
กรมอุตุฯเฝ้าระวังหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ย้ำยังไม่ใช่พายุใหญ่
กรมอุตุนิยมวิทยา แจงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เวียดนาม ยังไม่ก่อตัวเป็นพายุ ย้ำไม่เข้าไทย แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เฝ้าระวังอยู่ยังไม่พัฒนาเป็นพายุ
- ระบบอากาศดังกล่าวยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง
- อิทธิพลทางอ้อมจะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ประชาชนควรเฝ้าระวังปริมาณฝนสะสมที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
สืบเนื่องจากการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับพายุลูกใหม่ หรือการก่อตัวของระบบอากาศบริเวณเวียดนามตอนบน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความกังวลว่าอาจพัฒนาเป็นพายุและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยนั้น ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ระบบดังกล่าวยังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ยังไม่พัฒนาเป็นพายุ และยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวยังเป็นระบบที่ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีโอกาสพัฒนาได้ โดยข้อมูลแบบจำลอง ECMWF ประเมินว่า มีโอกาสสูงที่จะยังคงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ขณะที่โอกาสพัฒนาเป็นพายุดีเปรสชันมีได้แต่จำกัด และโอกาสพัฒนาเป็นพายุโซนร้อนค่อนข้างต่ำ
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย แม้ศูนย์กลางของระบบไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่เมื่อระบบเคลื่อนตัวเข้าสู่ สปป.ลาว และอ่อนกำลังลง จะส่งผลให้ มรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บางพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น มีเมฆมาก และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุม
ดังนั้น ประเด็นที่ควรเฝ้าระวังในระยะนี้ ไม่ใช่เฉพาะการพัฒนาเป็นพายุ แต่คือปริมาณฝนและฝนตกสะสมในประเทศไทย ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยงได้
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชน ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะ เนื่องจากทิศทางและความรุนแรงของระบบอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้
บทสรุปสำหรับสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ณ วันที่ 13 กันยายน 2569
- ยังไม่ใช่พายุ
- ยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
- แต่ต้องเฝ้าระวังฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง
สภาพอากาศวันนี้ อีสาน-ตะวันออก ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ภาคใต้ตอนล่าง และอ่าวไทยตอนล่าง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดบึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส
- ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดนครนายก ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี
- โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณจังหวัดตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมแปรปรวน ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.







