
มทร.พระนคร ผนึก ป.ป.ส. เปิดตัวนวัตกรรมตรวจคัดกรองสารเสพติดด้วยเทคโนโลยี
มทร.พระนคร จับมือกับ สำนักงาน ป.ป.ส. เปิดตัวนวัตกรรมตรวจคัดกรองสารเสพติดภาคสนามด้วยเทคโนโลยี NIR และ UV–Vis
KEY
POINTS
- มทร.พระนคร ร่วมมือกับ ป.ป.ส. เปิดตัวนวัตกรรมสำหรับตรวจคัดกรองสารเสพติดภาคสนามเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- นวัตกรรมดังกล่าวใช้เทคโนโลยี Near-Infrared และ Ultraviolet Spectroscopy ร่วมกับ AI ในการวิเคราะห์สารเสพติดแบบไม่ทำลายตัวอย่าง
- เครื่องต้นแบบถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับการใช้งานภาคสนาม เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
- ผลการตรวจจากระบบนี้เป็นการคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ตัวอย่างที่ให้ผลบวกต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการอีกครั้ง
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดพิธีเปิดตัวนวัตกรรมภายใต้ “โครงการพัฒนาระบบตรวจคัดกรองสารเสพติดภาคสนามแบบไม่ทำลายด้วยเทคโนโลยี Near-Infrared และ Ultraviolet Spectroscopy” ณ ห้องประชุมสำนักงาน ป.ป.ส. ทุ่งสองห้อง อาคาร 1 ชั้น 2 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
โอกาสนี้มี นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานในพิธี โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันแนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจของสำนักงาน ป.ป.ส.
พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยและหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาต้นแบบระบบตรวจคัดกรองสารเสพติดที่มีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก และเหมาะสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานภาคสนาม
นวัตกรรมดังกล่าวผสานเทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (Near-Infrared Spectroscopy: NIR) และอัลตราไวโอเลต–วิสิเบิลสเปกโทรสโกปี (Ultraviolet–Visible Spectroscopy: UV–Vis) เพื่อวัดอัตลักษณ์ทางสเปกตรัมของตัวอย่าง ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อกรองสัญญาณรบกวนและเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลสารอ้างอิง
ระบบได้รับการออกแบบให้รองรับการประมวลผลด้วยเคโมเมตริกส์ การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning: ML) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยจำแนกรูปแบบสเปกตรัมที่ซับซ้อน
ผลการคัดกรองสามารถแสดงชื่อสาร สูตรและโครงสร้างโมเลกุล กราฟสเปกตรัม และค่าความเชื่อมั่นของแบบจำลองผ่านโปรแกรมประยุกต์บนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพา
กลุ่มสารเป้าหมายสำหรับการศึกษาและพัฒนาฐานข้อมูลประกอบด้วย เมทแอมเฟตามีน MDMA เฮโรอีนและสารเมแทบอไลต์ 6-MAM คีตามีนและนอร์คีตามีน THC และ THC-COOH ไซโลไซบินและไซโลซิน ไมทราไจนีน และสารกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน เช่น ไดอะซีแพม
จุดเด่นของนวัตกรรม คือ การบูรณาการเครื่องตรวจวัดสเปกตรัม ฐานข้อมูลสารอ้างอิง ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ และระบบแสดงผลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อลดขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง ลดการใช้สารเคมี และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคัดแยกตัวอย่างที่ควรส่งตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในงานมีการนำเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พร้อมสาธิตเครื่องต้นแบบและซอฟต์แวร์ประมวลผล เพื่อรับข้อเสนอแนะและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ ผลจากระบบต้นแบบเป็นเพียงผลการตรวจคัดกรองเบื้องต้น มิใช่ผลยืนยันทางกฎหมาย ตัวอย่างที่ให้ผลบวกหรือยังไม่สามารถสรุปได้ จำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน เช่น Gas Chromatography–Mass Spectrometry (GC–MS) หรือ Liquid Chromatography–Tandem Mass Spectrometry (LC–MS/MS)
คณะผู้วิจัยประกอบด้วย อาจารย์จิระศักดิ์ ธาระจักร์ หัวหน้าโครงการ อาจารย์ไพศาล การถาง อาจารย์ภูมิรัตน์ นวรัตน์ นางสาวนัฏรีญา ดีละมัน และนางสาวสุวภา น้อยจาก สาขาวิชาวัสดุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร






