
กรมการปกครอง สั่งลุย ปักหลัก 878 อำเภอ ยืนยันตัวตน–ทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
อธิบดีกรมการปกครอง ระดมฝ่ายปกครองทั่วไทย ตั้งศูนย์ OSS ประจำอำเภอ ช่วยประชาชนจัดการเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แบบครบวงจร พร้อมแนะติดตามเกณฑ์ใหม่ที่จะเข้า ครม. วันที่ 21 ก.ย. นี้
KEY
POINTS
- กรมการปกครองสั่งการให้ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ ตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการยืนยันตัวตน (e-KYC) และยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- จัดบริการเคลื่อนที่ "อำเภอพึ่งได้" โดยให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สะดวกเดินทางถึงบ้าน
- มีการประสานงานกับธนาคารกรุงไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งผู้ที่ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา
- เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านหอกระจายข่าวและเสียงตามสายในหมู่บ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเตรียมแจ้งเกณฑ์ใหม่
วันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงความพร้อมการดำเนินงานโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามนโยบายรัฐบาล โดยสั่งการด่วนที่สุดไปยังที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ ให้จัดตั้งกลไกช่วยเหลือประชาชนในการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นขอทบทวนสิทธิ/อุทธรณ์ ผ่าน 3 มาตรการหลัก:
3 มาตรการหลัก อำนวยความสะดวกประชาชน
1.ศูนย์ OSS 878 อำเภอทั่วประเทศ (One Stop Service)
-
จัดตั้งศูนย์ประสานงาน ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง ร่วมกับธนาคารกรุงไทยและหน่วยงานตรวจสอบสิทธิ
-
บริการทั้งผู้ที่ผ่านเกณฑ์ (ยืนยันตัวตน e-KYC) และผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ (ยื่นขอทบทวนสิทธิ/อุทธรณ์)
2.บริการ "อำเภอพึ่งได้" ถึงหน้าบ้าน
-
สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สะดวกเดินทาง
-
เจ้าหน้าที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปท. จะลงพื้นที่ไปรับเรื่องถึงบ้าน พร้อมนัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ
3.เร่งกระจายข่าวสาร & เตรียมรับเกณฑ์ใหม่
-
ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวและเสียงตามสายหมู่บ้าน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน
-
วันที่ 21 ก.ค. 2569: เตรียมแจ้งข้อมูลใหม่ ทั้งการปรับเกณฑ์พิจารณาและระยะเวลาทบทวนสิทธิ หลังรับทราบมติ ครม.
4 ช่องทาง ตรวจสอบผลคุณสมบัติ
-
แอปพลิเคชัน เป๋าตัง
-
แอปพลิเคชัน ทางรัฐ
-
เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
-
ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง (ธ.ก.ส., ออมสิน, กรุงไทย, ธอส. และ ธนาคารอิสลามฯ).






