
เงินช่วยเหลือเกษตรกร 69 อัปเดตเเกณฑ์ใหม่ล่าสุด ผู้ปลูกข้าวได้เงินเยียวยา 2,400 บาท
เงินช่วยเหลือกเกษตรกร 69 อัปเดตใหม่ล่าสุด หลักเกณฑ์เงินช่วยเหลือเกษตรกรประสบภัยพิบัติด้านพืช 2569 ผู้ปลูกข้าวได้รับเงินเยียวยา 2,240 บาท/ไร่
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ อัปเดตเกณฑ์ใหม่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
- เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลกับกรมส่งเสริมการเกษตร "ก่อนเกิดภัยพิบัติ" จึงจะมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ
- กำหนดอัตราเงินช่วยเหลือใหม่สำหรับข้าว 2,240 บาทต่อไร่, พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาทต่อไร่ และไม้ผล 6,800 บาทต่อไร่
- การช่วยเหลือจำกัดพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
เงินช่วยเหลือกเกษตรกร 69 อัปเดตใหม่ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสิรมการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โพสต์ข้อความว่า อัปเดตใหม่ล่าสุด! เกณฑ์เงินช่วยเหลือเกษตรกรประสบภัยพิบัติด้านพืช 2569 สรุปชัดๆ อัตราเยียวยาใหม่ มีผลบังคับใช้ภัยตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป
เงื่อนไขสำคัญ
-
เกษตรกรต้องขึ้น/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร “ก่อนเกิดภัยพิบัติ”
-
สรุปชัดๆ อัตราเยียวยาใหม่ มีผลบังคับใช้ภัยตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป
-
ต้องขึ้น/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร “ก่อนเกิดภัย” เท่านั้น
หลักเกณฑ์การรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช 2569
-
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัตกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568
-
หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัตกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2569 * บังคังใช้วันที่เกิดภัยภัย ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569
หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ
-
เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเกิดภัย
-
เป็นพื้นที่เสียหายจริง และอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือฯ
ช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
อัตราเงินช่วยเหลือใหม่ (บาท/ไร่)
-
ข้าว: 2,240 บาท/ไร่
-
พืชไร่และพืชผัก: 3,180 บาท/ไร่
-
ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ: 6,800 บาท/ไร่
(กรณีไม้ผล/ไม้ยืนต้น ชะงักการเจริญเติบโต: 3,400 บาท/ไร่ รวมกับการเสียหายสิ้นเชิงแล้วไม่เกิน 30 ไร่)
-
แปลงถูกดิน โคลน ทับถม: 16,000 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 5 ไร่)
-
บังคับใช้วันที่เกิดภัย ตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือ สำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน.
อ้างอิง:







