
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”เดินหน้าส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัวต่อเนื่อง
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ลงนาม MOU ครั้งที่ 2 เดินหน้าโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว ต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งที่ 2 กับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เพื่อสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ
- โครงการมุ่งช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวทั้งสตรีและบุรุษ ให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้
- ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพไปแล้ว 326 ราย และยังคงเดินหน้ามอบความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในปี 2569
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU ครั้งที่ 2) เรื่องการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพ ระหว่าง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
โดยมี นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อให้ สตรี บุรุษ ที่เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว มีภาระหน้าที่ดูแลบุคคลในครอบครัว ได้มีอาชีพ สร้างรายได้ สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ โดยมีคณะผู้บริหารทั้งสององค์กรร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า ด้วยปัจจุบันอัตราการว่างงานของประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีทั้ง สตรี บุรุษ ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมตามมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงจัดทำโครงการ “ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว” ขึ้น
โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ ประกอบอาชีพแก่สตรีและครอบครัว รวม 326 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 6,204,673 บาท และ ในปี 2569 ได้ดำเนินการมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีไปแล้ว 7 แห่ง รวม 130 ราย และคงเหลืออีก 5 แห่ง มีกำหนดมอบภายในปีนี้
“มูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว จะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างชีวิต สร้างความสุข สู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นายสัก ระบุ






