
โศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ลาดพร้าวชัชชาติยันตาย 27 ราย เจ็บ 63 สาหัสกว่า 20 ราย
ชัชชาติแถลงไฟไหม้โรงเบียร์ ลาดพร้าวดับ 27 ศพ เจ็บ 63 ชี้ควันพิษอาจเป็นปัจจัยสำคัญ เร่งสอบทางหนีไฟ-ใบอนุญาต สั่งตั้งศูนย์ช่วยญาติ เร่งหาสาเหตุ-ตรวจทางหนีไฟ
KEY
POINTS
- ผู้ว่าฯ ชัชชาติยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ 27 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 63 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 22 ราย
- กทม. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบภัย และกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงใบอนุญาตและมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการ
- สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการสำลักควันพิษจากวัสดุตกแต่งภายใน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประเด็นทางหนีไฟที่อาจมีสิ่งกีดขวาง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ว่า เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวพบผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 9 ราย และเพศหญิง 18 ราย
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 63 ราย ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส (สีแดง) 22 ราย ผู้บาดเจ็บอาการปานกลาง (สีเหลือง) 33 ราย และผู้บาดเจ็บอาการเล็กน้อย (สีเขียว) 8 ราย
ได้สั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักรจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเร่งตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สามารถยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้เพียง 6 ราย เนื่องจากต้องรอการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ญาติผู้ประสบเหตุใช้ช่องทางของศูนย์ประสานงานในการติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดย กทม.ได้ส่งมอบพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาจุดต้นเพลิง สาเหตุของเหตุการณ์ และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ทั้งนี้ จากลักษณะพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ขณะที่โต๊ะและเก้าอี้พลาสติกหลายจุดยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าควันพิษจากวัสดุตกแต่งภายในอาคารอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉินด้านซ้ายของอาคาร ซึ่งอาจมีสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนสรุปข้อเท็จจริง
กทม.จะตรวจสอบเอกสารการอนุญาตประกอบกิจการของร้าน รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจำนวนและสภาพของทางหนีไฟ ความชัดเจนของป้ายทางออกฉุกเฉิน และการมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่าร้านมีทางหนีไฟ 2 จุด โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางผ่านโซนครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าการจัดวางพื้นที่และการใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่
ภารกิจเร่งด่วนของ กทม.ขณะนี้มี 3 ด้าน คือ ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุ ตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการ และตรวจสอบระบบทางหนีไฟให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า หลังได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อมาถึงพบว่าเพลิงลุกไหม้ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว ประกอบกับภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก พบว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวได้ยากขึ้น ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารมีทางออกฉุกเฉินด้านหลัง 2 จุด
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควัน โดยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ





