thansettakij
thansettakij
"ชัชชาติ" เลือกปรับปรุงแนวคลองเหนือ–ใต้ 6,500 ล้าน แทนแก้มลิง6แห่งหมื่นล้าน

"ชัชชาติ" เลือกปรับปรุงแนวคลองเหนือ-ใต้ 6,500 ล้าน แก้น้ำท่วม แทนแก้มลิง 6 แห่งหมื่นล้าน

01 ต.ค. 69 | 11:45 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ต.ค. 69 | 11:46 น.

ชัชชาติ เลือกปรับปรุงแนวคลองเหนือ-ใต้ คลองหกวาสายล่างถึงคลองประเวศบุรีรมย์ 6,500 ล้านบาท แทนแก้มลิงโซนตะวันออก 6แห่งหมื่นล้านบาท

KEY

POINTS

  • กทม. เลือกแนวทางปรับปรุงแนวคลองเหนือ-ใต้เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม แทนโครงการแก้มลิง 6 แห่งตามแผนเดิม
  • โครงการแก้มลิงเดิมมีมูลค่าสูงถึง 11,000 ล้านบาท โดยมีค่าเวนคืนที่ดินเอกชนมากกว่า 5,000-6,000 ล้านบาท
  • การปรับปรุงแนวคลองใช้งบประมาณน้อยกว่าที่ 6,500 ล้านบาท และถูกพิจารณาว่ามีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับพื้นที่มากกว่า

1 ต.ค. 69 ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหาร กทม. ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะประเด็น “โครงการแก้มลิง” และข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการพร่องน้ำ–การเปิดประตูระบายน้ำ

โดยย้ำว่า ข้อมูลในโซเชียลมีเดียที่กล่าวหาว่า ต่อต้านและยกเลิกโครงการแก้มลิงนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งตนเองได้เปิดรับชมวิดีโอพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 มากกว่า 10 ครั้งเพื่อทำความเข้าใจทฤษฎีอย่างถ่องแท้ ยึดประโยชน์ของประชาชนในภาพรวม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางการจัดการน้ำที่พระราชทานไว้มีหลายรูปแบบ ทั้งการก่อสร้างคันกั้นน้ำ การทำทางผันน้ำ การปรับปรุงและตกแต่งสภาพลำน้ำ เขื่อน และ “แก้มลิง”

โดยหลักการของแก้มลิง คือ พักน้ำไว้ชั่วคราวในช่วงที่มีน้ำมาก ก่อนระบายออกเมื่อสภาพการระบายน้ำเอื้ออำนวย โดยประสิทธิภาพของแก้มลิงมีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. ต้องเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นบ่อพักน้ำ
  2. ต้องมีเส้นทางที่สามารถนำน้ำเข้าสู่พื้นที่พักน้ำได้อย่างสะดวก
  3. ต้องสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นการเลือกตำแหน่งและรูปแบบโครงการต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่และข้อมูลทางเทคนิค ไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะสามารถทำแก้มลิงขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แก้มลิงค่าเวนคืนที่ดินเอกชน 5,000-6,000 ล้านบาท

สำหรับโครงการแก้มลิงที่มีการศึกษาไว้ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นั้น พบว่าในปี 2556 มีการเสนอทั้งการพัฒนาระบบคลองระบายน้ำและการจัดหาพื้นที่สำหรับแก้มลิง 6 แห่ง เพื่อรองรับน้ำหลากจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ในส่วนของบึงคู้บอนและบึงบางชัน มีการประเมินวงเงินลงทุนประมาณ 11,000 ล้านบาท โดยเป็นค่าเวนคืนที่ดินเอกชนมากกว่า 5,000 ถึง 6,000 ล้านบาท 

เลือกปรับปรุงแนวคลองเหนือ-ใต้ 6,500 ล้านบาท

ขณะที่ กทม.ได้ทบทวนทางเลือกโดยพิจารณาการปรับปรุงแนวคลองเหนือ-ใต้ ตั้งแต่คลองหกวาสายล่างถึงคลองประเวศบุรีรมย์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ โดยมีวงเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านบาท

นายชัชชาติ ระบุว่า การทบทวนดังกล่าวเป็นการพิจารณาในมิติ ประสิทธิภาพการระบายน้ำ ความเหมาะสมของพื้นที่ และความคุ้มค่าของการลงทุน เนื่องจากพื้นที่โครงการเดิมเป็นที่ดินเอกชนจำนวนมาก หากดำเนินการจำเป็นต้องมีการเวนคืนและจัดทำระบบนำน้ำเข้า–ออกจากพื้นที่ ขณะที่ทางเลือกการปรับปรุงคลองและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำสามารถใช้งบประมาณน้อยกว่า

กทม.ไม่ได้ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง

ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง แต่ยังดำเนินการพัฒนาแก้มลิงในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม โดยเน้นพื้นที่ที่สามารถรับและระบายน้ำได้สะดวก และกระจายตัวตามพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ