
สภาพอากาศวันนี้ -1 ต.ค.ไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศวันนี้ -1 ต.ค.69 ไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง พื้นที่ลุ่มต่ำระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนทะเลคลื่นสูง เรือเล็กงดออกวันที่ 25 - 27 ก.ย. 69
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ช่วงวันที่ 25-28 ก.ย. 69 หลายพื้นที่ของไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก
- แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
- ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. เป็นต้นไป แต่ยังคงมีฝนตกหนักในบางพื้นที่
- วันที่ 25-27 ก.ย. คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศวันนี้ -1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 (พยากรณ์อากาศล่วงหน้า)ในช่วงวันที่ 25 – 28 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
ส่วนในวันที่ 29 ก.ย. – 1 ต.ค. 69 ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลางในระยะแรก ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยและเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาและอ่อนกำลังลง ประกอบกับมีลมตะวันออกปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ในช่วงวันที่ 25 – 27 ก.ย. 69 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในวันที่ 28 ก.ย. – 1 ต.ค. 69 บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 25 - 27 ก.ย. 69
- ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
- ชาวเรือทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
- เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25 - 27 ก.ย. 69
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศรายภาค 25 กันยายน – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ภาคเหนือ
วันที่ 25 - 29 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณตอนล่างและตะวันตกของภาคในช่วงวันที่ 25 – 28 ก.ย. 69 ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
วันที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 25 - 28 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในวันที่ 25 ก.ย. 69 ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
วันที่ 29 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 - 35 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
วันที่ 25 - 29 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 25 – 27 ก.ย. 69 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
วันที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
วันที่ 25 – 27 ก.ย. 69
- ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
วันที่ 28 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
วันที่ 25 – 27 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ย. 69
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
วันที่ 28 - 29 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่
วันที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
วันที่ 25 – 27 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
วันที่ 28 – 29 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่
วันที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่
- ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
วันที่ 25 – 28 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ย. 69 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
วันที่ 29 ก.ย. – 1 ต.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส
สทนช.แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินโคลนถล่ม
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ในหลายพื้นที่ และในช่วงวันที่ 28 - 30 กันยายน 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกเริ่มมีฝนลดลง ส่วนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาค รวมทั้งปัจจุบันได้มีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยง ดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 26 - 30 กันยายน 2569 ดังนี้
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
ภาคเหนือ
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอสบเมย และขุนยวม)
- จังหวัดตาก (อำเภออุ้มผางและท่าสองยาง)
- จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง และไทรงาม)
- จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอนครไทย วังทอง และชาติตระการ)
- จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอเมืองอุทัยธานี หนองขาหย่าง สว่างอารมณ์ และหนองฉาง)
- จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอเมืองนครสวรรค์ พยุหะคีรี โกรกพระ และลาดยาว)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- จังหวัดนครราชสีมา (อำเภอปากช่อง พิมาย ครบุรี วังน้ำเขียว ปักธงชัย สีคิ้ว และสูงเนิน)
- จังหวัดสุรินทร์ (อำเภอลำดวน และบัวเชด)
- จังหวัดศรีษะเกษ (อำเภอภูสิงห์)
ภาคกลาง
- จังหวัดชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ หันคา และหนองมะโมง)
- จังหวัดลพบุรี (อำเภอท่าหลวง และสระโบสถ์)
- จังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภออู่ทอง)
- จังหวัดสระบุรี (อำเภอแก่งคอยและมวกเหล็ก)
- จังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และลาดหลุมแก้ว)
- จังหวัดนนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี และปากเกร็ด)
- กรุงเทพมหานคร
- จังหวัดสมุทรปราการ (อำเภอบางบ่อ บางเสาธง และบางพลี)
ภาคตะวันตก
- จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอทองผาภูมิ เมืองกาญจนบุรี สังขละบุรี ศรีสวัสดิ์ เลาขวัญ ด่านมะขามเตี้ย ห้วยกระเจา และบ่อพลอย)
- จังหวัดราชบุรี (อำเภอสวนผึ้ง และปากท่อ)
- จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน หนองหญ้าปล้อง และเขาย้อย)
- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอหัวหิน กุยบุรี และปราณบุรี)
ภาคตะวันออก
- จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอท่าตะเกียบ และราชสาส์น)
- จังหวัดนครนายก (อำเภอปากพลี องครักษ์ บ้านนา และเมืองนครนายก)
- จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอเมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ์ บ้านสร้าง นาดี และประจันตคาม)
- จังหวัดสระแก้ว (อำเภออรัญประเทศ วัฒนานคร วังสมบูรณ์ และเขาฉกรรจ์)
- จังหวัดชลบุรี (อำเภอบ้านบึง พานทอง พนัสนิคม หนองใหญ่ บ่อทอง และศรีราชา)
- จังหวัดระยอง (อำเภอวังจันทร์และเขาชะเมา)
- จังหวัดจันทบุรี (อำเภอขลุง แก่งหางแมว เขาคิชฌกูฏ โป่งน้ำร้อน แหลมสิงห์ สอยดาว และมะขาม)
- จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง แหลมงอบ เกาะกูด เกาะช้าง และบ่อไร่)
ภาคใต้
- จังหวัดนราธิวาส (อำเภอสุไหงปาดี แว้ง สุไหงโก-ลก และสุคิริน)
เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา
- แม่น้ำเมย จังหวัดตาก น้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำวังทอง จังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี แม่น้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี คลองพระสทึงและคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี แม่น้ำตราด จังหวัดตราด คลองบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ
- จังหวัดชัยนาท (อำเภอสรรพยา)
- จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภอพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี และอินทร์บุรี)
- จังหวัดอ่างทอง (อำเภอเมืองอ่างทอง ไชโย ป่าโมก และวิเศษชัยชาญ)
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอบางซ้าย เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน ลาดบัวหลวง และบางไทร)
- จังหวัดปทุมธานี (อำเภอสามโคก และเมืองปทุมธานี)
- จังหวัดนนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี บางกรวย และปากเกร็ด)
ทั้งนี้ จะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราไม่เกิน 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้นานที่สุดโดยจะผันน้ำเข้าคลองฝั่งตะวันตกและตะวันออก ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมกระจายน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นาข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ







