
สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระสังฆราช มีพระดำรัสถวายพระพรในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2569
KEY
POINTS
- สมเด็จพระสังฆราชมีพระดำรัสถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม
- ทรงกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในฐานะ "มิตรแท้" ที่ผูกพันกันด้วยพระพุทธศาสนา
- ทรงชี้ว่าในหลวงทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบรมราชบุพการี และทรงเป็น "มิตร" ที่ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย
- ทรงอัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและพระราชกุศลอภิบาลรักษาให้ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญของชาติสืบไป
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร ความว่า
“อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอสำแดงน้ำจิตโสมนัสมุทิตา ตั้งสัตยาธิษฐานร่วมกับปวงชนชาวไทย ถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของชาติไทยย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน ดำรงอยู่ ในฐานะ "มิตรแท้" ของกันและกันตลอดมา ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งผูกผสานน้ำพระราชหฤทัยและน้ำใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจต่อกัน สมด้วยพระราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปลูกฝังอบรมบ่มพระราชหฤทัยพระราชโอรสธิดา ให้ทรงตระหนักในสัจจะประการนี้ว่า "เราต้องตอบแทนความรักของประชาชนด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบำบัดความทุกข์ของเขา เพราะเขาเป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอดเวลา"
สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ พระราชจริยวัตร ตลอดจนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบุพการี เพื่อให้บ้านเมืองไทยประสบความผาสุกสวัสดี จึงทรงสถิตในฐานะ "มิตร" ที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน ย่อมทรงได้รับความจงรักภักดีต่างเครื่องบูชาสนองพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ โดยเหตุแห่งพระเมตตาธรรม พระราชไมตรีนั้นยังเผื่อแผ่ไปสู่นานาประเทศในฐานะราชสัมพันธมิตร ประสิทธิ์ประสาทเกียรติภูมิของชาติ ให้ประกาศเกริกไกรไปในสากล เป็นที่สรรเสริญยกย่องอย่างไพศาล สมด้วยโพธิสัตวภาษิต ที่ว่า
"สกฺกตฺวา สกฺกโต โหติ, ครุ โหติ สคารโว
วณฺณกิตฺติภโต โหติ, โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ"
แปลความว่า "บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคลผู้นั้นสักการะคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตน เคารพคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นเคารพตน ย่อมเป็นผู้ได้รับความยกย่องและเกียรติคุณ." ด้วยประการฉะนี้
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเดชะแห่งสัจจวาจา ตลอดจนพระราชกุศลธรรมจริยาที่ทรงสั่งสมมาด้วยดี โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยแห่งราชอาณาจักรไทย ตราบจิรัฐิติกาล เทอญ.”







