
ประกาศกรมอุตุฯฉบับ 5 เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยง 'ฝนตกหนักมาก' วันที่ 11-14 ก.ค.69
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับ 5 เช็กพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมาก -คลื่นลมแรง วันที่ 11-14 ก.ค.69 พร้อมอัปเดตสภาพอากาศวันนี้ -พรุ่งนี้
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 5 ให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลางด้านตะวันตก โดยมีการระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในแต่ละวัน
- เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง
- คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฯฉบับที่ 5 เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำหรับรายชื่อพื้นที่เสี่ยง จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก -ฝนตกหนักมากระหว่างวันที่ 11 -14 กรกฎาคม 2569
วันที่ 11 กรกฎาคม 2569
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
- ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดตราด
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี
- ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา
วันที่ 12 กรกฎาคม 2569
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
- ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว
- ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
- ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
- ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว
- ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
- ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
- ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
- ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา
สำหรับในช่วงวันที่ 10-15 ก.ค. 69 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
โดยในช่วงวันที่ 11-14 ก.ค. 69 ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีนในช่วงวันที่ 11–12 ก.ค. 69 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.
อนึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้ โดยแบ่งออกเป็นรายภาค ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ดังต่อไปนี้
ภาคเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน และตาก
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ
- อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.







