thansettakij
thansettakij
สถานการณ์น้ำท่วม กทม.

กทม.เร่งพร่องน้ำรับมือ ฝนตกหนักระลอกใหม่ วันที่ 5-6 และ 10–11 ต.ค.นี้

04 ต.ค. 69 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ต.ค. 69 | 07:38 น.

กทม. เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ เร่งพร่องน้ำรับมือฝนระลอกใหม่ ในช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. และ ในช่วงวันที่ 10–11 ต.ค. นี้ คาดมีฝนตกหนักสะสมถึง 100–150 มิลลิเมตร

KEY

POINTS

  • กทม. เร่งพร่องน้ำในคลองและแก้มลิง เพื่อเตรียมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ในวันที่ 5-6 ต.ค. และโดยเฉพาะวันที่ 10-11 ต.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกสะสมสูงถึง 100-150 มม.
  • มีการเตรียมความพร้อมโดยวางกำลังรถสูบน้ำเคลื่อนที่ในจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด
  • กทม. ประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อวางแผนรับมือ และเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ เช่น เขตสะพานสูง มีนบุรี และลาดกระบัง

4 ตุลาคม 2569 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประชุมสถานการณ์น้ำผ่านระบบออนไลน์ พร้อมด้วย นายเจษฎา จันทรประภา รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝน และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ

สำหรับสถานการณ์ฝนในวันนี้ (4 ต.ค. 69) คาดการณ์ว่าจะมีฝนตก 40% ของพื้นที่ โดยช่วงบ่ายกลุ่มฝนจะเริ่มก่อตัวทางตะวันออก (ฉะเชิงเทรา) และช่วงเย็นเข้าทางฝั่งปทุมธานี นนทบุรี ส่วน กทม. จะส่งผลกระทบหลักในพื้นที่เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง และในช่วงดึกจะมีฝนตกครอบคลุมเต็มพื้นที่เกือบทั้งหมด 

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. ปริมาณฝนอาจยังไม่มากนัก แต่ในช่วงวันที่ 10–11 ต.ค. นี้ อาจมีฝนตกหนักสะสมถึง 100–150 มิลลิเมตร กทม. จึงต้องใช้ช่วงเวลาที่ฝนเว้นช่วงเร่งพร่องน้ำ พร้อมประสานข้อมูลพยากรณ์อากาศโดยตรงจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อวางแผนรับมืออย่างใกล้ชิด

อัปเดตน้ำเหนือ-น้ำหนุน จุดเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง

ด้านปริมาณน้ำเหนือ แม่น้ำเจ้าพระยา (สถานี C.13) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที 

คาดการณ์ระดับน้ำวันนี้ น้ำจะขึ้นสูงสุดบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ที่ระดับ +1.76 ม.รทก. เวลา 20.42 น. คันกั้นน้ำของ กทม. ยังคงปลอดภัยและยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือ ทั้งนี้ ประสานสำนักงานเขตแจ้งเตือนชุมชนนอกคันกั้นน้ำให้เตรียมพร้อม

ติดตามพื้นที่ท่วมขังและจุดเป้าหมายช่วยเหลือ

ด้านการวางกำลังรถสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Unit) มีประจำจุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง (ซอยร่มเกล้า 24), เขตสายไหม (คลองถนน), เขตคลองสามวา (หมู่บ้านธีรวรรณ) และหมู่บ้านพฤกษชาติ นอกจากนี้ พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและต้องช่วยเหลือ ได้แก่ เขตสะพานสูง (หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง และหมู่บ้านเคหะธานี), เขตมีนบุรี (หมู่บ้านมีนบุรีการ์เด้น และซอยรามคำแหง 174 หมู่บ้านบัวขาวฝั่งใน) และ เขตลาดกระบัง 

พร้อมกันนี้ ได้เร่งพร่องน้ำในแก้มลิงต่าง ๆ เช่น บึงสีกันและหัวหมาก รวมถึงควบคุมการระบายน้ำผ่านอุโมงค์และบึงหนองบอนให้ได้มากที่สุด ตลอดจนนำข้อมูลเรื่องร้องเรียนจากระบบ Social Listening ใน 6 เขต มาใช้เป็นเป้าหมายเร่งเข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่อาจตกสำรวจอย่างเต็มที่

สถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก-สายรอง

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนสายหลักและสายรอง (ณ วันที่ 4 ต.ค. เวลา 06.30 น.)
ถนนที่แห้งและสัญจรได้ปกติ ได้แก่ ถนนพระยาสุเรนทร์, ถนนสุวินทวงศ์ (ตลอดสาย), ถนนสีหบุรานุกิจ และถนนสวนสยาม

น้ำท่วมขังเล็กน้อย (5–10 ซม. สัญจรได้)

ได้แก่ ถนนสายไหม (ซอย 27–35), ถนนกรุงเทพกรีฑา (ซอย 13–15 และ 45–55), ถนนสีหบุรานุกิจ (แยกเมืองมีนถึงคลองเจ๊ก), ถนนสุวินทวงศ์ (แยกหทัยราษฎร์) และถนนอ่อนนุช (ซอย 57–59)

น้ำท่วมปานกลาง (10–20 ซม. สัญจรด้วยความระมัดระวัง)

ได้แก่ ถนนพหลโยธิน บริเวณรอยต่อ กทม. หน้าสนามธูปะเตมีย์ ถึงซอยพหลโยธิน 60 (ท่วมสูง 15–20 ซม.) ถนนฉลองกรุง ช่วงคลองลำมะขามถึงคลองลำกอไผ่, ช่วงแยกเจ้าคุณทหารตัดมอเตอร์เวย์ และช่วงทางรถไฟถึงถนนลาดกระบัง ถนนหลวงแพ่ง ช่วงคลองทับยาวถึงคลองกาหลง และแยกวัดราษฎร์โกศา 

น้ำท่วมมาก (20–30 ซม. ขึ้นไป รถเล็กควรหลีกเลี่ยง)

ได้แก่ ถนนเจ้าคุณทหาร ขาเข้าท่วม 15–25 ซม. และขาออกท่วม 5–15 ซม., ถนนฉลองกรุง ช่วงจุดตัดมอเตอร์เวย์ถึงทางรถไฟ, ถนนหลวงแพ่ง บริเวณหน้าโลตัสลาดกระบัง, ถนนลาดกระบัง ช่วงแยกสนามบิน, หน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง, ช่วงคลองตาพุกถึงแยกกิ่งแก้ว และแยกสนามบินสุวรรณภูมิ