
ทรู ยกระดับแผนฉุกเฉินรับมือน้ำท่วม ระดมวิศวกรเฝ้าโครงข่าย 24 ชั่วโมง
ทรู เสริมแนวกั้นน้ำป้องกันชุมสายพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ตั้งศูนย์ดูแลสัญญาณฉุกเฉินประจำภูมิภาค พร้อมสำรองไฟฟ้า เชื้อเพลิง รถสถานีฐานเคลื่อนที่ และเรือ มุ่งรักษาการสื่อสารของประชาชนให้ต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนัก
KEY
POINTS
- ทรูระดมทีมวิศวกรและจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการย่อยเพื่อเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม
- ติดตั้งแนวกั้นน้ำท่วม ยกระดับอุปกรณ์สำคัญ และใช้เซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ เพื่อป้องกันชุมสายและสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยง
- ปรับแผนการทำงานโดยแบ่งทีมวิศวกรเป็นโซนย่อยประจำพื้นที่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเข้าดูแลแก้ไขปัญหาในพื้นที่น้ำท่วมได้รวดเร็วขึ้น
- เตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง และรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (COW) เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการสื่อสารในพื้นที่ประสบภัย
ทรูระดมวิศวกรรับมือน้ำท่วม ป้องกันโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ
26 กันยายน 2569 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่าง ๆ
ทรูระดมทีมวิศวกรภาคสนามเข้าประจำจุดเสี่ยง พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์และศูนย์ดูแลสัญญาณฉุกเฉินย่อยประจำภูมิภาค เพื่อกระจายกำลังคนและอุปกรณ์ให้เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะจุดที่การสัญจรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายรักษาความต่อเนื่องของบริการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อครอบครัว เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานขอความช่วยเหลือได้ตลอดช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน
เสริมแนวกั้นน้ำ ป้องกันชุมสายและสถานีฐานพื้นที่เสี่ยง
นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีมวิศวกรได้เข้าประจำพื้นที่เพื่อติดตามระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงต่อสถานีฐานและชุมสายอย่างใกล้ชิด
บริษัทได้นำระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมมาติดตั้งเพิ่มเติมบริเวณชุมสายหลักและชุมสายย่อยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดโอกาสที่น้ำจะเข้าสู่จุดติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย โดยเพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ใกล้แม่น้ำ คลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณที่มีประวัติน้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังยกระดับอุปกรณ์สำคัญให้สูงจากพื้น สร้างฐานยกระดับ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และใช้เซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในจุดเฝ้าระวัง เพื่อให้ทีมงานติดตามสถานการณ์และเพิ่มมาตรการป้องกันได้อย่างทันท่วงที
ตั้งทีมวิศวกรรายโซน ดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง
จากข้อจำกัดด้านการเดินทางในพื้นที่น้ำท่วม ทรูปรับแผนการทำงานของทีมภาคสนาม โดยแบ่งกำลังเป็นทีมย่อยที่มีวิศวกรเครือข่ายประจำแต่ละโซนเป็นผู้นำ พร้อมจัดตั้งศูนย์ดูแลสัญญาณฉุกเฉินย่อยในแต่ละภูมิภาค การกระจายทีมงานลงประจำพื้นที่ช่วยให้การตัดสินใจ การจัดสรรกำลังคน และการส่งอุปกรณ์ทำได้รวดเร็วขึ้น ลดความจำเป็นในการเดินทางข้ามพื้นที่ และเพิ่มความคล่องตัวในการดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง
ทีมภาคสนามยังทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ Business Network Intelligence Center หรือ BNIC ซึ่งติดตามสถานะโครงข่ายทั่วประเทศตลอดเวลา โดยนำข้อมูลจากสถานีฐาน สภาพอากาศ และสถานการณ์ในพื้นที่มาประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับความเร่งด่วนในการเข้าดูแล
สำรองไฟฟ้า–เชื้อเพลิง เตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่
ทรูเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรอง และเชื้อเพลิงในพื้นที่ เพื่อรองรับกรณีระบบไฟฟ้าหลักได้รับผลกระทบ พร้อมวางแผนเส้นทางขนส่งและเติมเชื้อเพลิงให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ Cell-On-Wheel (COW) ตลอดจนรถและเรือสำหรับนำทีมงานและอุปกรณ์เข้าถึงพื้นที่ประสบภัย โดยให้ความสำคัญกับสถานีฐานที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า จะติดตามสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ ระบบไฟฟ้า และสถานะโครงข่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกำลังทีมวิศวกร อุปกรณ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง และมาตรการป้องกันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรักษาบริการสื่อสารและสนับสนุนการประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง







