
ฝุ่น PM2.5 ภาคใต้แนวโน้มพุ่ง ไทยเตรียมประสานอาเซียนแก้ไขปัญหาด่วน
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ออกประกาศเตือนภาคใต้รับมือฝุ่น PM2.5 หมอกควันข้ามแดน พร้อมเตรียมประสานงานเลขาธิการอาเซียนหวังแก้ไขปัญหาโดยด่วน
KEY
POINTS
- ภาคใต้เผชิญปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดจากจุดความร้อนจำนวนมากในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย
- สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดยะลาและนราธิวาสที่ค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานแล้ว
- ประเทศไทยเตรียมทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการลดจุดความร้อนและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ ภาคใต้ตอนล่างและพื้นที่ตามแนวชายแดน ให้เฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนอย่างใกล้ชิด หลังพบจุดความร้อนจำนวนมากในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับทิศทางลมมีแนวโน้มพัดเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 ในบางพื้นที่เริ่มเกินมาตรฐาน
สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 17 กันยายน 2569 พบ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 13.7–42.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดย ยะลาและนราธิวาส มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ขณะที่สถานการณ์ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามคุณภาพอากาศผ่าน แอป Air4Thai และช่องทางของกรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควร ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เตือนภาคใต้เฝ้าระวัง จุดความร้อนอินโดนีเซียพุ่งกว่า 7 พันจุด หวั่นกระแสลมพัดฝุ่นสะสม
ข้อมูลจุดความร้อนจาก GISTDA ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 พบจุดความร้อนเกิดขึ้นในประเทศไทย 4 จุด ซึ่งเป็นจุดความร้อนในพื้นที่ภาคใต้ 1 จุด ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย 7,236 จุด ประกอบกับพื้นที่ชายแดนใต้มีแนวโน้มอัตราการระบายอากาศต่ำ ซึ่งอาจเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากมีกลุ่มควันจากอินโดนีเซียเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคใต้ และพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยายังคงมีฝนตกในหลายพื้นที่จนถึงวันที่ 21 กันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ แต่การประเมินทิศทางลมพบว่า กระแสลมยังพัดจากทิศใต้ขึ้นสู่ทิศเหนือเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย และแบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มวลอากาศและกลุ่มควันมาจากตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนเป็นจำนวนมาก
เตรียมส่งหนังสือถึงเลขาฯอาเซียน ขอความร่วมมือลดจุดความร้อน
ศกพ.รายงานว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากประเทศไทยได้รับผลกระทบหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยจะเร่งทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียนเพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการลดจุดความร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนต่อไป
อัปเดตสถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 ภาคใต้วันนี้ 17 ก.ย.69
สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศทางตอนใต้ของประเทศไทยวันนี้ (17 กันยายน 2569) ภาพรวมฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับดีมาก - เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดย 2 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ นราธิวาส และยะลา มีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐาน อยู่ในช่วง 14.3-39.7 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.) และพบค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2569 ดังนี้
- สถานีสนามกีฬากลาง จ.ชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร มีค่า 14.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีค่า 26.3 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีค่า 26.5 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสวนสาธารณะธารา ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ มีค่า 15.5 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีค่า 26.1 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง ต.เขาเจียก อ.เมือง จ.พัทลุง มีค่า 24.7 มคก./ลบ.ม.
- สถานีวิทยาลัยสารพัดช่างตรัง ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง มีค่า 25.5 มคก./ลบ.ม.
- สถานีเทศบาลนครหาดใหญ่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีค่า 32.4 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศาลากลาง จ.สตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล มีค่า 26.7 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์ป่าไม้จังหวัดปัตตานี ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี มีค่า 38.0 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสนามโรงพิธีช้างเผือก ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา มีค่า 40.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองเบตง ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีค่า 38.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส มีค่า 40.6 มคก./ลบ.ม.







