
กทม.สูบน้ำเต็มกำลัง คาด 2-3 วันระบายหมด จับตา 5 คลองวิกฤต สั่งโรงเรียนหยุด 28 ก.ย.
อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม กทม. เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดใช้เวลา 2-3 วันระบายน้ำสะสม 223 ล้านลูกบาศก์เมตร หากไม่มีฝนเพิ่ม พร้อมจับตา 5 คลองวิกฤต และสั่งโรงเรียน กทม.หยุดเรียน 28 ก.ย.
KEY
POINTS
- กทม. เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังเพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขัง คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วันหากไม่มีฝนตกเพิ่ม
- เฝ้าระวัง 5 คลองสายหลักที่ระดับน้ำอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมบนถนน 93 สาย
- สั่งให้โรงเรียนในสังกัด กทม. หยุดเรียน 1 วัน ในวันที่ 28 ก.ย. เพื่อลดภาระการเดินทางและบรรเทาปัญหาจราจร
อัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ กทม.เดินเครื่องระบายน้ำเต็มกำลัง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เร่งระบายน้ำสะสมฝั่งพระนคร 223 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดใช้เวลา 2-3 วัน หากไม่มีฝนเพิ่ม น้ำท่วมขังกระทบถนน 93 สาย จับตา 5 คลองสายหลักอยู่ในภาวะวิกฤต ขณะที่ กทม.เปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง รองรับประชาชน 15,000 คนสั่งโรงเรียนในสังกัดหยุดเรียน 1 วัน วันที่ 28 ก.ย. พร้อมเตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำและปรับปรุงแบบจำลองพยากรณ์อากาศ
วันนี้ (26 ก.ย.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงอัปเดตสถานการณ์น้ำที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โดยระบุว่า สถานการณ์ฝนในปัจจุบันอยู่ในภาวะทรงตัว หลังกรุงเทพฯ เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 100-300 มิลลิเมตร โดย กทม.ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อเร่งช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน อย่างไรก็ตาม หย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มเคลื่อนตัว และคาดว่าปริมาณฝนจะทยอยเบาบางลงในช่วงบ่ายและเย็น
ด้านระบบระบายน้ำ กทม.เดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มกำลัง รวม 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งระบายน้ำฝั่งพระนคร ซึ่งมีปริมาณน้ำสะสม 223 ล้านลูกบาศก์เมตร
หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วันในการระบายน้ำที่ค้างอยู่ในระบบออกจนหมด พร้อมประสานกรมชลประทานและจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เพื่อบริหารจัดการน้ำจากคลองรังสิตและจำกัดผลกระทบต่อพื้นที่ กทม.ให้มากที่สุด
น้ำท่วมกระทบ 93 สาย จับตา 5 คลองวิกฤต
ขณะนี้มีถนนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังรวม 93 สาย โดยปัจจัยหลักมาจากระดับน้ำใน 5 คลองสายหลักที่อยู่ในภาวะวิกฤต ได้แก่
- คลองเปรมประชากร กระทบดอนเมือง
- คลองลาดพร้าว กระทบเสนา-วังหิน-พหลโยธิน
- คลองแสนแสบ กระทบเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย
- คลองประเวศบุรีรมย์ กระทบสวนหลวง-พัฒนาการ-ลาดกระบัง
- คลองศิริวัฒนา กระทบบ้านเรือนริมคลอง
สำหรับประชาชนที่กังวลเรื่องทรัพย์สิน กทม.ได้ประสานเปิดจุดจอดรถชั่วคราวฟรีหลายแห่ง เช่น อาคารจอดรถของ กทม. ศูนย์ราชการฯ หลักสี่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เดอะมอลล์ แฟชั่นไอส์แลนด์ และโลตัส พร้อมขอให้ประชาชนเคลื่อนย้ายรถไปยังพื้นที่ปลอดภัย หากไม่มั่นใจในสถานการณ์
เปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง รับ 15,000 คน
กทม.เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวตามโรงเรียนในสังกัดรวม 233 แห่ง รองรับประชาชนได้ 15,000 คน ปัจจุบันมีผู้เข้าพัก 981 คน ขณะที่ กทม.สนธิกำลังกับทหารและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงแล้ว 36 รายไปยังพื้นที่ปลอดภัย
แม้ภาพรวมยังไม่พบปัญหาขาดแคลนอาหาร แต่สำนักงานเขตได้เตรียมจัดทำอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
ประชาชนสามารถขอรับกระสอบทรายหรือแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1555 และ Traffy Fondue ส่วนกรณีเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทร. 1669
กทม.สั่งโรงเรียนหยุด 28 ก.ย.
สำหรับวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. กทม.จะให้โรงเรียนในสังกัด ซึ่งอยู่ในช่วงสอบ หยุดเรียน 1 วัน เพื่อลดภาระการเดินทางของผู้ปกครองและบรรเทาปัญหาการจราจร พร้อมพิจารณาให้บุคลากรที่ไม่มีภารกิจจำเป็นปรับรูปแบบการทำงาน
ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนข้อจำกัดของความจุคลองและระบบระบายน้ำ โดย กทม.เตรียมผลักดันแผนพัฒนาระยะยาว ทั้งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพคลองประเวศ-บึงหนองบอน และการแก้จุดคอขวดในคลองแสนแสบและคลองเปรมประชากร นอกจากนี้ กทม.จะนำข้อมูลจริงจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแบบจำลองพยากรณ์อากาศให้มีความแม่นยำ เพื่อยกระดับการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนให้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้นในอนาคต






