thansettakij
thansettakij
3 กรมเร่งกู้น้ำเสียคลองระพีพัฒน์ อัดน้ำดี 5 แสน ลบ.ม./วัน คาดระบายหมดกลาง พ.ย.นี้  

3 กรมเร่งกู้น้ำเสียคลองระพีพัฒน์ อัดน้ำดี 5 แสน ลบ.ม./วัน คาดระบายหมดกลาง พ.ย.นี้  

20 ต.ค. 69 | 02:38 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 02:50 น.

แก้วิกฤตน้ำเน่าเสียคลองระพีพัฒน์ รัฐบาลผนึกกำลังกรมชลประทาน-พัฒนาที่ดิน-ประมง ปูพรมเติมน้ำดี 5 แสน ลบ.ม./วัน พร้อมใช้จุลินทรีย์บำบัดกลิ่นเหม็น ตั้งเป้าระบายน้ำท่วมขังทั้งหมดภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

KEY

POINTS

  • 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมประมง ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองระพีพัฒน์
  • กรมชลประทานเติมน้ำดีวันละ 500,000 ลบ.ม. เพื่อเจือจางน้ำเสีย ขณะที่กรมพัฒนาที่ดินและกรมประมงใช้จุลินทรีย์บำบัดคุณภาพน้ำและลดกลิ่น
  • คาดการณ์ว่าจะสามารถระบายน้ำเสียที่ท่วมขังได้ทั้งหมดภายในกลางเดือนพฤศจิกายน หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม

20 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและปลาตายในคลองระพีพัฒน์ 2 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการด่วนให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมประมง บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำและบรรเทาผลกระทบในพื้นที่

แก้วิกฤตน้ำเน่าเสียคลองระพีพัฒน์ 

เบื้องต้นพบว่า ปัญหาส่วนหนึ่งอาจเกิดจากน้ำเสียจากพื้นที่ทุ่งที่ท่วมขังไหลลงสู่คลอง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังสูง ทำให้การระบายน้ำทำได้ช้าและเกิดน้ำเสียสะสม อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลตรวจคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะค่าออกซิเจนละลายน้ำอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันสาเหตุการตายของปลาอีกครั้ง 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการกู้น้ำเสียว่า กรมชลประทานได้เดินหน้าเติมน้ำคุณภาพดีประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเจือจางน้ำเสีย พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจน รวมถึงควบคุมการรับและระบายน้ำอย่างระมัดระวัง โดยไม่ให้ระดับน้ำบริเวณจุดควบคุมปลายน้ำสูงเกิน +1.80 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อบ้านเรือนและชุมชน 

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้กระจายสารบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์ พด.6 ไปแล้วกว่า 120,000 ลิตร เพื่อดับกลิ่นเหม็นในพื้นที่คลองสอง และวางกำลังผลิตเพิ่มวันละ 20,000 ลิตร กระจายฉีดพ่นจุดเสี่ยงต่อเนื่อง ส่วนกรมประมงจะนำจุลินทรีย์ ปม.1 ซึ่งช่วยบำบัดน้ำเสียและลดสารอินทรีย์สะสม และจุลินทรีย์ ปม.2 ซึ่งใช้สนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพน้ำในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เข้าเสริมทัพฟื้นฟูสภาพน้ำในคลองสองและคลองข้างเคียง โดยจะเริ่มดีเดย์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมมาก ไม่มีน้ำไหลเข้าสมทบเกินกว่าแผนที่วางไว้ คาดว่าจะสามารถทยอยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมดภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนการฟื้นตัวของคุณภาพน้ำจะต้องติดตามผลตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด