thansettakij
thansettakij
เบื้องหลังคืนชีพประปาทีมช่างอาสากู้ปั๊มน้ำแฟลตคลองจั่น-ร่มเกล้า 97 อาคาร

เบื้องหลังคืนชีพประปา ทีมช่างอาสากู้ปั๊มน้ำแฟลตคลองจั่น-ร่มเกล้า 97 อาคาร

11 ต.ค. 69 | 11:30 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ต.ค. 69 | 11:31 น.

เปิดเบื้องหลังการฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำท่วม ทีมช่างและวิศวกรอาสารวมกำลังซ่อมเครื่องสูบน้ำแฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า 97 อาคาร เร่งคืนระบบประปาให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภคในกรุงเทพมหานคร ภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการระบายน้ำหรือทำความสะอาดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเร่งคืนระบบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะระบบประปาในอาคารพักอาศัย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งน้ำขึ้นไปยังห้องพักบนอาคารสูง

หนึ่งในภารกิจเบื้องหลังการฟื้นฟูชุมชนครั้งนี้ คือการทำงานของทีมช่างไฟฟ้า ช่างประปา วิศวกร และจิตอาสาจากหลายหน่วยงาน ที่ร่วมกันกู้คืนเครื่องสูบน้ำซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในแฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า เป้าหมายสำคัญคือเร่งให้ประชาชนกลับมามีน้ำประปาใช้ภายในห้องพักโดยเร็วที่สุด

ลุยน้ำกู้ปั๊ม 25 อาคาร คืนระบบประปาแฟลตคลองจั่น

ภารกิจเริ่มต้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่แฟลตคลองจั่น ซึ่งมีอาคารพักอาศัยทั้งหมด 30 อาคาร จากการสำรวจพบว่า ระบบประปาได้รับความเสียหาย 25 อาคาร โดยแต่ละอาคารมีเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง ขนาด 7.5 แรงม้า และ 10 แรงม้า ทำหน้าที่ส่งน้ำขึ้นไปยังห้องพักของประชาชน

ในช่วงเริ่มต้นปฏิบัติงาน สถานการณ์ในพื้นที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ระดับน้ำบางจุดสูงกว่า 1.2 เมตร ขณะที่ห้องปั๊มน้ำและเครื่องสูบน้ำยังจมอยู่ใต้น้ำ การเข้าถึงอุปกรณ์เพื่อถอดออกมาซ่อมแซมจึงเป็นอุปสรรคสำคัญ ทีมช่างจำเป็นต้องใช้เรือเดินทางเข้าไปยังแต่ละอาคาร และขนย้ายเครื่องสูบน้ำที่มีน้ำหนักมากกว่า 30 กิโลกรัมออกจากพื้นที่

ข้อจำกัดอีกประการคือจำนวนเรือที่มีไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ยังต้องพึ่งพาเรือในการเดินทางและขนส่งอาหาร รวมถึงสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทีมช่างจึงต้องบริหารจัดการการเข้าถึงพื้นที่ควบคู่กับการเร่งซ่อมอุปกรณ์ให้ทันต่อความต้องการของชุมชน

เมื่อสามารถนำเครื่องสูบน้ำออกมาจากพื้นที่ได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการอบและไล่ความชื้น ตรวจสอบสภาพมอเตอร์ เปลี่ยนลูกปืนที่ชำรุด ตลอดจนซ่อมแซมและปรับปรุงตู้ควบคุมปั๊มน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงานซ่อมจากบริษัท ฟร้อนไลน์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ก่อนทยอยนำเครื่องสูบน้ำกลับไปติดตั้งและทดสอบการทำงาน

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ทีมงานสามารถฟื้นฟูระบบประปาของแฟลตคลองจั่นได้สำเร็จภายในวันที่ 4 ตุลาคม 2569 หลังจากนั้นจึงเคลื่อนกำลังไปยังพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอีกแห่ง เพื่อดำเนินภารกิจในลักษณะเดียวกันต่อไป

เคหะร่มเกล้าเร่งฟื้นฟูปั๊ม 72 เครื่อง ตั้งเป้าคืนระบบ 10 ต.ค.

ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ทีมงานเริ่มปฏิบัติภารกิจที่เคหะร่มเกล้า ซึ่งมีอาคารพักอาศัย 36 อาคาร โดยเครื่องสูบน้ำของทุกอาคารได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสิ้น 72 เครื่อง จำเป็นต้องถอดออกมาตรวจสอบ ซ่อมแซม และฟื้นฟูระบบใหม่ทั้งหมด ขณะที่ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน ระดับน้ำในหลายจุดยังลดลงไม่หมด ทำให้การเข้าถึงห้องปั๊มและการขนย้ายอุปกรณ์ยังมีข้อจำกัด

การดำเนินงานอยู่ภายใต้การอำนวยการและประสานงานของมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา โดยระดมกำลังบุคลากรจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ทีมช่างของการเคหะแห่งชาติ บริษัท CEMCO และบริษัท ฟร้อนไลน์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

บุคลากรแต่ละส่วนร่วมกันดำเนินงานตั้งแต่การถอดเครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบความเสียหาย ซ่อมแซมอุปกรณ์ ทดสอบระบบ ไปจนถึงการติดตั้งกลับเข้าที่ เพื่อให้ระบบประปาของแต่ละอาคารสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยมีเป้าหมายฟื้นฟูระบบประปาของเคหะร่มเกล้าให้ครบถ้วนภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2569

ภารกิจนี้สะท้อนให้เห็นว่า การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคหลังน้ำท่วมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อน้ำเริ่มลดระดับ เพราะยังต้องอาศัยการตรวจสอบความเสียหาย การซ่อมแซมอุปกรณ์ และการทดสอบระบบก่อนนำกลับมาใช้งานจริง โดยเฉพาะอาคารพักอาศัยที่ต้องพึ่งพาเครื่องสูบน้ำในการส่งน้ำไปยังห้องพักหลายชั้น

หนึ่งก๊อกน้ำที่กลับมาไหล คือการคืนชีวิตให้ชุมชน

สำหรับผู้พักอาศัยในอาคารแฟลต การกลับมาของน้ำประปาไม่ใช่เพียงการฟื้นฟูเครื่องจักรหรือระบบทางวิศวกรรม แต่หมายถึงการกลับมาทำกิจวัตรพื้นฐานที่หลายคนอาจมองเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ทำอาหาร ซักเสื้อผ้า หรือดูแลเด็กและผู้สูงอายุภายในครอบครัว

เมื่อระบบประปาไม่สามารถทำงานได้ ผลกระทบจึงขยายออกไปมากกว่าความเสียหายของเครื่องสูบน้ำ เพราะผู้อยู่อาศัยไม่สามารถดำเนินชีวิตภายในห้องพักได้อย่างสะดวกตามปกติ การเร่งซ่อมระบบให้กลับมาใช้งานได้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและความสามารถของชุมชนในการกลับมาดำเนินชีวิตประจำวัน

เบื้องหลังการคืนระบบประปาให้แฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า คือการทำงานของช่าง วิศวกร และจิตอาสาที่ต้องเข้าพื้นที่ท่ามกลางข้อจำกัดจากน้ำท่วม ขนย้ายเครื่องสูบน้ำที่มีน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัม และเร่งตรวจสอบซ่อมแซมอุปกรณ์แข่งกับเวลา โดยมีหลายหน่วยงานร่วมสนับสนุนทั้งกำลังคนและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ดร.วสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และผู้อำนวยการฟื้นฟูน้ำท่วมเคหะคลองจั่น–ร่มเกล้า เป็นผู้เรียบเรียงข้อมูลภารกิจครั้งนี้ ซึ่งชี้ให้เห็นบทบาทของบุคลากรเบื้องหลังที่มีส่วนช่วยให้ชุมชนกลับมาฟื้นตัวหลังภัยพิบัติ

แม้งานซ่อมเครื่องสูบน้ำอาจไม่ใช่ภาพที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดเท่ากับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงน้ำท่วม แต่สำหรับผู้พักอาศัย การที่น้ำประปากลับมาไหลจากก๊อกอีกครั้งย่อมมีความหมายมากกว่าการที่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งกลับมาทำงานได้ เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกลับมาใช้ชีวิตภายในบ้านอย่างปกติอีกครั้ง

ภารกิจของทีมช่างและวิศวกรอาสาจึงเป็นอีกภาพหนึ่งของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางเทคนิค การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และความมุ่งมั่นของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อคืนระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นให้แก่ประชาชน และช่วยให้ชุมชนกลับมาเดินหน้าต่อได้