thansettakij
thansettakij
พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งศูนย์กลางบัญชาการรับมืออุทกภัยฉุกเฉิน

คมนาคม เปิดวอร์รูม บก–ราง–น้ำ–อากาศ รับมืออุทกภัย 24 ชม.

26 ก.ย. 69 | 11:59 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ย. 69 | 12:01 น.

กระทรวงคมนาคม ตั้งศูนย์กลางบัญชาการรับมืออุทกภัยฉุกเฉิน ระดมทุกหน่วยงานในสังกัด บูรณาการ บก–ราง–น้ำ–อากาศ ช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคม จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) บูรณาการทุกหน่วยงานทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ เพื่อบัญชาการและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง
  • ระดมมาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น จัดรถ ขสมก. รับส่งฟรีในพื้นที่น้ำท่วม, ยกเว้นค่าผ่านทางด่วน, เปิดลานจอดรถไฟฟ้าให้จอดรถฟรี และเตรียมเครื่องจักรพร้อมเข้าพื้นที่
  • สั่งการทำแผนที่กลาง (Mapping) เพื่อแจ้งข้อมูลเส้นทางเปิด-ปิดและจุดช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ใน 22 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

กระทรวงคมนาคม ตั้งศูนย์กลางบัญชาการรับมืออุทกภัยฉุกเฉิน ระดมทุกหน่วยงานในสังกัด บูรณาการ บก–ราง–น้ำ–อากาศ พร้อมช่วยประชาชน 24 ชั่วโมง สั่งทำแผนที่เส้นทางเปิด–ปิด เตรียมรถสูง และเครื่องจักรพร้อมเข้าพื้นที่ทันที

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วน พร้อมจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน (ศอฉ.คค.) หรือ War Room เพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการประสานข้อมูล และบูรณาการทรัพยากรของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมมาตรการให้บริการประชาชนในแต่ละระบบ

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ขสมก. จัดรถรับประชาชนพื้นที่น้ำท่วม – ทช. เตรียมรถสูงเข้าสนับสนุนโดย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รายงานว่า จากรถโดยสารทั้งหมด 2,883 คัน สามารถนำออกให้บริการได้ 1,216 คัน หรือประมาณ 42% เนื่องจากหลายเส้นทางมีระดับน้ำสูง โดยเฉพาะบริเวณลำสาลี–ลาดพร้าว และบางแค ขณะที่อู่รถ 2 แห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องเคลื่อนย้ายรถเกือบ 200 คันไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ขสมก. ได้จัดรถประมาณ 20 คัน สำหรับรับ–ส่งประชาชนจากชุมชนหรือพื้นที่น้ำท่วมออกมายังจุดที่สามารถเดินทางต่อได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถแจ้งจุดที่ต้องการความช่วยเหลือผ่านช่องทางของ ขสมก.

กรมทางหลวงชนบท

เตรียมรถจากปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และส่วนกลาง เบื้องต้นรวม 10 คัน พร้อมเข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่รถโดยสารทั่วไปไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากระดับน้ำสูง

เฝ้าระวัง 22 จังหวัด 85 สายทาง – เร่งเปิดทางน้ำวิภาวดี 3 จุด ซึ่งกรมทางหลวง (ทล.) รายงานว่า ณ เวลา 14.00 น. โครงข่ายทางหลวงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยใน 22 จังหวัด 85 สายทาง รวม 172 แห่ง โดยได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก รถยก รถลาก และเครื่องจักรเข้าพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รังสิต ดอนเมือง–วิภาวดีรังสิต และศรีนครินทร์ โดยจุดที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชน และพิจารณาปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางตามความจำเป็น

ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงได้เร่งเปิดทางระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ รวม 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าไทยพีบีเอส ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ และอีก 2 จุดบริเวณหน้าไทยรัฐและหน้าการบินไทย ซึ่งได้ระดมเจ้าหน้าที่ ผู้รับจ้าง และเครื่องจักรเข้าดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่วิภาวดี

คมนาคม เปิดวอร์รูม บก–ราง–น้ำ–อากาศ รับมืออุทกภัย 24 ชม.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

กทพ.ไม่เก็บค่าผ่านทาง ย้ำประชาชนตรวจสอบทางลงก่อนเดินทาง ซึ่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชน ไม่เก็บค่าผ่านทาง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 26 กันยายน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 และจะประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม ทางลงจากทางพิเศษบางแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลทางลงที่สามารถและไม่สามารถใช้งานได้ก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการขึ้นทางพิเศษแล้วไม่สามารถลงสู่พื้นที่ปลายทางได้

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

รฟม.เปิดอาคารและลานจอดรถตามแนวรถไฟฟ้าให้ประชาชนนำรถเข้าจอด ฟรี เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมประสานผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ร่วมเปิดพื้นที่รองรับประชาชน

พื้นที่ครอบคลุมแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว สีส้ม สีเหลือง และสีชมพู โดยมีจุดสำคัญ เช่น อาคารจอดรถลาดพร้าว คลองไผ่ สามแยกบางใหญ่ บางรักน้อย–ท่าอิฐ แยกนนทบุรี 1 คูคต และมีนบุรี

ขณะที่รายงาน อาคารจอดรถบริเวณคูคตเต็มแล้ว ส่วนบริเวณแยกนนทบุรี 1 ใกล้เต็ม ขณะที่พื้นที่อื่นยังสามารถรองรับได้ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบจำนวนช่องจอดผ่าน MRTA Parking

รถไฟ–รถไฟฟ้ายังให้บริการ และเปิดพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย โดยระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีชมพู ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนระบบรางอื่นยังรักษาการเดินรถอย่างต่อเนื่องเท่าที่สภาพเส้นทางและมาตรฐานความปลอดภัยอนุญาต

การรถไฟแห่งประเทศไทย

รฟท.รายงานว่า เส้นทางสายใต้และสายตะวันออกเฉียงเหนือยังสามารถเดินรถได้ตามปกติ ขณะที่สายตะวันออกและสายเหนือบางช่วงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทางรถไฟ จึงมีการปรับการเดินรถในจุดที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย

รฟท. ยังเปิดพื้นที่รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยสถานีกรุงเทพรองรับได้ประมาณ 100 คน และพื้นที่ย่านบางซื่อ/สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์รองรับได้ประมาณ 250 คน

กรมเจ้าท่า

กรมเจ้าท่ารายงานว่า เรือโดยสารคลองแสนแสบหยุดให้บริการ เนื่องจากระดับน้ำสูงจนกระทบต่อการลอดสะพาน ขณะที่เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเรือไฟฟ้าและเรือด่วนเจ้าพระยา ยังสามารถให้บริการได้

ระดับน้ำบริเวณท่าน้ำกรมเจ้าท่ายังต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 30–40 เซนติเมตร ขณะที่การระบายน้ำเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมเจ้าท่าจึงแจ้งผู้ประกอบการเดินเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากปริมาณการระบายน้ำเพิ่มเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะพิจารณามาตรการเดินเรือเพิ่มเติมตามสถานการณ์

พร้อมกันนี้ กรมเจ้าท่าได้เตรียมเรือท้องแบน เจ็ตสกี เจ้าหน้าที่ และยานพาหนะไว้สนับสนุนจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

คมนาคมทางอากาศ

ด้านการบิน ระบบบริหารจราจรทางอากาศยังดำเนินการได้ตามปกติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีเที่ยวบินล่าช้าสะสมบางส่วน แต่เที่ยวบินยังสามารถให้บริการได้ และขณะรายงานยังไม่มีผู้โดยสารตกค้างสะสมที่สนามบิน

สายการบินต่าง ๆ มีมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนดสามารถตรวจสอบสิทธิการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือเก็บเครดิตบัตรโดยสารไว้ใช้ภายหลังตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน

นายพิพัฒน์ ยังสั่งการให้ทำ Mapping กลางของกระทรวงคมนาคม รวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนว่า เส้นทางใดเปิด–ปิด จุดใดมีน้ำท่วมสูง รถประเภทใดสามารถผ่านได้ เส้นทางเลี่ยงอยู่ที่ใด รวมถึงจุดที่มีรถช่วยเหลือและช่องทางขอรับความช่วยเหลือ โดยเฉพาะทางยกระดับ ทางพิเศษ และมอเตอร์เวย์ ต้องแจ้งให้ครบทั้ง “ขึ้นตรงไหนได้–ลงตรงไหนได้–ทางลงใดใช้ไม่ได้” ไม่ใช่แจ้งเพียงว่าเส้นทางเปิด เพื่อป้องกันรถสะสมบนเส้นทาง

ตลอดจนรวมบัญชีรถ–เรือ–เครื่องจักรทั้งกระทรวง ให้ทุกหน่วยงานแจ้งจำนวน ที่ตั้ง สถานะความพร้อม และผู้รับผิดชอบของรถ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ รถยก รถลาก และอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมื่อมีการร้องขอสามารถเลือกทรัพยากรที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่สุดและสั่งเข้าสนับสนุนได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนทรัพยากรทั้งหมดเข้ากรุงเทพฯ พร้อมให้หน่วยงานในรัศมีประมาณ 300–400 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ เตรียมกำลังและเครื่องจักรพร้อมสนับสนุน

ทั้งนี้ ศอฉ.คค. จะเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ เส้นทาง ทรัพยากร และความต้องการความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุด้านคมนาคมผ่าน สายด่วน 1256 เพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป