย โดยให้นักศึกษาไปใช้ห้องปฏิบัติการ (Lab) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ในเครือข่ายแทน
- มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมโดยการลดค่าเทอมให้นักศึกษา 50% และสนับสนุนค่าเดินทางให้อาจารย์ที่ต้องย้ายไปสอนในพื้นที่ใหม่
บทสรุปทางออก "อุเทนถวาย-ปทุมวัน" หลังศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มีการหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยมาตรการแนวทางที่ออกมา ประกอบไปด้วย 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. ย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย ควบคู่การเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด
เรื่องการย้ายพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการออกมาตรการรองรับเพื่อให้การย้ายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรน้อยที่สุด
- ทั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ตลอดจนค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
2. งดการเรียนการสอนในพื้นที่ ชูหัวใจสำคัญคือ "ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน"
มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน เป็นเรื่องของความปลอดภัยในตัวนักศึกษาเอง และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเมือง
กระทรวงฯ อว.ย้ำว่า ได้คำนึงถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องส่งลูกหลานมาเรียนตอนเช้า รวมถึงความปลอดภัยของผู้คนที่สัญจรไปมาบนรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญให้ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนมาเป็นอันดับแรกเพื่อให้การเรียนภาคปฏิบัติไม่สะดุด
ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยและประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้ช่วยเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับนักศึกษา
- ในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
- เบื้องต้นประเมินว่าห้องแล็บที่ประสานงานไว้มีเพียงพอ แต่ในกรณีที่บางคณะหรือบางรายวิชามีความจำเป็นทางเทคนิคที่ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้จริงๆ สามารถมาพูดคุยในรายละเอียดภายหลังได้ โดยจะพิจารณาผ่อนผันให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าไปใช้แล็บในพื้นที่เดิมได้เป็นรายกรณี (Case-by-case) โดยเฉพาะในช่วงสอบที่มีความจำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติการ
- ทั้งนี้ ทางคณะจะต้องจัดทำแผนการเข้าใช้งานที่ชัดเจนก่อน และกระทรวง อว. จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้การเรียนและการสอบเดินหน้าต่อไปได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักศึกษา บุคลากร และประชาชนเป็นสำคัญ
3. เคาะมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติม ลดค่าเทอม 50% - ดึงเครือข่าย มทร. และภาคอุตสาหกรรมร่วมปั้นทักษะ
สำหรับมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติมที่ได้ข้อสรุปแล้ว จะประสานเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อรองรับการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการในสาขาโลจิสติกส์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา และงานก่อสร้าง พร้อมประสานต้นสังกัดลดค่าเทอมนักศึกษาลง 50% และสนับสนุนค่าเดินทางให้คณาจารย์ที่ต้องย้ายไปสอนในพื้นที่ใหม่
จุฬาฯ ยืนยันไม่นำพื้นที่ไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ส่วนพื้นที่เดิม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา (Lifelong Learning) และนวัตกรรม โดยเปิดวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อออกแบบการใช้ประโยชน์ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเดินหน้าทำ MOU กับภาคอุตสาหกรรม ส่งนักศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง (Work-integrated Learning) เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษา
การยกระดับทักษะสู่อุตสาหกรรมจริงของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน: สำหรับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้เดินหน้าความร่วมมือผ่านการจัดทำ MOU ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งนักศึกษาเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม (Work-integrated Learning)
มาตรการของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันนี้ นอกจากจะช่วยเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานทางวิศวกรรมแล้ว ยังเป็นการนำทักษะฝีมือของนักศึกษาไปสร้างประโยชน์ในสายการผลิตจริง สร้างรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ
“ยศชนัน” ย้ำต้องก้าวข้าม ยึดกฎหมาย-ความปลอดภัย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้ายว่า "ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย และไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียว ส่วนตัวเข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม"







